“SCB 10X” เดินหน้าสู่มิติใหม่การเงินโลกอนาคต ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ดูแล Node ของ “Band Protocol” บริษัทพัฒนา DeFi ระดับโลก ครั้งแรกในเอเชียที่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของไทยมีส่วนร่วมใน DeFi อย่างเป็นรูปธรรม ร่วมตรวจสอบ ยืนยัน การทำธุรกรรมผ่านระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลางบนเครือข่ายบล็อกเชน

0
805

“SCB 10X” เดินหน้าสู่มิติใหม่การเงินโลกอนาคต​ ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ดูแล Node ของ “Band Protocol” บริษัทพัฒนา DeFiเอสซีบี เท็นเอกซ์ (SCB 10X) บริษัทโฮลดิ้งคอมพานีในกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้าวางรากฐานสู่โลกการเงินแห่งอนาคตและพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ประกาศร่วมเป็นหนึ่งในผู้ดูแล Node บนเครือข่ายของ Band Protocol บริษัทพัฒนาบล็อกเชนด้าน Data Oracle อันดับหนึ่งของเมืองไทย และเป็นผู้พัฒนา DeFi ระดับโลก ทำหน้าที่ในการตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมการเงินบนบล็อกเชนร่วมกับ Node อื่นๆในเครือข่าย เพื่อสร้างความปลอดภัย เพิ่มความโปร่งใส ให้ทุกธุรกรรมการเงินบนบล็อกเชนนั้นตรวจสอบได้ในทุกธุรกรรมการเงิน นับเป็นครั้งแรกในเอเชียที่บริษัทในกลุ่มสถาบันทางการเงินเริ่มเข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมในการให้บริการทางการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi) อย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำความมุ่งมั่นขององค์กรในการ​เตรียมรับมิติใหม่โลกการเงินแห่งอนาคต

นายกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Head of Venture Builder บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “หนึ่งใน ecosystem ที่ SCB 10X ให้ความสนใจที่จะเข้าไปศึกษาและพัฒนา คือ Decentralized Finance (DeFi) หรือ บริการทางการเงินแบบไร้ศูนย์กลางบนบล็อกเชน ซึ่งเราเล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่จะกลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่สำหรับการดำเนินธุรกิจในโลกอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ DeFi ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยยกระดับบริการทางการเงินทั่วโลก ให้สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้พรมแดน เราจึงมุ่งมั่นในการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีบล็อกเชน ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกอุตสาหกรรม ที่ผ่านมาเราได้ร่วมมือกับ Band Protocol บริษัทพัฒนาบล็อกเชนด้าน Data Oracle อันดับหนึ่งของเมืองไทย และ Alpha Finance Lab โดยการส่งนักพัฒนาจาก SCB 10X ไปร่วมศึกษาและพัฒนานวัตกรรมด้าน DeFi ออกสู่ตลาดโลก นอกจากนี้ SCB 10X ยังได้จัดตั้ง Blockchain Lab ที่รวบรวมทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนขึ้นภายในองค์กรเพื่อพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ด้านบล็อกเชนให้เกิดขึ้น เช่น กรณีนี้ที่เข้าเป็นหนึ่งในผู้ดูแล Node ของ Band Protocol เป็นต้น เพื่อเข้าใจและนำศักยภาพต่าง ๆ ของระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi) มาปรับใช้งานจริงในภาคธุรกิจ ก่อนต่อยอดสู่บริการทางการเงินอื่นๆ ต่อไปในอนาคต”

