“เรดวัน” ผู้นำ MVNO เจ้าใหญ่แห่งอาเซียน  เปิดตัวซิมรายเดือนน้องใหม่  พร้อมให้บริการคนไทย ด้วยแนวคิด Back to basics

0
696

บริษัท เรดวัน เน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทโทรคมนาคมแบบโครงข่ายเสมือน (Mobile Virtual Network Operator หรือ MVNO*) และเป็นผู้นำ MVNO แห่งภูมิภาคอาเซียน ภายใต้แบรนด์ “เรดวัน (redONE) เปิดตัว​       “ซิมรายเดือนเรดวัน” ครั้งแรกที่เครือข่ายแบบ MVNO มาพร้อมบริการรายเดือนราคาประหยัด ภายใต้แนวคิด Back to basics แพ็คเกจเข้าใจง่าย ครบทั้งโทรและอินเทอร์เน็ต เริ่มต้นถูกที่สุดเพียง 99 บาท

คุณสุรเชษฐ์ ชัยปัทมานนท์ ตำแหน่ง ประธานกรรมการ บริษัท เรดวัน เน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการเปิดตัวซิมรายเดือนเรดวันในไทยว่า  “เรดวัน เปิดตัวครั้งแรกในปี 2555 ที่ประเทศมาเลเซีย เป็นผู้ให้บริการสัญญาณระบบ MVNO แห่งแรกที่มาพร้อมแพ็คเกจค่าบริการรายเดือนราคาประหยัด ด้วยปรัชญาการให้บริการ Back to Basics ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานหลุดจากกรอบค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ไม่จำเป็น ทำให้เรดวันได้กระแสตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งานอย่างรวดเร็ว จนมีผู้ใช้บริการกว่า 1.2 ล้านเลขหมาย รวมทั้งได้รับรางวัลมากมายในประเทศ 

บริษัท เรดวัน เน็ตเวิร์ค มุ่งมั่นที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ให้บริการ MVNO ที่ใหญ่ที่สุดและครอบคลุมพื้นที่ 10 ประเทศในอาเซียนเป็นเจ้าแรกภายในปี 2565  สิ่งที่ทำให้เรดวันเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่เพียงราคาแพ็คเกจที่น่าสนใจเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญยังเป็นโมเดลธุรกิจที่มอบผลตอบแทนให้กับตัวแทนผู้ให้บริการของเราอย่างต่อเนื่อง เมื่อปี 2562 เราเปิดตัวที่สิงคโปร์ และได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก ซึ่งเป็นการพิสูจน์ความสำเร็จของรูปแบบโมเดลธุรกิจในแบบของเรดวัน ดังนั้นในปีนี้เราพร้อมแล้วที่จะมุ่งมั่นบุกตลาดประเทศอื่นต่อ ประเทศไทยเป็นประเทศต่อไปที่เราขยายฐานการให้บริการ ซึ่งเปิดให้บริการวันแรกในวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 

ในปัจจุบันผู้ใช้งานมือถือมากมายต้องประสบปัญหาจ่ายค่าบริการโทรศัพท์ส่วนเกินอย่างเสียเปล่า เรดวันจึงออกแบบแพ็คเกจภายใต้แนวคิด Back to Basics ที่ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้งาน ในราคาที่สมเหตุสมผล ไม่แพงจนเหลือใช้และไม่น้อยจนขาดช่วง ทำให้ลูกค้าไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ไม่จำเป็น และได้ใช้มือถือตรงความต้องการอย่างแท้จริง และด้วยปรัชญาองค์กรที่เข้าใจง่ายทำให้เราเป็นที่ยอมรับและเติบโตอย่างแข็งแรงในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์”

นายสุวิทย์ มังกรศิลานนท์ ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท เรดวัน เน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทยว่า “เราได้สำรวจตลาดและอัตราการเติบโตของผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในไทย มีการเติบโตต่อเนื่องสูงถึง 93.3 ล้านเลขหมาย ทำให้เรามั่นใจที่จะทุ่มทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาการให้บริการในไทย  ซึ่งงบการลงทุนจะเกี่ยวกับระบบออนไลน์ต่างๆ ที่ทำให้เราสามารถให้บริการในระบบรายเดือน รวมถึงการเข้าถึงคลื่นสัญญาณความถี่ที่ 2100 MHz และ 2300 MHz เพื่อให้โครงข่ายสัญญาณของเรดวัน ครอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศไทย โดยมีสัญญาณตั้งแต่ 2G, 3G, 4G, 4G+ และ จะสามารถให้บริการ 5G ได้ในอนาคต” 

คุณ เพ เส้ง เทย์ (Tay Pei Seng) ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรดวัน เน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาดของเรดวันในการทำตลาดในประเทศไทยว่า “เรดวันวางแผนจะเจาะกลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดรวมถึงผู้ที่เดินทางเข้ามาทำงานในเมืองโดยใช้ location-based marketing เป็นหลัก เพื่อนำพา traffic ผู้ใช้งานไปสู่ร้านค้าพันธมิตรของเราในแต่ละพื้นที่โดยตรง ผ่าน 3 ช่องทางหลักการตลาด ได้แก่

  1. Social Media & Online Marketing สร้างการรับรู้ในกลุ่มเป้าหมายหลัก 
  2. Local Marketing สื่อนอกบ้านที่เจาะตามชุมชนจังหวัดต่างๆ
  3. Point of Sales media ประชาสัมพันธ์ ณ จุดขาย ซึ่งคือจุดที่ลูกค้าตัดสินใจในการซื้อจริงๆ 

เราเชื่อว่ากลยุทธ์ของเรา จะช่วยให้การลงทุนทางการตลาดตรงไปสู่กลุ่มเป้าหมายหลักและเกิดการรับรู้ถึงแบรนด์เรดวัน รวมถึงช่วยสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจของเราไปด้วย ในส่วนของแพ็คเกจค่าโทรและอินเทอร์เนท ที่ประเทศไทยจะเริ่มต้นในราคาที่ถูก ด้วยราคา 99 บาท ซึ่งจะได้ครบทั้งการโทรและอินเทอร์เนท และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของเรดวันได้ที่ www.redONE.co.th หรือ facebook.com/redONEThailand และทางไลน์ @redonethailand” ผู้บริหารกล่าวทิ้งท้าย

อธิบายเพิ่มเติม

*MVNO (Mobile Virtual Network Operator) คือ การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน โดยผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งไม่มีคลื่นความถี่เป็นของตนเอง ทำความตกลงกับผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่มีคลื่นความถี่และโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเองเพื่อขอซื้อบริการ เพื่อขอใช้ airtime (Voice) และบริการข้อมููล (Data) ในกรณีของเรดวัน บริษัทได้ทำความตกลงกับบมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT  สำหรับการเข้าถึงคลื่นสัญญาณความถี่ที่ 2100 MHz และ 2300 MHz โดยมีสัญญาณตั้งแต่ 2G, 3G, 4G, 4G+ และจะสามารถให้บริหาร 5G ได้ในอนาคต