โตชิบา ชูบริการยกระดับ Cyber Resilience เสริมความแข็งแกร่ง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และอุตสาหกรรม

0
153

ประเทศไทย – โตชิบา ยกทัพโซลูชันป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ร่วมงาน CEBIT ASEAN Thailand 2020 โชว์เทคโนโลยีสุดล้ำลดความเสี่ยงทางไซเบอร์เสริมความแข็งแกร่งแก่ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและอุตสาหกรรม ตั้งเป้าขยายธุรกิจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เจาะตลาดประเทศไทย

ปัจจุบันทั่วโลกเกิดเหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการแพร่หลายในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทางกายภาพเข้าสู่ระบบเครือข่าย ส่งผลให้ระบบควบคุมงานอุตสาหกรรม (Industrial Control Systems: ICS) รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งแต่เดิมทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมระบบปิดที่มีความปลอดภัย ตกอยู่ในสภาวะเปราะบางและกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์มากยิ่งขึ้น นำมาซึ่งความเสียหายทางการเงิน อุปกรณ์เครื่องจักรเองก็ไม่เพียงถูกทำลาย แต่ยังก่อให้เกิดความเสียหายด้านอื่นๆ ที่ไม่สามารถประเมินค่าอีกด้วย อาทิ ความเสียหายด้านทรัพย์สินทางปัญญา ความเชื่อมั่นทางธุรกิจ และชื่อเสียงขององค์กร

จากรายงานของ Statista บริษัทชั้นนำด้านข้อมูลการตลาดและผู้บริโภค ระบุว่า ประเทศไทยมีการลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โดยรวมเพิ่มขึ้นทุกปีมาตั้งแต่ปี 2558 และคาดว่างบประมาณในส่วนนี้จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 0.07% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2568 ด้วยเหตุที่ตลาดมีความต้องการมากขึ้น อีกทั้งภาครัฐยังออกกฎข้อบังคับเข้มงวดขึ้นเพื่อยกระดับการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ตลาดโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ในประเทศไทยจึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โตชิบาได้พัฒนาโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ด้วยการบูรณาการจุดแข็งเรื่ององค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการผลิตที่สั่งสมมากว่า 140 ปี ผสานเข้ากับความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้แนวทางพัฒนาแบบ Intelligence Centric ทำให้โซลูชันหลักๆ ของโตชิบา ไม่เพียงช่วยป้องกันเหตุโจมตีทางไซเบอร์เท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างให้ระบบมีความทนทานหรือยืดหยุ่นต่อการถูกโจมตี (Cyber Resilience) ทำให้ระบบยังสามารถกลับมาทำงานได้อย่างสมบูรณ์เหมือนเดิมอีกด้วย ทั้งนี้ จากการนำโซลูชันดังกล่าวไปใช้ในโรงงานไฟฟ้าแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลข้อมูล (Visualization) และการตรวจจับ (Detection) เหตุโจมตีแบบเรียลไทม์ ณ จุดเข้าระบบ (Entry point) และพื้นที่ต่างๆ ทั่วระบบได้ โดยจะทำการวิเคราะห์ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นและคอยติดตามตรวจสอบสถานการณ์อย่างเข้มงวด ช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานของระบบในภาพรวมสูงขึ้น และมีค่าใช้จ่ายน้อยลง ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งต่อซัพพลายเออร์และผู้ใช้ปลายทางมากที่สุด

ล่าสุด โตชิบาได้นำโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์รุ่นเด่น มาร่วมจัดแสดงในงาน CEBIT ASEAN Thailand 2020 งานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ธุรกิจสตาร์ตอัป เอสเอ็มอี และบริษัทขนาดใหญ่ อาทิ โซลูชันด้านความปลอดภัยสำหรับระบบควบคุม CYTHEMIS™, CyberX, WaterFall และ Meister Series ซึ่งรองรับการทำงานแบบเรียลไทม์ ทั้งการแสดงผลข้อมูล การตรวจจับภัยคุกคาม และการแจ้งเตือน รวมถึงการส่งผ่านข้อมูลทางเดียวจากระบบเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติงาน (Operational Technology – OT) ไปสู่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology – IT) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและภาคอุตสาหกรรมที่มีการนำเทคโนโลยี IoT เข้ามาใช้

