IFC ลงทุนในตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) และตราสารหนี้เพื่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล (Blue Bond) ที่ออกครั้งแรกในประเทศไทยโดยกรุงศรี สนับสนุนการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย

0
432

IFC เข้าลงทุนในตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) และตราสารหนี้เพื่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล (Blue Bond) มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ออกโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (หรือเรียกว่า กรุงศรี) เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน (Blue Economy) และช่วยเร่งจัดสรรเงินทุนสำหรับโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ตลอดจนสนับสนุนการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล

ภายใต้การสนับสนุนผ่านการลงทุนดังกล่าวจาก IFC กรุงศรี ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ในประเทศไทย จะดำเนินการสนับสนุนด้านเงินทุนจำนวนรวม 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่โครงการธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลที่มีศักยภาพ อาทิ การจัดหาแหล่งน้ำสะอาด การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและอื่น ๆ และสนับสนุนเงินทุนส่วนที่เหลือแก่โครงการธุรกิจเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอื่น อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรายย่อย ทั้งนี้ การออกตราสารหนี้ทั้งหมดจะดำเนินไปตามหลักการตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond Principles) ของสมาคมตลาดทุนนานาชาติ (International Capital Market Association) โดยในส่วนของการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ IFC (IFC’s Guidelines for Blue Finance)

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การออกตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) และตราสารหนี้เพื่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล (Blue Bond) เป็นครั้งแรกนี้ จะทำให้ธนาคารสามารถเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายระยะกลาง ในการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจที่ส่งเสริมความยั่งยืนเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 พันล้าน – 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573″ “นอกจากนี้ ภายใต้การสนับสนุนของ IFC ธนาคารจะยังคงความเป็นผู้นำตลาดที่แข็งแกร่งในการออกตราสารหนี้เพื่อการลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ (Thematic Bond) ในฐานะพันธมิตรที่ลูกค้าธุรกิจไว้วางใจโดยเฉพาะในด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ยั่งยืน”

นอกเหนือจากการลงทุนดังกล่าวแล้ว IFC จะสนับสนุนกรุงศรีในการพัฒนากรอบการทำงานในการออกตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) และตราสารหนี้เพื่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล (Blue Bond) และพัฒนาระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนทางการเงินเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเพื่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล

นางสาวเจน หยวน ซู (Jane Yuan Xu) ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ของ IFC กล่าวว่า “การเงินเพื่อความยั่งยืนและการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ในการดำเนินงานของ IFC ในประเทศไทย และ IFC มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับกรุงศรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของเราในโครงการที่สำคัญนี้”

“การลงทุนในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มการสนับสนุนทุนเงินสำหรับโครงการธุรกิจเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเพื่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญสู่เป้าหมายด้านการบริหารจัดการสภาพภูมิอากาศของประเทศ”

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียประสบกับคลื่นความร้อนที่ทวีความรุนแรงมากเป็นประวัติการณ์ และส่งผลกระทบที่ร้ายแรงตามมา โดยคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้า อุตสาหกรรม และการธนาคาร (กกร.) ได้รายงานว่าภัยแล้ง น้ำท่วม และสภาวะอากาศแบบสุดขั้วอื่น ๆ ได้ทวีความรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยเป็นมูลค่ากว่า 36,000 ล้านบาทในปีนี้

ความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศที่สำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับประเทศไทยคือภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจด้านทรัพยากรทางทะเล ซึ่งมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 30 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ จากข้อมูลของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ประเทศไทยมีขยะที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเฉลี่ยปีละ 1.03 ล้านตัน และจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของขยะดังกล่าวถูกปล่อยให้ไหลลงสู่ทะเล โดยประเทศไทยยังติดอันดับ 1 ใน 6 ของประเทศทั่วโลกที่ก่อให้เกิดมลพิษพลาสติกในทะเลอีกด้วย

เกี่ยวกับ บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC)
บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation: IFC) เป็นสมาชิกและหนึ่งในหน่วยงานภายใต้กลุ่มธนาคารโลก เป็นสถาบันระดับโลกเพื่อการพัฒนาและมุ่งเน้นการทำงานกับภาคธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ มีการดำเนินการในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยนำเงินทุน ความเชี่ยวชาญ และศักยภาพร่วมเสริมโอกาสและสร้างตลาดให้กับท้องที่ที่กำลังพัฒนาทั่วโลก ในปีงบประมาณ 2564 บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศให้คำมั่นสัญญาที่จะให้ความช่วยเหลือเงินทุนเป็นจำนวน 32,800 ล้านดอลล่าร์แก่บริษัทเอกชนและสถาบันการเงินในประเทศกำลังพัฒนาต่าง ๆ โดยใช้ศักยภาพของภาคเอกชนเพื่อช่วยสร้างความเจริญและขจัดความยากจน ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศดังกล่าวจะต้องต่อสู้กับผลกระทบของการระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดดู www.ifc.org

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม
www.ifc.org/eastasia
www.twitter.com/IFC_EAP
www.youtube.com/IFCvideocasts
www.ifc.org/SocialMediaIndex
www.instagram.com/ifc_org
www.facebook.com/IFCeap
www.linkedin.com/showcase/ifc-asiapacific

