โรบินฮู้ด จับมือ Google Cloud และ MFEC เดินหน้าสร้าง “Super App” แรกที่เป็นสัญชาติไทย ปลดล็อกโอกาสในการเติบโตรอบด้านสำหรับทุกภาคส่วน

0
708

Google Cloud ผู้ให้บริการคลาวด์หลักรายใหม่ของโรบินฮู้ดพร้อมปรับใช้แนวทาง One Google เพื่อเร่งพัฒนาการเติบโตสู่ขั้นถัดไป

 วันที่ 13 มิถุนายน 2565 – โรบินฮู้ด แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทย และบริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์แบบครบวงจร (all-in-one travel service) ให้บริการโดย บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ ประกาศจับมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ Google Cloud และบริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) (“MFEC”) เพื่อขับเคลื่อนภารกิจในการสร้าง “Super App” สัญชาติไทยที่มอบโอกาสในการเติบโตรอบด้านให้แก่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ไรเดอร์ รวมถึงผู้ใช้งาน

ด้วยจุดยืนของ “โรบินฮู้ด” ในการไม่เก็บค่าธรรมเนียมการใช้แพลตฟอร์ม (GP) เพื่อช่วยเหลือ “คนตัวเล็ก” ทั้งร้านค้าและไรเดอร์ ให้มีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น และช่วยบรรเทาความยากลำบากทางการเงินที่ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องเผชิญในช่วงวิกฤตโควิด-19 นอกเหนือจากธุรกิจร้านอาหาร โรบินฮู้ดยังเดินหน้าสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของภาคส่วนการท่องเที่ยวในประเทศ ด้วยการเปิดให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์แบบครบวงจร (all-in-one travel service) โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม เสริมความแข็งแกร่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของแพลตฟอร์ม พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ด้วยระบบอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และร่วมกันสร้างบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ในอนาคตต่อไป

นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ผู้พัฒนาและให้บริการแพลตฟอร์ม “โรบินฮู้ด” กล่าวว่า “รูปแบบธุรกิจที่แตกต่างของโรบินฮู้ดช่วยให้เราสามารถสร้างรายได้จากบริการอื่นๆ เช่น การให้สินเชื่อแก่บุคคลธรรมดาในระบบนิเวศของเรา แทนการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แพลตฟอร์มซึ่งเป็นการตัดรายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร และโรงแรม ปัจจุบัน เรามีไรเดอร์ให้บริการส่งอาหารกว่า 30,000 คนมีร้านอาหารบนแพลตฟอร์มจำนวน 225,000 ร้าน และผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจโรงแรมกว่า16,000 แห่งทำให้โรบินฮู้ดกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าผู้ใช้งานกว่า 2.8 ล้านราย ความร่วมมือกับ Google Cloud และ MFEC ในครั้งนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถสร้างการตอบรับอย่างอบอุ่นที่เพิ่มมากขึ้นจากผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มของเรา ตลอดระยะเวลากว่า 20 เดือนที่ผ่านมา ก่อนขยายสู่บริการอื่นๆ ได้แก่ บริการจองทัวร์และกิจกรรม บริการเช่ารถ และบริการจองตั๋วเครื่องบิน รวมถึงบริการสั่งซื้อสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้า (Mart Service) และบริการรับ-ส่งของ (Express Service) เพื่อมุ่งสู่การเป็น Super App สัญชาติไทย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจสนับสนุนผู้ประกอบการไทย และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า”

นายสีหนาท ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า “โรบินฮู้ดเป็นแพลตฟอร์มที่ดำเนินการบนระบบคลาวด์มาโดยตลอด ทั้งนี้ นับตั้งแต่ที่เราเริ่มเห็นความต้องการบริการของเราเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อช่วยให้เราสามารถเติบโตแบบยั่งยืน และประหยัดค่าใช้จ่าย การจับมือกับ Google ในครั้งนี้ เราเล็งเห็นถึงศักยภาพของ Google ที่มีโครงสร้างพื้นฐานของระบบคลาวด์สำหรับข้อมูล ซึ่งปราศจากการปล่อยก๊าซระหว่างดำเนินการ และมีประสบการณ์มากมายในการเชื่อมโยงโลกเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงมีความเชี่ยวชาญในการสร้างแพลตฟอร์ม และระบบนิเวศแบบเปิดกว้าง ความสามารถเหล่านี้บวกกับความเชี่ยวชาญด้านการใช้งาน และการให้คำปรึกษาทางเทคนิคของ MFEC จะช่วยยกระดับความสามารถของเราในการสร้างคุณค่าให้กับสังคมไปพร้อมๆ กับการมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อความยั่งยืน”

