เวทีระดมความคิดเห็นการสื่อสารรณรงค์เพื่อสนับสนุนการจัดการ ในสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด- 190

0
159

สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดเวทีระดมความคิดเห็นการสื่อสารรณรงค์เพื่อสนับสนุนการจัดการในสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด – 19 โดยมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รองประธานกรรมการกองทุนฯ เป็นประธาน ร่วมระดมความคิด โดย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ที่ปรึกษาคณะทำงานขับเคลื่อนแผนงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลในการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) และ ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมด้วยผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โควิด – 19 เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน สร้างการมีส่วนร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ ในการขับเคลื่อนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ นำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาร่วมออกแบบกระบวนการทำงานในระยะต่อไป เพื่อป้องกันการติดเชื้อแพร่ระบาดที่จะกลับมาและยังเป็นการสร้างชีวิต วิถีใหม่เพื่อเป็นการป้องกันอย่างยั่งยืน

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รองประธานกรรมการกองทุนฯ กล่าวเปิด ในเวทีนี้ว่า ได้เห็นสัญญลักษณ์คนไทยที่น่าชื่นชม หลายสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นนิวนอร์มอลชีวิตวิถีใหม่ เช่น การใส่หน้ากากอนามัยจนเกือบจะเป็นปัจจัยที่ 7 มีการล้างมือเป็นประจำไม่ว่าจะเป็นเจลแอลกอฮอร์หรือน้ำ และหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปในสถานที่แออัด ตลอดจนมองเห็นวินัยของคนไทยจากการต่อคิวเว้นระยะอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นแนวโน้มที่น่ายินดีสำหรับการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)

คณะทำงานมีมติในการดำเนินการสื่อสารอย่างต่อเนื่องใน 9 ประเด็น เป็นข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงานระยะที่ 2 เพื่อป้องกันการกลับมาแพร่ระบาดใหม่ ซึ่งอาจจะสร้างผลกระทบต่อประชาชนและประเทศชาติ คือ
1.การผลิตสื่อรณรงค์เฉพาะกลุ่ม 2.การสร้างพื้นที่ให้เกิดการประสานงาน 3.การสร้างสื่อเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศจากความสำเร็จในการจัดการโควิด -19 4.การสร้างสื่อเพื่อรณรงค์สร้างจิตอาสา 5.การส่งเสริมให้เกิดการสร้างนวัตกรรม ที่สนับสนุนการจัดการสถานการณ์โควิด -19 6.การรณรงค์ทางศาสนา 7.การบันทึกประวัติศาสตร์ 8.การวิเคราะห์สถานการณ์โดยใช้ข้อมูลเชิงวิชาการจากในประเทศไทย 9.การสร้างสื่อเพื่อรณรงค์การสร้างจิตสำนึกและแรงจูงใจในการดูแลตัวเอง ซึ่งเป็นการสื่อสารที่ต้องอาศัยความร่วมมือ สร้างวัฒนธรรมใหม่ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการยับยั้งการระบาด นอกเหนือจากนี้ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สปค. ที่ปรึกษาคณะทำงาน ได้เสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า 90% ของคนไทยจะต้องใส่แมส ทำให้คนไทยได้ต่อสู้กับโควิทต่อไปได้นานต่อไป จนกว่าจะมีวัคซีนป้องกันการระบาดเกิดขึ้น กลุ่มเสี่ยงคือวัยรุ่น กับคนทำงาน ที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในรอบสอง ที่เมลเบิร์น หรือเกาหลี ก้อเกิดจากวัยรุ่นที่ไปเที่ยวผับ


ส่วน พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานขับเคลื่อนแผนงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล ในการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า COVID-19 มีข้อเสนอแนะว่า แต่ละคนจะต้องมีจิตสำนึกในตัวเอง นอกเหนือจากความกลัว ซึ่งทำให้พวกเรารอดพ้นจากการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้เราจะต้องมีวิธีการสื่อสารที่จะทำอย่างไรให้คนไทยมีการตระหนักและกลับมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังโดยปราศจากความกลัว

ผศ.ดร.วรัขญ์ ครุจิต คณะทำงานขับเคลื่อนแผนงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล ในการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า COVID-19 ผู้ดำเนินรายการ สรุปการระดมความคิดเห็นครั้งนี้ว่า การสื่อสารรณรงค์เกี่ยวกับโควิทเป็นสิ่งสำคัญระดับชาติ หลังจากผู้ติดไวรัสโคโรน่าเป็น 0 เราจะต้องทำอะไรต่อไป และการสื่อสารรณรงค์ไปสู่กลุ่มต่างๆ จะต้องมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการตระหนักในการรักษาสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพราะว่าโควิท 19 มิใช่โรคติดต่อแต่เพียงอย่างเดียวที่เราต้องเผชิญในวิถีชีวิตใหม่นิวนอร์มอล