ส่งมอบกุญแจไขความสำเร็จ! จาก “ภัทรยล กิตติสาระกุล” สู่ “ฐิติรัตน์ กิตติสาระกุล” ส่งต่อมรดกแห่งความสำเร็จ ถอดคีย์ซัคเซส Happy MPM พื้นที่แห่งโอกาสของคนรุ่นใหม่ 

0
383

ปั้นมือใหม่ให้กลายเป็นมือโปร ถอดรหัสความคิดคนนิวเจนด้วย         “LA CLÉ” (ลาเคลย์) หลักสูตรความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่น จาก “ภัทรยล กิตติสาระกุล” สู่ “ฐิติรัตน์ กิตติสาระกุล” ผ่านแพล็ตฟอร์มธุรกิจ Happy MPM บันไดแห่งความสำเร็จที่พ่อแม่สร้างให้ลูกหลานอย่างมั่งคั่งและมั่นคง​

“คนประสบความสำเร็จ” เป็นคำในฝันที่หลายๆ คนอยากจะเป็น และในวันนี้คำๆ นี้ก็เกิดขึ้นแล้วกับคู่แม่ลูกคนเก่งสุดแกร่ง “ภัทรยล กิตติสาระกุล” ผู้ชักนำคนนิวเจนอย่าง “ฐิติรัตน์ กิตติสาระกุล” ก้าวเข้ามาสำเร็จด้วยกันภายใต้แบรนด์ Happy MPM ธุรกิจเน็ตเวิร์คคุณภาพที่อยู่คู่คนไทยมากกว่า 2 ทศวรรษ

ภัทรยล กิตติสาระกุล นักธุรกิจตำแหน่ง Diamond Star   เปิดเผยว่า ตนเองได้เข้ามาสู่ธุรกิจของ Happy MPM เมื่อไม่กี่ปีก่อนที่เริ่มต้นจากเพียงความประทับใจในผลิตภัณฑ์ก่อนจะต่อยอดเป็นธุรกิจส่วนตัว  วันนี้ภูมิใจที่ลูกประสบความสำเร็จ ก้าวขึ้นมาสู่จุดนี้ได้ จากความกล้าที่จะเปลี่ยนแนวคิด ทั้งยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามาศึกษาเรียนรู้ สิ่งที่สำคัญ คือ ตัวเราได้ให้โอกาสที่ดีกับลูก และที่ดีใจกว่าคือ เขาก็ให้โอกาสตัวเอง พร้อมพัฒนาต่อยอดไปเรื่อยๆ  

“อยากขอบพระคุณผู้บริหารทุกท่านที่เปิดโอกาสให้เราได้รู้จักผลิตภัณฑ์ดีๆ แผนการตลาดดีๆ ตอบโจทย์ทุกความต้องการบริษัทให้จากใจ ทุกคนรับจากใจ พร้อมส่งต่อจากใจ ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากผันตัวพลิกบทบาทจากพยาบาล เข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายเต็มตัว สัมผัสจากหัวใจได้ว่า Happy MPM มีแต่คำว่า ให้ สำหรับเป้าหมายในอนาคต ในความเป็นแม่เรามีทุกอย่างแล้ว จึงอยากส่งต่อให้ลูกสำเร็จในเส้นทางนี้ให้ถึงที่สุด อยากเห็นสิ่งที่เขาอยากได้ อยากเห็นลูกประสบความสำเร็จสูงสุด มีรายได้และสุขภาพที่ดีในอนาคต เราก็สบายใจแล้ว นั่นคือเป้าหมายเรา”

ด้านนิวเจนคนเก่ง ฐิติรัตน์ กิตติสาระกุล นักธุรกิจตำแหน่ง Diamond Star Plus คลื่นลูกใหม่มาแรง อายุ 19 ปี  ที่เพิ่งจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 มาหมาดๆ และกำลังศึกษาต่ออยู่ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แต่สามารถส่งตัวเองเรียนได้ และสามารถคว้าตำแหน่งดาวรุ่ง ก้าวสู่ความสำเร็จได้ ในระยะเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น โดยสามารถสร้างยอดขายหลักแสนได้ตั้งแต่เดือนแรก  และส่งต่อมายังเดือนที่สอง ที่สร้างยอดขายไปถึง 3 แสนบาท โดยใช้เทคนิคหลักคือ การทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ได้จากการเรียนรู้ ผ่านหลักสูตร “LA CLÉ ACADEMY” (ลาเคลย์ อะคาเดมี่)  จนประสบความสำเร็จไปอีกขั้น ของการทำธุรกิจ โดยปัจจุบันยังมีการขยายเครือข่ายทีมงานไปในกลุ่มคนรุ่นใหม่อีกเป็นจำนวนมาก   