พันธมิตรเชิงกลยุทธ์จะยึดพื้นฐานหลัก 5 ประการดังนี้

การพัฒนาผู้ที่มีทักษะและวัฒนธรรมที่นำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม: โรบินฮู้ด, Google Cloud และ MFEC จะสร้างศูนย์ส่งเสริมการใช้งานระบบคลาวด์ (CCoE) ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมระบบคลาวด์ การจัดการข้อมูล และการพัฒนาแอปพลิเคชันให้ทันสมัยเพื่อส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมที่คล่องตัวในหน่วยธุรกิจของโรบินฮู้ด และเร่งสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ พนักงานของโรบินฮู้ดจะได้ประโยชน์จากโปรแกรมการรับรองและการเพิ่มทักษะเฉพาะของ CCoE ซึ่งใช้หลักสูตรเดียวกันกับที่ Google ใช้เพื่อฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีของตนเอง พนักงานเหล่านี้จึงมีความรู้ความสามารถเพียบพร้อมในการจัดการการติดตั้งใช้งานระบบคลาวด์ขนาดใหญ่ รวมถึงใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิง (ML) เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก

การยกระดับคุณภาพของบริการดิจิทัล: การย้ายระบบไปยังโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิดของ Google Cloud ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutral) มีความปลอดภัย รองรับการขยายตัว ทำให้โรบินฮู้ด สามารถให้บริการในระบบนิเวศของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และลดปริมาณ carbon footprint ของปริมาณงานในทีมไอที จากนั้น CCoE จะทำให้เข้าถึงการใช้ Microservices และ Google Play Store เพื่อให้มั่นใจว่าแอปพลิเคชันของลูกค้าและไรเดอร์ของโรบินฮู้ดยังคงมีประสิทธิภาพ เสถียร และใช้งานง่าย แม้ว่าจะมีการเพิ่มบริการใหม่ๆ และมีผู้ใช้ในปริมาณมากก็ตาม

การมีส่วนร่วมที่เจาะจงมากขึ้นของผู้ใช้: CCoE จะสร้างและจัดการเครื่องมือสำหรับข้อมูลอัจฉริยะโดยใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ระดับแนวหน้าของ Google อย่างเทคโนโลยี AI และ ML เพื่อช่วยให้พนักงานของโรบินฮู้ดรู้ทันและนำหน้ารูปแบบการบริโภคของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกแบบละเอียดในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ นอกจากนี้ยังช่วยให้ร้านค้าขนาดเล็กสามารถให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีความเฉพาะเจาะจงกับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้าเหล่านั้นช่วยเพิ่มรายได้เพิ่มแหล่งรายได้ของผู้ขายเหล่านี้อีกด้วย

การเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ของไรเดอร์: โรบินฮู้ดจะสำรวจโดยใช้ชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Google Maps Platform เพื่อติดตามการสร้างและการผสานรวมฟีเจอร์การขนส่งแบบออนดีมานด์อย่างรวดเร็ว เช่น การมอบฟีเจอร์การนำทางแบบเลี้ยวต่อเลี้ยวในแอปหลังจากที่ระบุเส้นทางที่สั้นหรือเร็วที่สุดให้แก่ไรเดอร์ เพื่อให้ขับขี่ได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ส่งออเดอร์ได้เร็วขึ้น และมีรายได้มากขึ้น ผู้ใช้บริการส่งอาหารของโรบินฮู้ดจะเห็นการแสดงตำแหน่ง เส้นทาง สภาพการจราจร และเวลาถึงโดยประมาณของไรเดอร์แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าต้องการความช่วยเหลือหรือยกเลิกออเดอร์น้อยลง