เกี่ยวกับกรุงศรี
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และเป็นหนึ่งในหกสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) โดยดำเนินธุรกิจมานานถึง 78 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก กลุ่มกรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อรายย่อย การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 605 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงินในรูปแบบปกติ 565 สาขาและสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 40 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 33,579 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชีบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า 10 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย (บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)) อีกด้วย

กรุงศรีมีพันธสัญญาในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุด ธนาคารและบริษัทในเครือได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ “แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต” โดยมุ่งร่วมมือกับองค์กรชั้นนำในไทยและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคาร เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม
www.krungsri.com
www.facebook.com/KrungsriSimple
www.twitter.com/KrungsriSimple
www.youtube.com/KrungsriSimple
www.instagram.com/KrungsriSimple
www.linkedin.com/Krungsri

IFC Subscribes to First Green and Blue Bond Issued by Krungsri, Supporting Thailand’s Climate Goals

Bangkok, Thailand, June 15, 2023—To protect Thailand’s blue economy and scale up financing for green projects, IFC is subscribing to a $400-million green and blue bond issued by Bank of Ayudhya Public Company Limited (known as Krungsri), which aims to further support climate action and sustaining ocean health.

IFC’s support will help Krungsri—the fifth largest commercial bank in Thailand—to dedicate $50 million towards extending loans for eligible blue assets, such as water supply, fisheries, aquaculture, and others, as well as to deploy the remaining amount toward financing eligible green assets, such as retail electric vehicles. The entire bond will adhere to the International Capital Market Association’s Green Bond Principles, with the blue portion following IFC’s Guidelines for Blue Finance.

“With this maiden blue and green bond issuance, we hope to scale up our climate finance portfolio, thus significantly contributing to the achievement of our interim sustainable finance target of $1.5 billion – $3 billion aimed for 2030,” said Kenichi Yamato, Krungsri President and Chief Executive Officer. “With IFC’s support, we will continue to assert our robust leadership in thematic bond issuance while positioning ourselves as a trusted partner when it comes to sustainable finance solutions.”

In addition to the investment, IFC will help Krungsri develop its green and blue bond framework and update its environmental and social risk management system related to green and blue assets.

“Sustainable finance and promoting a circular economy continue to be strategic priorities for IFC in Thailand and we are honored to collaborate with Krungsri, one of our most important strategic partners, on this important initiative.” said Jane Yuan Xu, IFC Country Manager for Thailand and Myanmar. “This landmark investment will help mobilize more private capital for green and blue financing, which is crucial for the country’s climate goals.”

Over the past few months, Thailand along with other countries in Asia experienced record-breaking heatwaves with devastating effects. According to Joint Standing Committee on Commerce, Industry and Banking, drought, floods and other extreme weather exacerbated by climate change could cause damage worth 36 billion baht to the Thai economy this year.

Another major climate challenge for Thailand is the threat to its blue economy, which contributes to approximately 30 percent of GDP (gross domestic product). According to the Thailand Development Research Institute, Thailand has an average sof 1.03 million tonnes of mismanaged waste each year. Nearly half of it flows into the sea. The country is also one of the top six contributors globally to marine plastic pollution.

About IFC
IFC—a member of the World Bank Group—is the largest global development institution focused on the private sector in emerging markets. We work in more than 100 countries, using our capital, expertise, and influence to create markets and opportunities in developing countries. In fiscal year 2022, IFC committed a record $32.8 billion to private companies and financial institutions in developing countries, leveraging the power of the private sector to end extreme poverty and boost shared prosperity as economies grapple with the impacts of global compounding crises. For more information, visit www.ifc.org.

Stay Connected
www.ifc.org/eastasia
www.twitter.com/IFC_EAP
www.youtube.com/IFCvideocasts
www.ifc.org/SocialMediaIndex
www.instagram.com/ifc_org
www.facebook.com/IFCeap
www.linkedin.com/showcase/ifc-asiapacific

About Krungsri
Krungsri (Bank of Ayudhya PCL and its group companies) is the fifth largest financial group in Thailand in terms of assets, loans, and deposits, and one of Thailand’s six Domestic Systemically Important Banks (D-SIBs) with 78 years of history in the country. Krungsri is a strategic member of the Mitsubishi UFJ Financial Group (MUFG), Japan’s largest financial group and one of the world’s largest financial organizations. Krungsri provides a comprehensive range of banking, consumer finance, investment, asset management, and other financial products and services to individual consumers, SMEs, and large corporations through 605 domestic branches (565 Banking Branches and 40 Auto Business Branches) and over 33,579 service outlets nationwide. The Krungsri Group is the largest card issuer in Thailand with 10 million credit cards, sales finance, and personal loan accounts in its portfolio; a major automobile financing service provider (Krungsri Auto); one of the fastest growing asset management companies (Krungsri Asset Management); and a pioneer in microfinance (Ngern Tid Lor).

Krungsri is strongly committed to the highest level of integrity in conducting its business. All Krungsri Group companies have been awarded accreditation from the Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption (CAC) in collaboration with industry peers and stakeholders on a zero tolerance approach to corruption.

Stay Connected
www.krungsri.com
www.facebook.com/KrungsriSimple
www.twitter.com/KrungsriSimple
www.youtube.com/KrungsriSimple
www.instagram.com/KrungsriSimple
www.linkedin.com/Krungsri