“ตอนนี้ตัวเราเรียนและทำงานควบคู่ไปด้วย ยอมรับว่าตอนแรกไม่เปิดใจ แต่ก็เป็นคุณแม่อีกเช่นเคยที่สมัครเข้ามาทำธุรกิจก่อน แล้วเป็นผลักดันให้เราก้าวมาถึงจุดนี้ เพียงเพื่อตัดรำคาญหลังจากถูกแม่บังคับซื้อบัตรเขาสัมมนาไว้ แต่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จจริงๆ เมื่อได้เข้ามาเรียนรู้หลักสูตร “LA CLÉ” (ลาเคลย์) เราประทับใจมาก โค้ชเป็นกันเอง เราสามารถพูดคุย หัวเราะ เข้ากับทุกคนได้อย่างสนิทใจ หลังจากเรียนจบคอร์ส 3 วัน ทำให้เราเปลี่ยนความคิดหลายอย่าง เชื่อมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ช่วงแรกที่เข้ามาทำธุรกิจหลังเปิดใจ เรารู้ว่าต้องใช้ความพยายามและขยันมากๆ เพราะเรามีเป้าหมายของตัวเองที่ชัดเจน เปลี่ยนแรงกดดันมาเป็นพลังงาน ดูวิธีของคนสำเร็จ มาปรับใช้ในการทำงาน กระทั่งสำเร็จได้”  

ฐิติรัตน์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยรับทำงานพาร์ทไทม์ที่สร้างรายได้พอประมาณ แต่เมื่อหักลบกลบหนี้กับค่าเดินทาง ค่าอาหารและต้นทุนทางสังคมแล้ว ขยันมากแค่ไหน เหนื่อยแค่ไหน ทุ่มเวลาแค่ไหน รายได้ก็ไม่พอสำหรับใช้จ่ายในครอบครัว แต่เมื่อหันมาเริ่มต้นกับ Happy MPM องค์กรนี้ให้อะไรกับเรามากมาย ตอบโจทย์ความต้องการทั้งด้านรายได้ ความเชื่อมั่น สุขภาพ บอกได้ว่า

“หลักการทำงาน ทั้งหมดได้ซึมซับมาจากผู้นำ นั่นคือ “คุณแม่” คนสำคัญที่ลูกอย่างเรามองอยู่ตลอดในทุกด้านของการทำงาน เป็นมรดกชิ้นสำคัญที่แม่มอบให้ลูกคนนี้ ทำให้วันนี้ลูกคนนี้ส่งตัวเองเรียนได้ ซื้อทองเป็นของขวัญให้ตัวเองได้ มีเงินเก็บ และวางแผนเที่ยวต่างประเทศได้ ส่วนเป้าหมายในอนาคต คือ อยากได้มีรายได้ต่อเดือนหลักล้าน อยากซื้อรถ Porsche เป็นของตัวเอง ที่สำคัญอยากซื้อบ้านหลังใหม่ให้คุณแม่ ล่าสุดก็เพิ่งเซอร์ไพรส์คุณแม่ด้วยการพาคุณแม่ไป​     ล่องเรือหรูรับประทานข้าว และโอนเงินให้คุณแม่ 100,000 บาทเป็นของขวัญวันเกิด ได้เห็นรอยยิ้มของคุณแม่ที่ดีใจลูกอย่างเราก็มีความสุขแล้ว และอนาคตจะทำให้คุณแม่สบายและมีความสุขที่สุดเท่าที่ลูกคนนี้จะทำได้ค่ะ”  

ความสำเร็จของ “ฐิติรัตน์ กิตติสาระกุล” ในทุกวันนี้ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งก็มาจากบทเรียนต่างๆ ที่ได้จากครอบครัว นอกจากนี้ บทพิสูจน์ความสำเร็จของแม่ลูกคู่นี้ แสดงให้เห็นว่า อายุต่างกันไม่ใช่ปัญหา สิ่งสำคัญคือทัศนคติของเราที่ควรเปิดรับโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอมากกว่า เพราะสิ่งใหม่ที่เราได้ทำนั้นอาจนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าในชีวิตของเราและชีวิตของคนอื่นได้