KBank Private Banking ร่วมกับ Lombard Odier แนะลงทุนกระจายเสี่ยง เน้นหุ้นยั่งยืน  ปั้นพอร์ตลูกค้าเศรษฐีโตต่อเนื่องรับ Post-COVID ชี้หุ้นยุโรป-ตลาดเกิดใหม่จะให้ผลตอบแทนดีสุด

0
1257

KBank Private Banking KBank Private Banking ร่วมกับ Lombard Odier พันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งเป็นไพรเวทแบงก์ระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ จัดงาน Live Streaming Conference จากเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในหัวข้อ “RETHINK PERSPECTIVE: PATH TO PANDEMIC RECOVERY” เพื่อเจาะลึกแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนโฉมหลังการระบาดครั้งใหญ่ของโรคโควิด 19 รวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกที่เร่งขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ ส่งผลให้ตลาดกำลังเปลี่ยนแปลงและโอกาสในการลงทุนกำลังเปลี่ยนไป เพื่อให้พอร์ตการลงทุนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในยุค Post-COVID โดยมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกของ Lombard Odier

ดร.แซมมี่ ชาร์ หัวหน้าทีมนักเศรษฐศาสตร์ Lombard Odier มองภาพรวมเศรษฐกิจว่า “การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกยังไม่ทั่วถึง ด้วยความแตกต่างของความสามารถในการกระจายวัคซีน ทำให้ประเทศที่กระจายวัคซีนได้รวดเร็ว อย่างสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และประเทศในยุโรป กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มทยอยกลับมาเป็นปกติ ส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วกว่าประเทศอื่น โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ Herd Immunity ได้ในไตรมาส 3 ของปีนี้” 

“นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะของสหรัฐฯ อย่าง มาตรการเยียวยาจากวิกฤตโควิด 19 มูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศเป็นหลัก และยังมีวงเงินลงทุนระยะยาวในโครงสร้างพื้นฐาน มูลค่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ American Families Plan ที่เน้นดูแลเด็กและการศึกษา มูลค่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นตัวเร่งสำคัญที่ส่งให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ กลับมาฟื้นตัวได้ดี ในด้านการขึ้นภาษีในสหรัฐฯ ที่จะสร้างรายได้เพื่อชดเชยมาตรการทางการคลังคาดว่าจะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และส่งผลกระทบไม่มาก โดยรวมคาดว่าประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะมากกว่าผลเสียจากการขึ้นภาษี ที่เน้นการขึ้นภาษีคนรวยเป็นหลัก ในขณะเดียวกันการขึ้นภาษีรายได้จากการขายสินทรัพย์ในตลาดหุ้น หรือ Capital Gain Tax คาดว่าคงไม่สามารถขึ้นภาษีได้ถึง 39% แต่อาจจะขึ้นจาก 20% เป็น 30% เท่านั้น

จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค มร.สเตฟาน โมเนียร์ ผู้บริหารการลงทุนระดับสูง Lombard Odier มีมุมมองต่อตลาดหุ้นในแต่ละภูมิภาค รวมทั้งสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ แตกต่างกันไป ดังนี้

  • หุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ หุ้นยุโรป และตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ น่าจะให้ผลตอบแทนดีที่สุด ในอีก 1 ปี ข้างหน้า 
  • บริษัทจดทะเบียนในสหราชอาณาจักร ตลาดเกิดใหม่ และยุโรป มีกำไรสุทธิต่อหุ้น หรือ Earing จะเติบโตได้ดีกว่าภูมิภาคอื่น
  • ในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว คาดว่าหุ้นคุณค่า หรือ Value Stock จะมีผลตอบแทนที่โดดเด่นกว่าหุ้นกลุ่มเติบโต หรือ Growth Stock แม้ราคาต่อหุ้นจะค่อนข้างแพง แต่การเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้น หรือ Earning ยังคงสนับสนุนให้น่าสนใจต่อเนื่อง
  • ในทางกลับกัน มองว่า ทองคำ ตราสารหนี้ยุโรป และตราสารหนี้ในสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนน้อยที่สุด จากการคาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี จะอยู่ที่ 2.0% ณ สิ้นปี 2564 และ 2.5% ในอีก 12-18 เดือนข้างหน้า ซึ่งส่งผลกระทบทางลบต่อผลตอบแทนทองคำ

ส่วนมุมมองต่อกระแส Bitcoin มร. สเตฟานกล่าวต่อว่า “มีโอกาสที่ทั่วโลกจะใช้ Cryptocurrency แพร่หลายมากขึ้นในอนาคต และเชื่อว่าเทคโนโลยี Block Chain จะเข้ามามีบทบาทในโลกการเงินมากขึ้น แต่ในแง่ของการลงทุนนั้นมองว่ายังมีความเสี่ยงอยู่มาก เพราะ 1) ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ ราคาเคลื่อนไหวตาม Demand-Supply    2) นวัตกรรมและเทคโนโลยีอาจทำให้มี Crypto Asset ใหม่ๆ ที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จมากกว่า Bitcoin”

ด้านกลยุทธ์การลงทุน Lombard Odier ยึดหลักลงทุนโดยการกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์

