TCMA คว้ารางวัลสมาคมการค้าดีเด่น ประจำปี 2566

0
529

สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เข้ารับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ “สมาคมการค้าดีเด่น ประจำปี 2566” จัดโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในงานสัมมนาใหญ่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประจำปี 2023 Connect-Competitive-Sustainable เปิดผลงานที่สร้างการยอมรับ จากภารกิจขับเคลื่อน Thailand 2050 Net Zero Cement & Concrete Roadmap เดินหน้าร่วมมือทุกภาคส่วนลดก๊าซเรือนกระจก สนองตอบนโยบายของประเทศเพื่อรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ (Climate Emergency)

ดร. ชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (Thai Cement Manufacturers Association: TCMA) เปิดเผยว่า TCMA มีความภาคภูมิใจ และเป็นเกียรติกับรางวัล “สมาคมการค้าดีเด่น ประจำปี 2566” โดย นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติมอบรางวัล เพื่อเชิดชูเกียรติสมาคมการค้าที่มีการบริหารจัดการเป็นเลิศก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสมาชิก สร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงาน และผ่านเกณฑ์การประเมินศักยภาพขับเคลื่อนประสิทธิภาพองค์กร ตามแนวทาง Balanced Scorecard ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ ด้านความสำเร็จตามพันธกิจ ด้านความสามารถในการบริหารจัดการ ด้านคุณภาพการให้บริการ และด้านการพัฒนาองค์กร

“รางวัลสมาคมการค้าดีเด่น ประจำปี 2566 ที่ TCMA ได้รับนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจของ TCMA ที่ได้ผลักดันให้อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ร่วมเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนตอบสนองเป้าหมายนโยบายลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ผ่านการดำเนินงาน Thai Cement Climate Actions and Collaboration towards Net Zero 2050 โอกาสนี้ ต้องขอขอบคุณสมาชิก TCMA

ซึ่งเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์ชั้นนำของไทยทุกราย ที่ร่วมกันดำเนินงานอย่างเข้มแข็ง จนมีความก้าวหน้าเป็นที่ประจักษ์ ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาชีพ ภาคการศึกษา ภาคสังคม ที่เข้ามาสนับสนุนร่วมดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญ ขอขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ ที่เห็นถึงความสำคัญต่อการทำงานของ TCMA และมอบรางวัลสมาคมการค้าดีเด่น ประจำปี 2566 ด้านความสำเร็จตามพันธกิจ และด้านคุณภาพการให้บริการ

ซึ่งเป็นการเสริมสร้างกำลังใจที่สำคัญแก่ TCMA ที่จะมุ่งมั่นเดินหน้าขับเคลื่อนการทำงาน ตามเป้าหมาย Thailand 2050 Net Zero Cement & Concrete Roadmap เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคอุตสาหกรรม และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ รวมทั้งจะสามารถรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ (Climate Emergency) ซึ่งเป็นวาระสำคัญในระดับโลกที่ต้องร่วมมือกันดำเนินงานอย่างจริงจัง” ดร.ชนะ กล่าว