“ในครั้งนี้ความร่วมมือของเราทั้งสององค์กรได้ขยายขอบเขตมาสู่ขั้นตอนที่ได้ร่วมลงมือปฏิบัติ ผ่านการร่วมเป็นหนึ่งในผู้ดูแล Node หรือ Validator บนเครือข่ายบล็อกเชนของ Band Protocol ซึ่งเป็นระบบการเงินบนเครือข่ายที่ไม่มีศูนย์กลาง โดยระบบจะกระจายอำนาจให้กับสมาชิกต่าง ๆ ในเครือข่าย (peer-to-peer network) เป็นผู้ตรวจสอบธุรกรรม ซึ่ง SCB 10X จะร่วมทำหน้าที่ในการช่วยตรวจสอบ ยืนยัน และเก็บข้อมูลของธุรกรรมการเงินต่าง ๆ เป็นสำเนาชุดเดียวกันร่วมกับคนในเครือข่าย โดยการทำธุรกรรมในหนึ่งครั้งจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล Node ทุก Node ในระบบ ธุรกรรมนั้นจึงจะถือว่าสำเร็จ ทำให้การให้บริการทางการเงินแบบกระจายอำนาจนี้มีความโปร่งใส เชื่อถือได้ และสามารถตรวจสอบได้ในทุกธุรกรรม การร่วมเป็นหนึ่งในผู้ดูแล Node ของ SCB 10X ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในเอเชียที่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของไทยมีส่วนร่วมในกระบวนการทำงานของการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi) อย่างแท้จริงและเป็นรูปธรรม เพราะเราจะมีสิทธิในการตรวจสอบธุรกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระบบ (Voting Power) ซึ่งนับเป็นก้าวแรกในการปรับตัวและเรียนรู้ที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของมิติใหม่ในอุตสาหกรรมการเงินในโลกยุคดิจิทัล และการธนาคารของประเทศไทยในอนาคต” นายกวีวุฒิ กล่าวเสริม

“SCB 10X” transitions to finance of the future by joining global DeFi developer “Band Protocol” as node validator
The first time in Asia that a financial services company is materially involved in DeFi.
Co-validating transactions through a decentralized system on a blockchain network.

In a bid to transform the company and fulfill finance functions of the future while strengthening its blockchain capability, SCB Group tech holding company SCB 10X recently announced another milestone by becoming one of the node validators on a blockchain network operated by Band Protocol, Thailand’s number one data oracle blockchain developer and a global DeFi developer. The collaboration will see SCB 10X taking part in validating and confirming blockchain-based financial transactions with other network nodes to increase security and transparency, ensuring the integrity of every financial transaction entered into the blockchain. This deal marks the first time in Asia that a financial group company has engaged in real involvement in providing decentralized financial services (DeFi), reaffirming the company’s readiness for the finance of the future.

SCB 10X Head of Venture Builder Mr. Kaweewut Temphuwapat revealed that, “One of the ecosystems SCB 10X is keen on exploring and developing is Decentralized Finance (DeFi), a blockchain-based decentralized financial service. We recognize that blockchain technology will become a new infrastructure for business operations in the future, especially when it comes to DeFi, playing an important role in helping improve financial services around the world and allowing seamless connectivity. We have therefore strived to take advantage of our blockchain technology capabilities to the fullest extent and apply them to every industry. We have partnered with Band Protocol, Thailand’s number one data oracle blockchain developer, and Alpha Finance Lab by sending SCB 10X developers to develop DeFi innovations for the global market. In addition, SCB 10X has established a blockchain lab bringing together a team of blockchain experts within the organization to develop blockchain innovations. As seen in this collaboration, we are participating as one of Band Protocol’s node validators, allowing us to better understand and bring the potential of a decentralized financial system (DeFi) into reality, paving the way for other financial services in the future.”

“This collaboration extends our role in taking real action by joining as one of the node validators on Band Protocol’s DeFi blockchain network. The system will decentralize voting power to members of the peer-to-peer network to monitor transactions, and SCB 10X will play a part in validating and keeping the same financial transaction records as other peers in the distributed ledger network since a transaction must be approved by every node validator in the system for it to be successful. This feature allows every financial transaction on a decentralized financial platform to be transparent, reliable, and verifiable. This partnership is the first of its kind in Asia highlighting a financial services company from Thailand truly involved in DeFi workflow. We will have voting power to validate transactions taking place in the system, and this will be the first step in transitioning and learning to deal with future digital disruption in Thailand’s financial and banking industry,” added Mr. Kaweewut.