บล.ไทยพาณิชย์ มองแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในไตรมาสที่ 3/64 เข้าสู่วัฏจักรที่ถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโต (Growth phase) มองเป้า SET Index โดยอิงกับปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 1,600 จุด 

0
105

แนะโฟกัสการลงทุนเน้นหุ้นเชิงรับและหุ้นขนาดเล็กที่มีปัจจัยพื้นฐานเฉพาะตัว มี valuation สมเหตุสมผล

บล.ไทยพาณิชย์ มองวัฏจักรตลาดหุ้นไทยกำลังจะเปลี่ยนผ่านจากที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความหวัง (Hope phase) เข้าสู่ช่วงเวลาที่ถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโต (Growth phrase) ซึ่งเชื่อมโยงกับการเติบโตของกำไรตามปัจจัยพื้นฐานมากกว่าการปรับเพิ่ม valuation โดยประเมินระดับเหมาะสมของ SET Index สำหรับปี 2565 อิงกับปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 1,600 จุด แนะนำกลยุทธ์การลงทุนให้เปลี่ยนกลุ่มลงทุน จากกลุ่มหุ้นวัฏจักรเป็นกลุ่มหุ้นเชิงรับที่มีปัจจัยพื้นฐานเฉพาะตัวเป็นแรงขับเคลื่อนกำไร มี valuation ที่สมเหตุสมผล และพึ่งพาแรงส่งทางเศรษฐกิจมหภาคน้อยมาก โดยจุดเข้าซื้อสำคัญอยู่ที่ 1,500 – 1,550 จุด หุ้นแนะนำ ได้แก่ CRC, GPSC, PM, RJH และ SFT 

     นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) กล่าวว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจมหภาคกำลังจะเปลี่ยนไป หลังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเร็วกว่าคาดในช่วงที่ผ่านมา นำโดย สหรัฐฯ และ จีน โดยคาดว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯและจีนในไตรมาสที่ 3/64 จะเริ่มชะลอตัวลง รวมถึง นโยบายเศรษฐกิจทั้งด้านการเงินและการคลังจะเริ่มตึงตัวขึ้น เช่น การชะลอการอัดฉีดสภาพคล่อง และ การปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ เป็นต้น ซึ่งเป็นนโยบายที่ตรงข้ามกับในช่วงปี 2563 ด้านกลุ่มประเทศในยุโรปถือว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวได้ดี โดยข้อมูลกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายๆตัวกำลังฟื้นตัวไปที่ระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤติ covid-19 ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2564 อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนายังคงฟื้นตัวช้า เนื่องจากอัตราการได้รับวัคซีนยังคงต่ำทำให้ไม่สามารถควบคุมการระบาดของ covid-19 ได้ รวมถึง กำลังเผชิญกับความเสี่ยงการระบาดของ covid-19 สายพันธุ์ใหม่  

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องจับตาในช่วงไตรมาสที่ 3/64 นอกเหนือจากการระบาดรอบใหม่ของ covid-19 แล้ว คือ อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งมีการปรับตัวขึ้นแรงในไตรมาสที่ 2/64 โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าเป็นเหตุการณ์ชั่วคราวและจะเริ่มชะลอตัวลงในครึ่งหลังของปี 2564 ดังนั้น หากอัตราเงินเฟ้อไม่มีสัญญาณชะลอตัวตามคาด จะกลับกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่จะกดดันบรรยากาศการลงทุน เนื่องจากจะทำให้ตลาดมีความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะต้องมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น

สำหรับ แนวโน้มเศรษฐกิจไทย การระบาดระลอก 3 ของ covid-19 ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างมากในช่วงไตรมาสที่ 2/64 ซึ่งถือว่าต่อเนื่องจากการระบาดรอบที่ 2 ในช่วงปลายปี 2563 ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยด้านการบริโภคถือว่าช่วยลดผลกระทบจากมาตรการคุมเข้มได้บ้าง แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย คือ การฉีดวัคซีน ให้ได้ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจภายในประเทศและการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ในไตรมาส 4 ล่าสุดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ในปี 2564 ไว้ที่ระดับ 2%

