On Leadership

0
83

สวัสดีครับ คุณผู้อ่านทุกท่าน พบกันอีกครั้งแล้ว ตามการหมุนเวียนของเวลาที่ก้าวไปข้างหน้าทีละจังหวะอย่างสม่ำเสมอ ในครั้งนี้ เป็นทรัพยากรเวลาที่หมุนมาให้เราแต่ละคนได้ใช้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 นั่นก็คือเดือนกรกฎาคม  ซึ่งก่อนจะว่ากันในช่วงครึ่งหลัง ผมก็ขอให้ทุกท่านได้ทบทวนผลงานในครึ่งแรกที่ผ่านมาก่อนว่าเป็นอย่างไรบ้างผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจตามสภาวะการณ์หรือไม่ ได้บทเรียนรู้อะไรจากการลงมือทำทั้งที่ได้ผลหรือไม่ได้ผลบ้าง  มีอะไรบ้างที่จะไม่ทำผิดซ้ำอีก มีอะไรบ้างที่จะทำให้มากขึ้น น้อยลง หรือจะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ สำหรับการเดินเกมในช่วงต่อจากนี้ไป

การที่เราจะทำอะไรให้มันดีขึ้นกว่าเดิมได้นั้น เราจำเป็นต้องเรียนรู้จากอดีต จากนั้น เราต้องปรับปรุงแผนการเล่น ความสามารถในการเล่นและความทุ่มเทในการเล่นอีกระดับเพื่อทำให้ดีกว่าเดิมในปัจจุบัน ถือเป็นการต่อจุดในแต่ละวันให้กลายเป็นเส้นที่จะนำพาชีวิตเราไปสู่เป้าหมาย และอีกหนึ่งความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ผู้ประสบความสำเร็จก็คือ การเรียนรู้จากผู้ที่ประสบความสำเร็จ  และช่วงนี้  ในวงการสื่อต่างๆมีการพูดถึงความสำเร็จของ “เจอร์เกน คล็อปป์” ที่สร้างทีมสโมสรลิเวอร์พูล เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอคอยมา 30 กว่าปี  ในฐานะที่ผมก็เป็นแฟนหงสิแดงคนหนึ่ง จึงขอสกัดและเรียบเรียง “5 หลักการนำทีมสู่ความเป็นแชมป์เปี้ยนของ เจอร์เกน คล็อปป์” เพื่อเพิ่มโอกาสในการเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมขึ้นทั้งของตัวผมเองและทุกท่านดังนี้ครับ

1.เริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนความเชื่อที่มีต่อทีมของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

เมื่อห้าปีที่แล้ว ก่อนที่คล็อปป์มารับตำแหน่ง  เขาศึกษาประวัติศาสตร์ของสโมสรมาอย่างดี และประเมินสถานะปัจจุบันไปถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ผู้คนขาดความเชื่อว่าสโมสรจะกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ได้  ดังนั้น ในวันแถลงข่าว เขาจึงเน้นที่แก่นหลัก 2 ประเด็น  ประเด็นแรกเขาพูดถึงความเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกของลิเวอร์พูล  ซึ่งเขาต้องการให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่ลืมเลือนความเป็นยักษ์ใหญ่ในตนเอง และประเด็นที่สอง เขาประกาศภารกิจว่า เขาจะเปลี่ยนความสงสัยที่มีต่อทีมของผู้มีส่วนได้เสียให้กลายเป็นความเชื่อ ผ่านการสร้างผลงานที่ดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ  ถือเป็นการเริ่มต้นรับตำแหน่งที่ยกระดับความเชื่อมั่นต่อทีมของผู้เกี่ยวข้องขึ้นมาได้ ซึ่งทุกๆท่านสามารถนำไปใช้เพิ่มความเชื่อของผู้คนได้

2.เขาเชื่อมั่นในแนวทางการทำทีมที่มีองค์ประกอบของความเชื่อในระบบและเชื่อผู้นำ

คล็อปป์มีแนวทางการทำทีมที่เน้นการวิ่งไล่ลูกฟุตบอลของทุกๆตำแหน่ง โดยเน้นการเสียบอลให้น้อยที่สุด และเมื่อเสียแล้วให้ประกบแย่งกลับมาให้เร็วที่สุด ดังนั้น ผู้เล่นในทีมจึงเป็นผู้เล่นที่มีสถิติการวิ่งในสนามสูงสุด  และการเล่นไตล์นี้ได้ นักเตะจะต้องมีความฟิตเหนือกว่ามาตรฐานนักฟุตบอลอาชีพทั่วไป ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากระบบการฝึกซ้อมที่เข้มข้น และระบบการเล่นที่ทุ่มเทด้วยพลังแห่งความเชื่อ  อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีแรกๆที่ผลงานยังไม่เข้าเป้า เขาก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ระบบของเขาน่าจะไม่ได้ผลกับทีมลิเวอร์พูล แต่เขายังมีความเชื่อ ตอกย้ำความเชื่อที่มั่นคงลงสู่นักเตะ และยืนหยัดต่อเนื่องร่วมกันจนประสบความสำเร็จในที่สุด

