สธ. มอบ“ของขวัญปีใหม่2566 สำหรับผู้สูงอายุ”

0
523

เปิด“คลินิกผู้สูงอายุ”ในโรงพยาบาลทุกระดับ ให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงเท่าเทียม เพื่ออายุยืนอย่างมีคุณภาพ จากการคาดการณ์ขององค์การสหประชาชาติระบุว่า ในปี 2040 ประเทศไทยจะมีสัดส่วนประชากรสูงอายุ(60 ปีขึ้นไป)มากเป็นอันดับ1ในภูมิภาคอาเซียน ขณะที่ปัจจุบัน(มิเตอร์ประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหิดล, 18 ธ.ค.2565)ประเทศไทยมีประชากรรวม 66.21 ล้านคน เป็นผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป 13.28 ล้านคนหรือร้อยละ 20.05 ของประชากรทั้งประเทศ นั่นหมายถึงขณะนี้ประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ และยังมีการคาดการณ์ว่าอีกไม่ถึง10 ปี(พ.ศ.2574)ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 25% และประมาณ 4% ของผู้สูงอายุ จะไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเอง

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากรอธิบดีกรมการแพทย์กล่าวว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเข้าสู่สังคมสูงวัยและให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ มีแผนการที่จะขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพผู้สูงอายุให้ได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบและทั่วถึง มุ่งเน้นให้มีมาตรการในการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุเป็นนโยบายสำคัญ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

ในโอกาสปีใหม่ 2566 นี้นายอนุทินได้มอบนโยบายให้ดำเนิน“โครงการของขวัญปีใหม่สำหรับผู้สูงอายุ”ขึ้นโดยกรมการแพทย์ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานร่วมกับกองบริหารการสาธารณสุข และโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบด้านการดูแลรักษา เมื่อผู้สูงอายุได้รับการประเมินว่ามีความเสี่ยงในกลุ่มอาการสูงอายุหรือโรคที่เป็นปัญหาสำคัญ ได้รับการส่งต่อเข้ารับการดูแลรักษาที่“คลินิกผู้สูงอายุ”ในโรงพยาบาลทุกระดับ พร้อมทั้งร่วมมือกับ สปสช.,หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตผู้สูงอายุ เช่นปัญหาสายตา ปัญหาด้านการกลั้นปัสสาวะโดยการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ แว่นสายตา ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ และอื่นๆที่จำเป็นให้แก่ผู้สูงอายุ

นายแพทย์ธงชัยกล่าวต่อไปว่ากรมการแพทย์ได้วางแนวทางในการขับเคลื่อน“โครงการของขวัญปีใหม่สำหรับผู้สูงอายุ ” พ.ศ. 2566 ในประเด็นหลักๆดังนี้ 1.สนับสนุนการจัดตั้ง“คลินิกผู้สูงอายุ”ในโรงพยาบาลทุกระดับตามแนวทางเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ(Geriatric approach) เพื่อรองรับการเข้าถึงบริการรับส่งต่อผู้สูงอายุกลุ่มที่มีความเสี่ยงหรือมีปัญหากลุ่มอาการสูงอายุ (Geriatric Syndromes)จากการคัดกรองโดยอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) จัดทำมาตรฐานและส่งเสริมการจัดตั้งคลินิกผู้สูงอายุในโรงพยาบาลทุกระดับ 2. จัดทำหลักสูตรด้านผู้สูงอายุและฝึกอบรมบุคลากรที่มีหน้าที่ในดูแลรักษาผู้สูงอายุ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล แพทย์แผนไทย นักวิชาการสาธารณสุขและวิชาชีพอื่นๆที่ได้รับมอบหมายให้สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ 3. เตรียมพร้อมด้านเทคโนโลยีสำหรับบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปสู่การวินิจฉัย กำหนดแนวทางดูแลรักษารายบุคคล สามารถรับส่งต่อระหว่างหน่วยบริการและจัดการข้อมูลดูแลรักษาได้อย่างเชื่อมโยงด้วยระบบ DMS Care Tools 4. บูรณาการงานร่วมกันระหว่างกรมอื่นๆในกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เช่น ร่วมสนับสนุนการตรวจวินิจฉัยโรคทางสายตา และสนับสนุนแว่นตา เป็นต้น
โดยมีเป้าหมายสำคัญคือเพื่อปิดช่องว่างความไม่เท่าเทียมและมุ่งสร้างความทั่วถึงด้านการเข้าถึงบริการของผู้สูงอายุในคลินิกผู้สูงอายุ กระจายโอกาสให้ผู้สูงอายุที่มีปัญหาได้รับการดูแลรักษา ตลอดจนช่วยชะลอการเข้าสู่ภาวะพึ่งพิงและให้ผู้สูงอายุคงศักยภาพในการดำเนินการชีวิตอย่างมีคุณภาพ

แพทย์หญิงบุษกร โลหารชุนผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุกล่าวว่าสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขมีพันธกิจหลักในการพัฒนาศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ตลอดจนการดูแลรักษาฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยก่อนวัยผู้สูงอายุและผู้สูงอายุ ทางสถาบันฯได้เปิดให้บริการ“คลินิกผู้สูงอายุ”ตามแนวทางการดำเนินงาน“โครงการของขวัญปีใหม่สำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อให้บริการประเมินสภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ ดังนี้ 1.ประเมินความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน 2.คัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด 3.คัดกรองความเสี่ยงหกล้ม 4.ประเมินสุขภาพช่องปาก 5.คัดกรองข้อเข่าเสื่อม 6.คัดกรองภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ 7.ประเมินปัญหาด้านการนอน 8.คัดกรองภาวะซึมเศร้า 9.คัดกรองภาวะสมองเสื่อม 10.คัดกรองสุขภาวะทางตา 11.คัดกรองภาวะด้านโภชนาการ

รวมถึงให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องการใช้ยาและการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ โดย สหวิชาชีพทั้ง แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด และนักโภชนาการ เป็นต้น ด้วยเครื่องมือที่มีคุณภาพสูง ถูกต้องและแม่นยำ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแล รักษา ป้องกันและฟื้นฟูได้อย่างครอบคลุมและเหมาะสม
#ของวัญปีใหม่ #ผู้สูงอายุ #กรมการแพทย์
วันที่ 5 มกราคม 2566