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยไตรมาสที่ 3/64 การที่ SET Index ฟื้นตัวมาถึงระดับก่อนเกิดวิกฤติ covid-19 แล้ว แม้ว่าวิกฤติ covid-19 ยังไม่จบ บ่งชี้ว่า ราคาหุ้นได้สะท้อนความหวังของนักลงทุนไปมากแล้ว  ทำให้ประเมินว่าวัฏจักรตลาดหุ้นไทยกำลังจะเปลี่ยนผ่านจาก Hope phase (ช่วงเวลาที่ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วย valuation)  สู่ Growth phase (ช่วงเวลาที่ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตตามปัจจัยพื้นฐาน) ดังนั้น นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น โดยเราประเมินว่า หุ้นเชิงรับจะปรับตัว outperform ตลาด เพราะมี ความชัดเจนของกำไรที่สูงกว่าและมีความผันผวนที่ต่ำกว่ากลุ่มหุ้นวัฏจักร เป้าหมาย SET index ปี 2565 ที่อิงกับปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 1,600 จุด สอดคล้องกับมุมมองของเราที่คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2565 จะฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนโควิด-19 ระบาด กลยุทธ์หลักของเราในการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดใน 2H64 คือ การเปลี่ยนกลุ่มเล่นและเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและ valuation สมเหตุสมผล เราเชื่อว่าหุ้นวัฏจักรน่าจะสะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งไปเรียบร้อยแล้ว และแนะนำให้มองหาโอกาสเข้าซื้อหุ้นเชิงรับที่มีการประเมินมูลค่าที่น่าสนใจโดยจุดเข้าซื้อที่สำคัญอยู่ที่ 1,500-1,550 จุด

หุ้นเด่นไตรมาสที่ 3/64  แนะนำ หุ้นขนาดเล็กและหุ้นเชิงรับ ที่มีปัจจัยพื้นฐานเฉพาะตัวเป็นแรงขับเคลื่อนกำไร มี valuation ที่สมเหตุสมผล และพึ่งพาแรงส่งทางเศรษฐกิจมหภาคน้อยมากในการผลักดันให้มีผลตอบแทนสูงกว่าตลาด หุ้นแนะนำคือ CRC, GPSC, PM, RJH และ SFT 

  • CRC : คาด SSS 2QTD เติบโต 30%YoY จากฐานต่ำของปีก่อน และเติบโตเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังของเดือนพ.ค. 64 จากฐานปกติหลังสาขาต่างๆ เริ่มกลับมาเปิดให้บริการซึ่งยืนยันการผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ขณะที่ใน 2H64 จะได้อานิสงส์จากโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้โดยเฉพาะธุรกิจแฟชั่นและธุรกิจฮาร์ดไลน์ในประเทศไทย
  • GPSC : กำไร 2Q64 จะปรับตัวขึ้น QoQ จากการหยุดซ่อมบำรุงลดลง ต้นทุนก๊าซลดลง และการดำเนินงานเต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้า GE เฟส 5 ขณะที่การระบาดของโควิด-19 รอบนี้กระทบต่ออุปสงค์จากภาคอุตสาหกรรมน้อยกว่าปีก่อน
  • PM : คาดกำ ไร 2Q64 ลดลง QoQ ตามฤดูกาล แต่เติบโต YoY จากการที่บริษัทและคู่ค้ามีแผนออกสินค้าใหม่สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการขยายตัวแทนและศูนย์การกระจายสินค้าพร้อมทั้งเพิ่มช่องทางจำหน่ายออนไลน์
  • RJH : คาดกำไร 2Q64 ลดลง โตเด่น YoY จากรับรู้รายได้บริการตรวจโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง (Net Cash 66 ล้านบาท) อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard โดยปัจจุบันซื้อขายด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (PER) ล่วงหน้าปี 2564 และ 2565 ที่ 22.7 เท่า และ 21 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 52.0 เท่า และ 35.4 เท่า ตามลำดับ
  • SFT : คาดกำไร 2Q64-4Q64 นิวไฮต่อเนื่อง หนุนจากอุปสงค์เติบโตในลูกค้าทุกกลุ่ม และกำลังการผลิตใหม่ที่เริ่มผลิตตั้งแต่เดือนมิถุนายน

SCBS sees the 3Q21 Thai stock market entering a growth phase, with the SET Index based on fundamentals targeting 1,600 points, advising investors to focus on passive and small cap stocks with unique fundamentals and reasonable valuation

    SCB Securities Co., Ltd. (SCBS) sees the Thai stock market cycle transitioning from hope-driven to a growth phrase, relative more to earnings growth from fundamentals rather than a valuation hike.  The SET Index for 2022 based on fundamentals is targeted at 1,600 points. Investors are advised to shift investment strategies from cyclical stocks to passive stocks with unique fundamentals driving profits and reasonable valuation, relying less on macroeconomic momentum.  The proper entry points are in the range of 1,500 – 1,550 points. Recommended stocks include CRC, GPSC, PM, RJH, and SFT.

