วันที่ 30 สิงหาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรน ต้นแบบภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ประธานในพิธี

พร้อมด้วย นายพุฒิเมธ พวงจันทึก ผู้อำนวยการโรงเรียนพิบูลมังสาหาร กล่าวขอบคุณ, นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวถึงที่มาการจัดตั้งศูนย์ฯ, ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะผู้บริหาร วช. เข้าร่วมพิธี ณ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีโดรน ซึ่งได้นำมาใช้ประโยชน์ทั้งด้านเกษตรกรรม ทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษา และความมั่นคง โดยการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรน ต้นแบบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุ่งหวังการพัฒนาทักษะของเยาวชนในสถาบันการศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี
พร้อมการส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชนในด้าน STEM และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งทางโรงเรียนพิบูลมังสาหารมีศักยภาพและความสามารถจากการแข่งขันและการได้รับรางวัลในระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีความเหมาะสมที่จะเป็นแหล่งศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบต่อยอดสู่การสร้างถ่ายทอดความรู้ การพัฒนาทักษะ ให้กับพื้นที่

นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมโดรนต้นแบบมีวัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในด้านการใช้เทคโนโลยีโดรนและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับได้ให้การสนับสนุนด้านอุปกรณ์การเรียนรู้ เช่น โดรนสำหรับถ่ายภาพมุมสูง, ระบบ Flight Simulator และจัดตั้งหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับอากาศยานไร้คนขับ การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดการพัฒนาทักษะของเยาวชน พร้อมทั้งสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรที่มีคุณภาพให้กับประเทศ
ทั้งนี้ วช. และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ พร้อมด้วยองค์กรภาคีเครือข่าย มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ของเยาวชนไทยในด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านการจัดอบรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันและเพื่อเสริมสร้างทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้กับเยาวชนไทย ตลอดจนเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในด้านความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ การวิจัย และเทคโนโลยี อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน