เปิดกลยุทธ์ “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” ผู้นำด้านการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจร ชูหมัดเด็ดยืนหนึ่งเรื่องความเชี่ยวชาญด้านหัตถการการปลูกผมที่ดีที่สุดในประเทศไทย ชี้ตลาดผู้ชายดูแลตัวเองน่าจับตามอง ล่าสุดเตรียมทุ่มงบพัฒนาบริการ ตั้งเป้าก้าวสู่อันดับ 1 ของเอเชีย ในปี 2021

0
58

ในยุคปัจจุบันนั้นนับว่าเป็นยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญในเรื่องของบุคลิกภาพ ซึ่งปัญหาผมและหนังศีรษะ อาทิ ผมร่วง, ผมบาง, ศีรษะล้านนั้นก็นับเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความกังวลใจ ส่งผลต่อความมั่นใจของใครหลายๆคนได้ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นจำเป็นจะต้องได้รับการดูแลรักษาและแก้ไขจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมโดยตรง และหนึ่งในสถาบันที่ให้บริการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจร โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็คือ “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” (Dr.Orn Medical Hair Center) สถาบันดูแลเส้นผมและหนังศีรษะชั้นนำของเมืองไทยที่โดดเด่นด้วยบริการปลูกผมถาวรด้วยหัตถการจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้บริการมากว่า 9 ปี มีประสบการณ์การปลูกผมคนไข้มากกว่า 9,000 เคส ที่เห็นผลได้จริงในแง่ของการงอกของเส้นผมใหม่ซึ่งการันตีผลถึง 98% ซึ่งมุ่งเจาะตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพและความงาม ชี้ตลาดการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะมาแรงมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมเตรียมทุ่มงบพัฒนาสถาบันดูแลเส้นผมและหนังศีรษะชั้นนำของเมืองไทยแห่งใหม่ ตั้งเป้าอันดับ 1 ของเอเชีย ภายในปี 2021

    พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมปลูกผมเจ้าของ “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” (Dr.Orn Medical Hair Center) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดปลูกผมในไทย รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาสนใจการดูแลเส้นผมมากขึ้นว่า “ในช่วง 9-10 ปีก่อนหน้านี้เป็นช่วงที่ตลาดของการดูแลเส้นผม ยังมีการแข่งขันน้อย เพราะมีผู้ประกอบการน้อยราย ขณะนั้นเราที่กำลังเรียนจบแพทย์ด้านเส้นผมมาโดยตรง บวกกับมีความสนใจในการผ่าตัดปลูกผม เพราะคิดว่าเป็นงานที่ท้าทาย ต้องอาศัยความละเอียดประณีต จึงเลือกเรียนต่อด้านการผ่าตัดปลูกผม ซึ่งเป็นการช่วยคนที่มีปัญหาผมบางศีรษะล้านให้กลับมามีผมหนาอีกครั้ง นับเป็นการแก้ปมปัญหาของคนไข้หลายๆคน เลยเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราตั้งใจจัดตั้งสถาบันดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจร ประกอบกับการเห็นโอกาสทางด้านธุรกิจว่าจะมีการเติบโตได้อีกมาก เราจึงตั้ง “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” โดยมีเป้าหมายให้เป็น “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” โดยได้เปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 9 ปี และในปัจจุบันหากมองตลาดปลูกผมของไทยในขณะนี้มีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดดและเริ่มมีการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะมีทั้งคลินิก/สถาบันเสริมความงามที่ลงมาเล่นในตลาดนี้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มบริการปลูกผมให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแก่ลูกค้า และเริ่มมีการหั่นราคา ลดแลกแจกแถม แต่หากมองในแง่คลินิกหรือสถาบันดูแลเส้นผมที่ให้บริการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจริงๆ นั้นยังน้อย ซึ่งคุณภาพและผลงานของการปลูกผมจึงเป็นสิ่งสำคัญของการเลือกรับบริการ เพราะการปลูกผมคือการลงทุนกับตัวเอง ถึงแม้ราคาสูง แต่หากลงทุนแล้วได้ผลงานที่ดี มีความปลอดภัย ก็ยังเป็นปัจจัยหลักที่ลูกค้าตัดสินใจเลือกใช้ โดย “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” ก็เป็นหนึ่งสถาบันที่มีบริการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะที่ครบครัน โดยให้บริการจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม โดยจะดูแลลูกค้าแบบครบวงจร วางแผนการรักษาระยะยาวด้วยโปรแกรม Hair Bank Management ซึ่งออกแบบการรักษาตั้งแต่การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะผมร่วง ผมบาง การฟื้นฟูสภาพเส้นผมสำหรับคนที่เริ่มมีปัญหาผมร่วง ผมบาง รวมทั้งแก้ปัญหาระยะสุดท้ายสำหรับคนที่ไม่มีรากผมแล้ว ด้วยการปลูกผมถาวร นอกจากนั้นยังมีบริการปลูกคิ้ว ปลูกหนวด รวมถึงการบำรุงเส้นผมด้วยการ ทำทรีทเมนต์ การฉีด Growth Factor การฉายแสงเลเซอร์ รวมถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมภายใต้แบรนด์ “ดร.อร คอสเม่” (DR.ORN COSMEZ) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ระดับ Medical grade ควบคุมดูแลโดยทีมแพทย์ พร้อมมีงานวิจัยรองรับว่าปลอดภัยและเห็นผลจริง ในปัจจุบันผลประกอบการของ “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” โตขึ้นมากกว่า 100% ในทุกปีโดย ซึ่งมีผู้ใช้บริการคิดเฉลี่ยต่อเดือนจำนวน 2,400 ราย แบ่งเป็นสัดส่วนชาย 70% และหญิง 30% เพราะผู้ชายเริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น รวมถึงมักมีปัญหาศีรษะบางจากฮอร์โมนเพศและกรรมพันธุ์ โดยแบ่งเฉลี่ยตามกลุ่มอายุ ช่วง 2035 ปี มีประมาณ 25 % อายุ 3550 ปี ประมาณ 50% และช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ประมาณ 25% และสาเหตุที่กลุ่มลูกค้ามีช่วงอายุที่น้อยลงอยู่ในช่วงวัยนักศึกษานั้น เพราะเทรนด์การดูแลสุขภาพและบุคลิกภาพของคนเราที่หันมาให้ความสนใจดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น รวมถึงการตระหนักถึงปัญหาผมร่วง ผมบางจากกรรมพันธุ์ที่ส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพด้วย”

    ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์ (Dr.Orn Medical Hair Center) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ 2554 ภายใต้แนวคิดที่มุ่งมั่นมอบประสบการณ์การให้บริการวางแผนดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ รวมทั้งการป้องกันและการรักษาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อีกทั้งการนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัยที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากลมาประยุกต์ใช้เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรักษา โดยได้รับรางวัลรางวัลผู้นำด้านการนำนวัตกรรมมาใช้ในการบำรุงและการปลูกผมจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พร้อมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะที่ตอบโจทย์ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด นอกจากนั้นเรายังก่อตั้งมูลนิธิรักษ์ผม ที่ช่วยเหลือผู้พิการทางด้านเส้นผมและหนังศีรษะ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้สามารถเข้ามารักษาฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการมอบสิ่งดีๆคืนกลับสู่สังคม พร้อมเปิดโอกาสให้การช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาสที่ยากต่อการเข้ารับการรักษา

    โดยการขึ้นเป็นผู้นำตลาดปลูกผมที่ให้บริการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจรอันดับ 1 ของประเทศไทย ให้ความสำคัญกับ​ กลยุทธ์ดังนี้ เริ่มจาก ชูความเป็นผู้นำด้านการนำนวัตกรรมอันทันสมัย พร้อมให้บริการจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผม (Innovation and Expertise)  ด้วยทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการเทรนนิ่งจากศูนย์การฝึกฝนในเครือสถาบันของ ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์ เพื่อพัฒนาทักษะฝีมือในการทำหัตถการ โดยคนไข้ 1 ราย จะได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน พร้อมทีมพยาบาล 10 คน เพื่อประสบการณ์และผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรักษา โดยดูแลลูกค้าแบบ Personalized วิเคราะห์สาเหตุของภาวะผมร่วง โดยมีบริการ 3 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนแรกการป้องกัน (Prevention) ที่ให้บริการลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนแรก โดยเป็นการคัดกรองแบบละเอียด เพื่อวางแนวทางการรักษาต่อไป ขั้นตอนต่อมาคือการทำทรีทเม้นท์ (Treatment) เป็นขั้นตอนของการดูแลรักษารากผม โดยผ่านการพิจารณาจากทีมแพทย์ว่าคนไข้ควรได้รับการรักษาแบบไหน โดยขึ้นอยู่กับปริมาณรากผมของคนไข้ หากยังคงมีรากผมจะเน้นรักษาด้วยยากิน ทายา ฉายแสงเลเซอร์ หรือทำทรีทเมนต์ เพื่อเพิ่มปริมาณเส้นผมและทำให้เส้นผมแข็งแรง และหากมีรากผมน้อยมากหรือไม่มีเลยก็จะแนะนำเป็นขั้นตอนการปลูกผม (Restoration) ด้วยเทคนิคต่างๆ โดยแนวทางการรักษานี้จะขึ้นอยู่กับการตกลงร่วมกันกับคนไข้ด้วย พร้อมตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจรด้วยการส่ง ผลิตภัณฑ์ “ดร.อร คอสเม่ (Dr.Orn Cosmez) ลุยในตลาด E-Commerce และ Social Commerce เพื่อเติมเต็มเซกเมนต์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ตอบโจทย์ผู้ประสบปัญหาเส้นผมในทุกรูปแบบ สามารถใช้ได้แม้ในคนที่ไม่มีปัญหา เพื่อเป็นการดูแลและป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหาผมได้ เพราะการดูแลเส้นผมจำเป็นต้องดูแลทุกวัน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่บ้านจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การรักษาเห็นผลดีอย่างชัดเจน โดยนอกจากคุณภาพของการรักษาแล้ว การบริการอย่างเหนือระดับ คืออีกหนึ่งปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า โดยทีมงานทุกคนผ่านการฝึกฝนเพื่อให้บริการอันยอดเยี่ยม มีการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมี Home Service ที่ให้บริการดูแลถึงบ้าน พร้อมทีมให้คำปรึกษาทางออนไลน์ (Online Consultation) ในกรณีที่ลูกค้าไม่สามารถเข้ามารับบริการที่คลินิกได้ เมื่อสามารถดูแลลูกค้าได้ในรูปแบบที่ทางลูกค้าสะดวก ก็จะช่วยทำให้เกิดความต่อเนื่องในการรักษา ส่งผลให้ผลลัพธ์ของการรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมโครงการเพื่อสังคมในมูลนิธิรักษ์ผม ที่ก่อตั้งโดยพญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ เพื่อมอบโอกาสให้กับผู้มีปัญหาผมที่ด้อยโอกาส ยากต่อการเข้าถึงการรักษาด้วย