การให้ความช่วยเหลือทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่าย: หลังจากที่พบว่าการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างรวดเร็วสามารถเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจขนาดเล็กและไรเดอร์อยู่รอดและเติบโตต่อไปได้ โรบินฮู้ดจะพัฒนาแนวคิดริเริ่มด้านการสร้างนวัตกรรมร่วมกันกับ Google Cloud เพื่อใส่บริการ Virtual Banking และสินเชื่อสำหรับธุรกิจขนาดเล็กลงในแอปพลิเคชัน ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กสามารถสมัครขอสินเชื่อเพื่อซื้ออุปกรณ์ใหม่และจ้างพนักงานได้อย่างไร้รอยต่อ หรือให้ไรเดอร์สามารถเช่าจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้

นายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร CEO และประธานบริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะพาร์ทเนอร์หลักของ Google Cloud และผู้พัฒนาระบบชั้นนำของประเทศไทย เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความมุ่งมั่นของโรบินฮู้ดในการก้าวสู่การเป็น Super App สัญชาติไทย โดย CCoE ที่สร้างขึ้นใหม่ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทักษะสำคัญเกี่ยวกับระบบคลาวด์ การปรับใช้สถาปัตยกรรมระบบคลาวด์แบบเปิดกว้าง การนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการกำกับดูแลข้อมูล และการติดตั้งใช้งานแอปพลิเคชันอัตโนมัติ ทำให้โรบินฮู้ดสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ด้านประสิทธิภาพในวงกว้าง เพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนทางไอที คงไว้ซึ่งความปลอดภัยสูงสุดสำหรับข้อมูลและมาตรฐานความเป็นส่วนตัว และส่งเสริมให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์เปิดตัวการอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศดิจิทัลอีกด้วย”

คุณเอพริล ศรีวิกรม์ Country Manager, Google Cloud ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอาหารและการขนส่ง อีคอมเมิร์ซ บริการจองการเดินทางออนไลน์ และบริการทางการเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นประเภทธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในเศรษฐกิจอินเทอร์เน็ตที่ฟื้นตัวขึ้น โดยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านบาทภายในปี 2025 ดังนั้น การลงทุนด้านการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถ และการใช้ประโยชน์จากความสามารถของ Google Cloud, Google Maps และ Google Play เพื่อปรับขนาดองค์กรอย่างยั่งยืน และสร้างนวัตกรรมในอัตราความเร็วสูง รวมถึงการขยายรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคมไปสู่ประเภทธุรกิจใหม่ๆ ทำให้ โรบินฮู้ดสามารถก้าวสู่การเป็น Super App ระดับโลกที่ตอบสนองความต้องการด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและปลดล็อกโอกาสในการเติบโตสำหรับทุกภาคส่วนในอนาคต”

เกี่ยวกับบริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (Robinhood)

บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัดเป็นบริษัทในเครือของ SCB 10X ภายใต้ SCBX Group บริษัทก่อตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนสำหรับร้านอาหารขนาดเล็ก โดยการให้ร้านอาหารเหล่านั้นได้ใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มส่งอาหาร “Robinhood” Robinhood มีเป้าหมายในการให้บริการช่องทางการจัดจำหน่ายที่มอบผลตอบแทนที่คุ้มค่าและเป็นธรรม พร้อมกับปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ไรเดอร์ส่งอาหาร และลูกค้าต่างก็ได้ประโยชน์ การดำเนินการนี้จะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนและแข็งแกร่ง อีกทั้ง Robinhood จะกลายเป็นแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ด้านดิจิทัลซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อไปที่ contact@robinhood.in.th

เกี่ยวกับบริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน)

MFEC เป็นบริษัทผู้รวมระบบชั้นนำของประเทศไทย เราให้บริการคำปรึกษาด้านไอที การพัฒนาโซลูชันไอทีที่ซับซ้อน บริการที่เปิดใช้งานไอที และการเปิดใช้งานโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีให้แก่ลูกค้าชั้นนำในหลายๆ ภาคธุรกิจ เป้าหมายของเราคือการเป็นพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้ผ่านความเป็นเลิศด้านบริการและนวัตกรรม