มร.ทาคาชิ อามาโนะ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ บริษัท โตชิบา คอร์ปอเรชั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของข้อมูล บริษัท โตชิบา ดิจิทัล โซลูชันส์ คอร์ปอเรชั่น เผยว่า “ในฐานะศูนย์กลางการผลิตแถวหน้าของภูมิภาคเอเชีย ประเทศไทยถือเป็นตลาดเป้าหมายที่สำคัญแห่งหนึ่งของโตชิบาในการขยายธุรกิจ โซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แบบครบวงจร ซึ่งเกิดจากการผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโลกไซเบอร์และเทคโนโลยีกายภาพของเราเข้าด้วยกัน ภายใต้กิจกรรมขายรูปแบบต่างๆ รวมถึงบริการภาคสนามของเราที่ได้รับการพัฒนาให้มีความเข้มแข็งขึ้น เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม โตชิบาพร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้มแข็งแก่ระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในประเทศไทย ให้มีความทนทานหรือยืดหยุ่นต่อการถูกโจมตี (Cyber Resilience) ในลักษณะต่างๆ”

เกี่ยวกับโตชิบา คอร์ปอเรชั่น

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น คือกลุ่มบริษัทที่ได้ควบรวมความรู้ความสามารถจากประสบการณ์กว่า 140 ปี ในการดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภท ตั้งแต่ธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เข้ากับสุดยอดสมรรถนะด้านการประมวลผลข้อมูล ดิจิทัล และเทคโนโลยี AI และด้วยจุดแข็งอันโดดเด่นนี้ จึงได้ผลักดันให้โตชิบาวิวัฒนาการสู่การเป็นบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลและการปฏิรูปเชิงดิจิทัล และก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยี Cyber-Physical-Systems ของโลก

ด้วยคำมั่นสัญญาจากกลุ่มบริษัทโตชิบา “คำมั่นสัญญาต่อประชาชน คำมั่นสัญญาต่ออนาคต” (“Committed to People, Committed to the Future”) โตชิบามุ่งมั่นที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมผ่านการบริการและโซลูชันต่างๆ เพื่อนำไปสู่โลกที่ดียิ่งขึ้น ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทโตชิบามีพนักงานในองค์กรกว่า 130,000 คนทั่วโลก ในปีงบประมาณ 2019 บริษัทสร้างรายได้ถึง 3.4 ล้านล้านเยน (31.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ)

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่เว็บไซต์ www.toshiba.co.jp/worldwide/about/index.html

เกี่ยวกับโตชิบา ดิจิทัล โซลูชันส์ คอร์ปอเรชั่น

บริษัท โตชิบา ดิจิทัล โซลูชันส์ คอร์ปอเรชั่น เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจด้านดิจิทัล โซลูชัน ของกลุ่มบริษัท โตชิบา ทำหน้าที่ให้บริการด้านการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายและเทคโนโลยี (System Integration) และดิจิทัล โซลูชัน ต่างๆ แก่องค์กรที่ต้องการเร่งเครื่องพัฒนาและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในธุรกิจ อีกทั้งยังมีบทบาทหลักในการผลักดันโตชิบาให้ก้าวสู่การเป็นบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยี Cyber-Physical ระดับโลก ที่มีขีดความสามารถขั้นสูงครอบคลุมตั้งแต่ระบบการผลิตไปจนถึงเทคโนโลยี AI

ปัจจุบัน โตชิบา ดิจิทัล โซลูชันส์ คอร์ปอเรชั่น ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคม ผ่านการบริการและโซลูชันต่างๆ เพื่อนำไปสู่โลกที่ดียิ่งขึ้น ตามคำมั่นสัญญาของกลุ่มบริษัทโตชิบา “คำมั่นสัญญาต่อประชาชน คำมั่นสัญญาต่ออนาคต” (“Committed to People, Committed to the Future”)