Onleadership

0
938

7 ขั้นตอนการสร้างความสามารถในการฟื้นฟูพลังสำหรับผู้นำ”

ท่ามกลางสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชนิดยากที่จะคาดเดา จึงเป็นงานที่มีแต่ยากขึ้นของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำทีมหรือผู้นำองค์กร เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้นำที่ไม่แกร่งพอ จึงมีอาการยุบเหมือนรถยนต์ที่โดนเฉี่ยวชน ดังนั้น การฟื้นฟูพลัง ล้มแล้วลุกขึ้นสู้ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว จึงถือเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้นำนับจากนี้ไป และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มองเห็นความสำคัญของความสามารถในการลุกขึ้นสู้ใหม่ (Resilience) นี่คือ 7 ขั้นตอนการสร้างความสามารถในการฟื้นฟูพลังสำหรับผู้นำ ที่จะช่วยคุณได้

1.ฝึกฝนทักษะในการปรับตัว
ทักษะการปรับตัวเริ่มต้นจากการปรับอารมณ์โดยไม่ให้เป็นคนตึงเกินไป รู้จักยืดหยุ่น มีความยับยั้งชั่งใจ รู้จักคำว่าอดทนรอคอย อดเปรี้ยวไว้กินหวาน และมีทักษะในการวิเคราะห์ปัญหา รู้ว่าอะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล

2.เรียนรู้ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์
การเข้ากับคนได้เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูพลัง ซึ่งต้องอาศัยทักษะการสื่อสาร การเข้าใจผู้อื่น และการขยายตัวตนที่เข้าไปเชื่อมต่อกับคนอื่นได้ รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนตัวเราให้เข้ากับคนประเภทต่างๆได้ และการไม่มีอีโก้ติดตัวจนคิดว่าตัวเองดีเลิศกว่าใครๆ

3.สร้างคุณลักษณะเชิงบวก
คุณลักษณะเชิงบวกเกิดจากการมองตนเองในแง่ดี อยู่อย่างยอมรับความจริงและมีความหวัง มีความพึงพอใจในการใช้ชีวิต มองในสิ่งที่ตัวเองมี และมีความรู้สึกขอบคุณ ตั้งแต่บรรพบุรุษ ตัวเอง คนที่เคยช่วยเหลือคุณมา ทีมงาน และองค์กร ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่คุณลักษณะเชิงบวกนั้น มีส่วนในการช่วยให้คุณรู้สึกดีและพร้อมที่จะฝ่าวงล้อมออกไปให้ได้

4.การพัฒนาทัศนคติเชิงบวกที่มีต่อความผิดพลาด
คุณต้องกล้าทำสิ่งใหม่ๆ โดยคิดว่าไม่มีความผิดพลาดที่แท้จริง มีแต่บทเรียนรู้ และต้องไม่กลัวความผิดพลาด เมื่อพลาดขึ้นมา ให้รับรู้อย่างรวดเร็วเพื่อปรับปรุงแก้ไข และจงเป็นคนยินดีที่จะรับคำติชม ให้คิดเสมอว่า คำติชมคืออาหารเช้าของแชมเปี้ยน

5.พัฒนาระบบการมองหารางวัลจากภายนอกเป็นรางวัลจากภายใน
หากคุณเป็นคนที่เรียกร้องรางวัลภายนอกเป็นหลักเช่น เสียงชมจากคนอื่น การยอมรับจากผู้อื่น การได้รับเงินรางวัล เป็นต้น ถ้าคุณมองหาแต่รางวัลภายนอก เมื่อไหร่ที่คุณทำพลาด ขาดเสียงแสดงความชื่นชม พลังของคุณจะยิ่งหดหาย ดังนั้น คุณจึงต้องปรับตัวมาเป็นผู้ที่มองหารางวัลภายใน เช่น การรับรู้คุณค่าแห่งตน การทำสิ่งที่มีความสำคัญและมีความหมายต่อชีวิตผู้คน และการรู้สึกดีจากความดีและแก่นแท้ของตัวคุณเอง แม้อาจยังไม่มีใครมองเห็น

6.อย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางมากเกินไป
ถ้าคุณเอาตัวเองเป็นที่ตั้งและเป็นศูนย์กลางมากเกินไป คุณจะแบกรับทุกอย่างไว้ที่ตัวคุณคนเดียว มันไม่มีการกระจายน้ำหนัก ซึ่งอาจทำให้คุณอยู่ในสภาวะหนักอึ้งได้

7.ใช้การออกกำลังกายและการสำนึกคุณช่วยเติมพลัง
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี จะช่วยทำให้ระบบการหายใจ ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น อีกทั้งช่วยให้ร่างกายแข็งแรง จึงมีภูมิต้านทานต่ออุปสรรคปัญหาได้สูงกว่าคนทั่วๆไป
ส่วนการสำนึกคุณนั้น ช่วยสร้างความรู้สึกดีและเป็นการบ่มเพาะอารมณ์สำนึกคุณให้กระจายทั่วทั้งทีม ดังนั้นจงลองคิดถึงคนหรือองค์กรที่คุณจะแสดงความสำนึกคุณดู เพียงเท่านี้ คุณก็จะเข้าถึงพลังที่พร้อมจะแสดงศักยภาพอีกรอบ

นี่คือ “7 ขั้นตอนการสร้างความสามารถในการฟื้นฟูพลังสำหรับผู้นำ” ผมมั่นใจว่า ถ้าทุกท่านทำความเข้าใจและแปรไปสู่ภาคการลงมือทำ จะเริ่มเห็นความแตกต่างในเดือนที่ 4 เป็นต้นไปอย่างแน่นอน สำหรับครั้งนี้ ลาไปก่อนครับ