เกี่ยวกับ Google Cloud

Google Cloud เพิ่มขีดความสามารถของลูกค้าองค์กรในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลด้วยโซลูชันระดับองค์กรที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล้ำสมัยของ Google ซึ่งทั้งหมดนี้รวมไว้ในระบบคลาวด์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ลูกค้าในเขตแดนและประเทศต่างๆ กว่า 200 แห่งหันมาร่วมมือกับ Google Cloud ให้เป็นพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้เพื่อเพิ่มการเติบโตและแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่สำคัญที่สุด

Robinhood Enters Strategic Alliance with Google Cloud and MFEC to Build Thailand’s First ‘Super App’ and Unlock Inclusive Growth Opportunities for All
Google Cloud chosen as Robinhood’s new primary cloud provider, as the latter embraces a One Google approach to supercharge its next phase of growth

Bangkok, Thailand, June 13, 2022 Robinhood, the Bangkok-based food delivery and all-in-one travel service platform under SCBX Group, Purple Ventures Co., Ltd., today announced a multi-year strategic alliance with Google Cloud and MFEC Public Company Limited (“MFEC”) to advance its mission of building a homegrown “super app” that delivers inclusive growth opportunities to small business owners, delivery riders, and diverse users in metro and non-metro areas.

Robinhood, which adopts a zero-commissions stance to give small businesses and riders a larger share of earnings, was launched to alleviate the financial hardships faced by local food and beverage operators during the height of the pandemic and support the local tourism sector’s economic recovery. The companies will join forces to strengthen Robinhood’s culture of innovation, modernize its IT infrastructure, elevate user experiences using data-driven intelligence, and co-create new digital services.

Robinhood, which adopts a zero-commissions stance to give small business owners and riders a larger share of earnings, was launched to alleviate the financial hardships faced by local food and beverage operators during the height of the pandemic and support the domestic tourism sector’s economic recovery. The three organizations will join forces to strengthen Robinhood’s culture of innovation, modernize its IT infrastructure, elevate user experiences using data-driven intelligence, and co-create new digital services.

“Robinhood’s differentiated business model enables us to generate revenue from other independent services, such as providing loans to individuals in our ecosystem, instead of charging smaller restaurants and hoteliers platform fees that erode their earnings,” said Thana Thienachariya, Chairman of the Board, Purple Ventures Co., Ltd. (Robinhood). “With a fleet of 30,000 riders supporting 225,000 eateries, and 16,000 hotels already listed on our platform, Robinhood has become the food and travel application of choice for 2.8 million users. Together with Google Cloud and MFEC, we hope to build on the very warm response to our platform in the past 20 months and supercharge our expansion into tour, car rental, and flight bookings, and grocery and express parcel delivery services. This super app vision is an extension of our steadfast commitment toward assisting smaller players and revitalizing the grassroots economy.”

“Robinhood has always been a cloud-native platform, but as we started to see an exponential increase in demand for our services, it became clear that more performant infrastructure was needed to help us grow in a cost efficient and sustainable way,” said Srihanath Lamsam, CEO, Purple Ventures Co., Ltd. (Robinhood). “We chose Google for its superior data cloud infrastructure – one that runs with net zero operational emissions, and its rich experience in mapping the world and building open platforms and ecosystems. These capabilities, along with MFEC’s technical consulting and implementation expertise, will amplify our ability to create value for society, while contributing toward our sustainability commitments.”

The strategic alliance will encompass five core pillars:

Cultivating skilled talent and a culture of innovation: To foster an agile culture across Robinhood’s business units and accelerate product innovation, Robinhood, Google Cloud, and MFEC will establish a Cloud Center of Excellence (CCoE) consisting of cloud architecture, data management, and application modernization specialists. Robinhood staff will be the beneficiaries of the CCoE’s dedicated upskilling and certification programs – which incorporate the same curriculum that Google uses to train its own technologists, so these employees can be equipped to handle large-scale cloud deployments and apply artificial intelligence (AI) and machine learning (ML) to solve high impact business challenges.