Speaking about the 2021 stock outlook, SCBS Managing Director and Head of Research Sukit Udomsirikul revealed that prospects for the overall macroeconomy are about to change, following a faster-than-expected global economic recovery led by the US and China.  It is projected that economic growth for the two major economies will slow down in 3Q21. Monetary and fiscal policies will be tightened, with measures such as a slowdown in liquidity injections and a tax hike employed by the US, among others.  These policies are the opposite of those implemented the previous year.  European countries are recovering well, with many economic activities picking up to near pre-COVID-19 levels, constituting a key contribution to global economic growth in 2021. However, the recovery of developing economies appears to remain sluggish due to low vaccination rates, placing control of the pandemic in peril, especially while encountering outbreaks of new strains.  

    Besides the new round of COVID-1, another important factor that must be closely monitored in 3Q21 is inflation, which recorded a sharp increase in 2Q21.  Most economists project that this trend will be temporary and will begin to slow down in the second half of 2021.  If inflation shows no signs of slowing down as expected, it will turn into a major risk factor pressuring the investment climate due to market concerns that the risk could prompt the Federal Reserve to raise interest rates sooner.

    On the local front, a third wave of COVID-19 had a significant impact on Thailand in 2Q21, after a second wave in late 2020. Economic stimulus measures have played a part in reducing impacts from strict control measures.  However, the most important factor critical for economic recovery lies in the achievement of the vaccination rates planned by the government.  Herd immunity would support the domestic economy and tourism in fully recovering in the fourth quarter.  The latest GDP growth forecast for 2021 is 2%.

In terms of Thai stock market outlook for Q3/21, the SET Index has seen a recovery to pre-COVID-19 levels, despite the crisis not yet being over, signaling that share prices reflect investors’ expectations.  From now on, the Thai stock market cycle is expected to adjust from a “hope phase” driven by valuation to a “growth phase” driven by fundamental growth, so investors should adopt a more cautious approach.  SCBS estimates that passive stocks will outperform the market, with higher earnings and lower volatility than cyclical stocks.  Based on such fundamentals, the SET index for 2022 is targeted at 1600 points, in line with our expectation that next year’s earnings will be able to resume their pre-COVID-19 levels. Our main strategy for outperforming the market in 2H21 is to diversify and choose stocks with strong fundamentals and reasonable valuations.  We believe that cyclical stocks should already reflect a strong recovery, and investors are also advised to look for passive buying opportunities with attractive valuations, with key entry points in the range of 1,500-1,550 points.

    Top picks for 3Q21 include small cap and passive stocks with unique fundamentals driving profits and reasonable valuations.  These stocks will rely less on macroeconomic momentum to drive above-market yields. Featured stocks are CRC, GPSC, PM, RJH, and SFT.

  • CRC: SSS 2QTD is expected to grow 30%YoY from last year’s low base, picking up slightly in the second half of May from the normal base, following service resumption of its stores.  The company has passed the bottom line and is expected to enjoy the benefits of the government’s “Ying Chai Ying Dai” (the more you spend, the more you get) e-voucher cashback scheme, especially fashion and hardline businesses.
  • GPSC: QoQ 2Q21 earnings are expected to increase due to lower maintenance shutdowns, lower gas costs, and full-quarter operation of the GE Phase 5 power plant amid the current COVID-19 outbreak, which lowered demand from the industrial sector compared to the previous year.
  • PM: QoQ 2Q21 earnings are expected to decline seasonally, but YoY growth will remain as the company and partners plan to continuously launch new products, including the expansion of agents and distribution centers as well as online distribution channels.
  • RJH: 2Q21 profits could decline, while demonstrating outstanding YoY growth through recognition of higher revenues from COVID-19 testing and strong financial status, showing a net cash of 66 million baht.  Its share price still lags, currently trading at an advanced P/E ratio of 2021 and 2022 at 22.7 and 21, below the group average of 52.0 and 35.4, respectively.
  • SFT: 2Q-4Q21 is estimated to record new highs, continuously driven by growing demand in all customer segments and new production capacity starting from June.