  • หุ้น และกระจายการลงทุนทั้ง Growth + Value Stock ให้ความสำคัญกับการลงทุนในหุ้นยั่งยืน
  • ตราสารหนี้ โดยเน้นลงทุนในจีน เพราะมีผลตอบแทนที่น่าดึงดูด
  • เติมเต็มพอร์ตด้วย Private Assets (โดยเฉพาะ Private Equity) เพื่อเพิ่มผลตอบแทนในระยะยาว

เช่นเดียวกับมุมมองจาก Lombard Odier “ท่ามกลางสภาวะตลาดปัจจุบันที่มีความผันผวนสูง แต่แนวโน้มเศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากการทยอยเปิดเมือง จากการเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐฯ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว ถือเป็นปัจจัยเอื้อต่อตลาดหุ้น และธนาคารฯ ยังคงเชื่อมั่นว่าการลงทุนระยะยาว ผ่านการกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนในระยะสั้น อีกทั้งยังคงเน้นการลงทุนหุ้นในธีม Winner of New Economy, Health is Wealth และ Save the World ที่ล้วนมีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะ รวมไปถึงความสามารถในการคัดเลือกหุ้นของผู้จัดการกองทุนชั้นนำของโลก ที่สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีได้ในระยะยาว” นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวปิดท้าย

KBank Private Banking and Lombard Odier recommend diversified portfolio, focusing on sustainable stocks to capitalize on post COVID-19 growth – highlighting European and emerging markets as outperformers

KBank Private Banking collaborated with a strategic alliance, Lombard Odier, in organizing a live streaming conference from Geneva, Switzerland, titled “Rethink Perspective: Path to Pandemic Recovery” to provide insights on global economic trends, post COVID-19. Given the accelerating revival in economies worldwide driven by large-scale stimulus measures, investors are recommended to capitalize on the changing market trends and opportunities so that their portfolio will enjoy ongoing growth post-COVID-19. Viewpoints were shared by two key professionals who are well-versed in global economics and investment strategy from Lombard Odier.

Dr. Samy Chaar, Chief Economist, Lombard Odier, provided an overview of the global economy as follows: “Economies worldwide are on divergent recovery paths. Much is dependent upon each country’s ability and progress in procuring and distributing vaccines domestically. As evidenced, countries with quickening vaccinations like the US, the UK and some other European countries have seen normalizing economic activity, thus enjoying faster economic recovery than the rest of the world. These countries are expected to establish herd immunity within the third quarter of this year.”

“For the US, the 1.9 trillion USD coronavirus relief package, which aims to revive domestic consumption, long-term investment of 2.2 trillion USD under the plan to rebuild its infrastructure, and the American Families Plan worth 1.8 trillion USD focused on child care and education – all of these initiatives are expected to put the US economy on a firmer footing sooner rather than later. Meanwhile, any US tax hikes to pay for fiscal stimulus measures are expected to be made only gradually; therefore, they may have limited impact on the economy. All in all, the benefits from economic stimulus measures will outweigh the downsides of any tax increases, which will primarily target the rich. Concurrently, the capital gains tax cannot be raised to 39 percent, but possibly from 20 percent to 30 percent only.”

Bearing in mind that economic recoveries in each region are uneven and discontinuous. Consequently, Mr. Stephane Monier, Chief Investment Officer, Lombard Odier, gave insightful viewpoints on the stock markets in each region, including other types of assets, as follows:

  • Stocks in emerging markets, European stocks and debt instruments in emerging markets may offer the best returns over the next one year.
  • Listed companies in the U.K., emerging markets and Europe, in terms of earnings per share (EPS), will outperform their peers in other countries, markets and regions.
  • During an economic upturn, value stocks will offer greater returns than growth stocks. Although the value stocks are higher-priced, their EPS growth will continue to make them more attractive.  
  • On the contrary, gold, as well as European and US bonds, may offer the lowest returns as 10-year US Treasury yields are projected to stand at 2.0 percent as of year-end 2021 and 2.5 percent over the next 12-18 months. Such growth rates may adversely affect gold returns.  

Regarding the Bitcoin trend, Mr. Monier said, “Cryptocurrency will likely be used widely around the world in the future, and blockchain technology will play a more important role in global financial markets. In terms of investment, cryptocurrency carries a number of risks because: 1) its value is not assessable, and prices tend to move in line with demand/supply; and 2) technological innovations could give rise to new crypto assets that may be more popular and successful than Bitcoin.”

Regarding investment strategy, Lombard Odier adheres to the principle of portfolio diversification:

  • Equities and portfolio diversification including growth and value stocks, focusing on sustainable shares
  • Debt instruments – with emphasis on investment in China, where returns are more attractive
  • Complete the portfolio with private assets (particularly private equities) to generate additional returns over the long term.

KBank Private Banking shared similar views with Lombard Odier. Mr. Jirawat Supornpaiboon, KBank Private Banking Group Head, said in closing, “The world’s capital markets are currently experiencing high volatility, even as advanced economies like the United States are seeing post-lockdown recovery thanks to accelerated vaccination efforts. We firmly believe that long-term stimulus packages are a positive factor for the stock market, and that long-term investment through portfolio diversification would help to reduce short-term volatility. Moreover, the focus will remain on stock investment in the themes of “Winners of the New Economy”, “Health is Wealth” and “Save the World” – all of which are supported by specific factors – as well as the ability of the world’s top fund managers in selecting stocks that can generate good returns in the long run.”