Enhancing the quality of digital services: By migrating its systems onto Google Cloud’s open, secure, scalable, and carbon neutral infrastructure, Robinhood can more effectively serve its ecosystem and reduce its IT workloads’ carbon footprint. The CCoE will then tap microservices and extended Google Play Store support to ensure Robinhood’s customer and rider applications remain robust, reliable, and lightweight – even as new services are added and accessed by a high volume of users.

Serving hyper-personalized user engagement: To enable Robinhood staff to stay ahead of evolving user consumption patterns and leverage granular insights for strategic decision-making, the CCoE will build and manage an intelligent data engine using Google Cloud’s leading analytics, AI, and ML technologies. The data engine will also engage Robinhood users with hyper-personalized product recommendations on behalf of small businesses, to boost these merchants’ revenue streams.

Increasing income opportunities for riders: Robinhood will explore using Google Maps Platform’s software development kits to fast track the creation and integration of on-demand mobility features. Potential use cases include providing riders with in-app, turn-by-turn navigation after identifying the shortest or fastest routes, so they can ride safer, fulfill orders quicker, and earn more. Users of Robinhood’s delivery services will have real-time visibility of their riders’ position, route, traffic conditions, and ETA, which translates to fewer customer support requests and order cancellations.

Making financial assistance easily accessible: Recognizing that quick access to financial services can be a significant difference maker in protecting and growing livelihoods, Robinhood will explore co-innovation initiatives with Google Cloud to embed virtual banking and microlending services into its application. This would allow small business owners to seamlessly apply for financial assistance to purchase new equipment and hire staff, or for prospective delivery riders to rent electric motorcycles.

“As a key Google Cloud partner and Thailand’s listed leading systems integrator, we take immense pride in advancing the ambitions of homegrown enterprises like Robinhood,” said Siriwat Vongjarukorn, CEO and President, MFEC Public Company Limited. “With our newly formed CCoE imparting critical cloud skills, adopting an open cloud architecture, implementing data governance best practices, and automating application deployment, Robinhood can achieve performance at scale, optimize IT costs, uphold the highest data security and privacy standards, and empower its developers to release continuous software updates – without downtime – to enrich its entire digital ecosystem.”

“Pandemic-driven shifts in consumer behavior are expected to have a lasting impact, with food and transport, e-commerce, online travel, and digital financial services the key growth verticals in a resurgent internet economy that’s set to be worth US$57 billion by 2025,” said April Srivikorn, Country Manager, Thailand, Google Cloud. “By investing in talent development and tapping the best of Google Cloud, Google Maps, and Google Play to scale sustainably, innovate at high velocity, and extend its social enterprise model into new verticals, Robinhood is well on its way toward delivering a world-class super app that meets diverse digital lifestyle needs and unlocks growth opportunities for all.”


About Purple Ventures Co., Ltd. (Robinhood)

Purple Ventures Company Limited is a subsidiary of SCB 10X under SCBX Group. The company was established with a commitment toward creating sustainable growth for small restaurants, by letting them take advantage of the “Robinhood” food delivery platform. Robinhood aims to serve as a distribution channel that offers effective and fair treatment, while embracing advanced technology, thereby benefiting restaurant operators, delivery riders, and customers. This will lead to the creation of a strong and sustainable ecosystem, and Robinhood becoming Thailand’s most popular Digital Fulfillment and Lifestyle Platform. For more information, please contact: contact@robinhood.in.th

About MFEC Public Company Limited

MFEC is Thailand’s listed leading Systems Integrator company. We provide IT consultancy, complex IT solution development, IT-enabled services, and IT infrastructure enablement to top tier clients in various business sectors. Our goal is to be the trusted partner via our innovation and service excellence.

About Google Cloud

Google Cloud accelerates every organization’s ability to digitally transform its business. We deliver enterprise-grade solutions that leverage Google’s cutting-edge technology – all on the cleanest cloud in the industry. Customers in more than 200 countries and territories turn to Google Cloud as their trusted partner to enable growth and solve their most critical