3.เขามองภาพทั้งป่าและมองลงไปยังต้นไม้แต่ละต้น

คล็อปป์มองทั้งภาพวิสัยทัศน์ของทีมและมองรายละเอียดแต่ละคน แต่ละจุด เพื่อให้รายละเอียดส่งเสริมการสร้างภาพใหญ่ที่สวยงาม เขาจะใช้ผู้ช่วยโค้ชในแต่ละด้านอย่างครบถ้วนที่สุด มีโค้ชนายประตู ที่เน้นทั้งการป้องกันประตูในเกม  ในการดวลจุดโทษ และการเตะลูกออกจากประตู มีโค้ชการทุ่มบอล โค้ชจิตวิทยา โค้ชร่างกาย โค้ชด้านโภชนาการ โค้ชด้านฟิตเนสหรือแม้กระทั่งโค้ชการใช้ชีวิต การพักผ่อน และมีการวัดความฟิตของสภาพร่างกาย จิตใจ ทั้งก่อนฤดูกาล ช่วงเข้าฤดู และระหว่างฤดูกาลด้วย  ซึ่งการเก็บรายละเอียดในขณะที่มุ่งไปสู่ภาพแห่งความสำเร็จนั้น ทุกท่านสามารถเชื่อมเข้ากับงานที่รับผิดชอบได้ว่า จะไปปรับปรุงงานตรงจุดไหนบ้าง

4.เขาให้ความสำคัญกับความเป็นทีม ทั้งทีมในสนามและทีมนอกสนาม

คล็อปป์ตระหนักและแสดงออกด้วยการกระทำให้เห็นเสมอว่า ความสำเร็จของทีมนั้น มีทั้งผู้ที่อยู่เบื้องหน้า เบื้องกลางและเบื้องหลัง เขาให้ความสำคัญและยกย่องผู้คนทุกๆบทบาท ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสโมสร แฟนบอล ทีมสต๊าฟผู้ช่วย ทีมโค้ชผู้ช่วย แม่บ้าน นักกายภาพบำบัด นักเตะและครอบครัวนักเตะ ดังนั้น สิ่งที่คล็อปป์ได้รับกลับมาก็คือ พลังทีมที่ยิ่งใหญ่ ทุกคนต่างทุ่มเทเพื่อสโมสรด้วยหัวใจ บางช่วงเวลา นักเตะบางตำแหน่ง เช่นนายประตูหรือกองหน้า ต้องการซ้อมเพิ่มนอกเวลาทำงาน โค้ชเฉพาะด้านก็ยินดีมาช่วยโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม นี่คือจิตวิญญาณของทีม

5.การสื่อสารทั้งข้อความทำความเข้าใจ สร้างความรักความเป็นหนึ่งเดียว และการปลูกฝังทัศนคติแห่งผู้ชนะ

คล็อปป์จะเน้นการสื่อสารทำความเข้าใจกับทีมทุกๆบทบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของทีมนักเตะนั้น คล็อปป์ จะเน้นสื่อสารให้นักเตะทุกคนเข้าใจแผนการเล่น มองเห็นและเข้าใจจุดอ่อน จุดแข็งในแต่ละเกมที่ผ่านมา และสื่อสารให้รับรู้ถึงสิ่งที่จะต้องปรับปรุง รวมทั้งแผนการเล่น วิธีการเล่นกับทีมต่อไป นอกจากนั้น คล็อปป์จะมีการสื่อสาร ทั้งการเป็นผู้พูด ผู้ฟังและตอบคำถาม เพื่อให้นักเตะทุกคนมีความรักกัน เข้าใจกัน มีความสุขในการอยู่ร่วมกัน ทั้งในและนอกสนาม  หากนักเตะมีปัญหากัน เขาจะแยกคุยทีละคนก่อนเรียกมาคุยพร้อมกัน เพื่อให้มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน  และคล็อปป์ยังมีความสามารถในด้านการปลูกฝังทัศนคติแห่งชัยชนะให้แก่นักเตะ ดังนั้นแม้ทีมจะถูกนำไปก่อน แต่ก็พลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะได้อยู่บ่อยๆ ซึ่งหากทีมงานของเรา มีทัศนคติแห่งชัยชนะ พวกเขาจะมีพลังแห่งการยืนหยัดจนบรรลุเป้าหมายในที่สุด

ทั้งหมดนี้คือ “ 5 หลักการนำทีมสู่ความเป็นแชมป์เปี้ยนของ เจอร์เกน คล็อปป์” ที่ผมสกัดและสรุปออกมา ซึ่งเชื่อว่า หากทุกท่านได้อ่านและทำความเข้าใจกับมัน จะสามารถเป็นตัวช่วยให้ท่านสามารถนำพาทีมไปสู่ชัยชนะในปี 2020 ได้อย่างแน่นอนครับ

สวัสดีครับ