    นอกจากความสำเร็จในการเป็นผู้นำด้านการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะในประเทศไทยแล้ว ด้าน พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ ยังตั้งเป้าหมายในการเป็น Medical Hair Center ที่ให้บริการในระดับเอเชีย ด้วยการทุ่มงบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท สร้าง “Dr.Orn Medical Hair Center” สถาบันดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจรในนะดับเอเชีย โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงเดือนเมษายน ในปี 2021 พร้อมเผยกลยุทธ์เพื่อผลักดันแบรนด์ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของเอเชียว่า “แม้ว่าเรายังไม่ได้เริ่มทำการตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาตินั้น แต่ก็ได้รับการยอมรับจากลูกค้าชาวต่างชาติส่วนหนึ่งที่ไว้วางใจเลือกเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทั้งจากประเทศจีน, ฮ่องกง, สิงคโปร์, พม่า, ลาว, เวียดนาม, ออสเตรเลีย รวมทั้งตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกา โดยคิดเป็น 20% จากลูกค้าทั้งหมด ซึ่งมาจากการบอกต่อจากลูกค้าที่เคยเข้าใช้บริการแล้วเห็นผล รวมทั้งจากการหาข้อมูลและดูจากเคสที่เราให้การรักษาจากทางเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ นอกจากนี้เรายังได้รับการยอมรับจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมหลากหลายประเทศที่ติดต่อขอเข้ามาดูงานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเห็นผลลัพธ์การรักษาที่มีความเป็นธรรมชาติ ส่วนความน่าสนใจที่อยากเข้ามาเล่นในตลาดระดับเอเชียคือ หากมองตลาดเส้นผมในเอเชียโดยเฉพาะในประเทศจีนขณะนี้นั้น มีการเติบโตและมีโอกาสสูงที่จะเข้าไปเจาะตลาดนี้ โดยองค์กรอนามัยโลก (WHO) ยังระบุว่าผู้บริโภค คนรุ่นใหม่ในจีนกำลังประสบกับปัญหาผมร่วงและผมบางอย่างหนัก และผลการวิจัยของบริษัทเทคโนโลยีสุขภาพในเครือ Alibaba ชี้ว่า ปัญหาผมบางเริ่มเป็นปัญหามากขึ้นในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย ซึ่งสาเหตุมาจากความเครียดจากการเรียนและอาการนอนไม่หลับ จึงหันมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมในแต่ละปีเพิ่มมากขึ้น 30% และคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า ธุรกิจบำรุงและปลูกผมในจีนจะเติบโตถึง 260% จึงเป็นโอกาสที่เราจะสามารถดึงกลุ่มลูกค้าเหล่านี้จากในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมผลักดันแบรนด์ให้กลายเป็น Top of Mind ด้านการบริการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจรทั้งในประเทศไทยและในระดับเอเชียต่อไป”

    ด้วยกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้เพื่อขึ้นเป็นอันดับ 1 ในระดับเอเชียมีดังนี้ การทำวิจัยและการพัฒนา (Research & Development) ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของเมืองไทยที่โดดเด่นด้านการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างล่าสุดได้จับมือร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังในการคิดค้นเครื่องเจาะผมและคิดค้นเตียงผ่าตัด ที่สามารถรองรับสรีระของคนไข้จะได้รู้สึกสบาย ไม่ปวดเมื่อย ขณะเข้ารับการปลูกผมซึ่งใช้เวลานาน และยังได้รับรางวัลผู้นำด้านการนำนวัตกรรมมาใช้ในการบำรุงและการปลูกผมจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, รางวัล SME ดีเด่นจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) อีกทั้งยัง สร้างศูนย์ฝึกฝนบุคลากรภายในองค์กร เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทีมบุคลากร ทั้งทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญให้มีคุณภาพและมอบประสบการณ์การรักษาที่เห็นผลได้จริงมีความเป็นธรรมชาติ รวมทั้งการสร้างความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรก (Experience First) โดยการให้บริการเหนือระดับ ที่สามารถสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าในทุกๆ Touch Point ของสินค้าและบริการ ซึ่งการทำ Experience First จะมุ่งเน้นไปยังพฤติกรรมและทัศนคติ รวมไปถึงความรู้สึกก่อน ระหว่าง และหลังการใช้บริการ รวมถึงแง่ของการรักษาที่สามารถเห็นผลได้จริง โดยการการันตีการเห็นผลในการรักษาจากการปลูกผมมากกว่า 98% เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดแก่ลูกค้า เมื่อลูกค้าเกิดความประทับใจ จึงจะสามารถเกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก (Word of mouth) นอกจากนี้ยังส่งเสริม การสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางออนไลน์ทุกชนิด โดยเน้นสร้างการตระหนักรู้ถึงปัญหาเส้นผม (Problem Recognition) โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาเส้นผมที่สามารถส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพได้หากปล่อยทิ้งไว้ พร้อมให้ความรู้ (Educate) ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแล การรักษา และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผม รวมทั้งความสำคัญในการเลือกใช้บริการปลูกผม หากใช้บริการในสถาบันที่ไม่ได้มาตรฐานก็อาจสูญเสียผมอย่างถาวร หรือผลลัพธ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ และยากต่อการแก้ไขต่อไป 

    ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจรได้แล้ววันนี้ที่ “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” (Dr.Orn Medical Hair Center) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.drornhaircenter.com/, Facebook: drornclinic, IG:drornclinic, Line: @drornclinic หรือโทร 087-330-1268 และ 083-554-3322