เปิดแผนธุรกิจ“อาเซีย” ปี 2020  ปักหมุดรุกตลาดไทยเต็มกำลัง

0
148

“อาเซีย” เผยกลยุทธ์ตลาดเอเชียปี 2020 ชะลอเปิดตลาดใหม่ ปักหมุดรุกตลาดไทยเต็มสตรีม เร่งเครื่องพัฒนาด้านบริการ ปรับระบบการจ่ายคอมมิชชั่น พร้อมอัดโปรโมชั่นหลากหลาย เน้นสร้างผู้นำคุณภาพ

เจรอม เว็บบ์ ประธานบริษัท อาเซีย โกลบอล เปิดเผยถึงทิศทางการตลาดในภูมิภาคเอเชียและประเทศไทยว่า เป้าหมายของอาเซีย คือสร้างการเติบโตในตลาดเอเชียและประเทศไทย ที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดตลาดใน 6 ประเทศได้แก่ ไต้หวัน ไทย ฮ่องกง สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย โดยตลาดใหญ่สุดคือ ไต้หวัน ซึ่งบริษัทมองว่าเอเชียยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยเฉพาะการมีผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ มีสถานะการเงินยอดเยี่ยม มีความเข้มแข็งมานาน 10 ปี ทำให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตลาดเอเชียประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ

ปัจจุบันอาเซียเปิดสำนักงานแล้วใน 3 ประเทศได้แก่ ไทย ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ เพราะฉะนั้นธุรกิจยังเปิดกว้างสำหรับการเติบโตในภูมิภาคนี้ บริษัทเองก็ได้กำหนดทิศทางการทำตลาดไว้อย่างชัดเจนสำหรับตลาดเอเชีย ปี 2020

“ปีนี้เราจะไม่เปิดตลาดใหม่ในภูมิภาคนี้ แต่จะลงทุนในด้านโครงสร้างสำคัญต่างๆที่มีอยู่ เพื่อผลักดันตลาดใน 6 ประเทศให้ประสบความสำเร็จมากที่สุด รวมทั้งมุ่งเน้นพัฒนาระบบต่างๆ ที่สำคัญอันประกอบไปด้วย ระบบการบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิธีการจ่ายเงิน รับเงิน การสนับสนุนผู้ร่วมธุรกิจด้วยเครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยให้อาเซียและผู้นำมีการเติบโตที่ดีขึ้น รวมทั้งให้ความสำคัญกับการฝึกอบรม และจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ ให้มากขึ้นอีกด้วย”

นอกจากนี้จะเน้นพัฒนาผู้นำให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยผู้บริหาร พร้อมที่จะเดินทางพบปะผู้นำในแต่ละพื้นที่เพื่อให้กำลังใจ และสนับสนุนการทำงานของผู้นำในภาคสนามอย่างเต็มที่

“เราตั้งใจจะพัฒนาตลาดทุกพื้นที่ ไม่ใช่เพียงแค่การเป็น บริษัทจากสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาขยายธุรกิจเท่านั้น แต่จะนำผลิตภัณฑ์คุณภาพเข้าไปสู่ตลาดเพื่อตอบสนองคนไทยด้วย เพราะฉะนั้นกลยุทธ์ต่างๆเหล่านี้ จะถูกนำมาใช้ เพื่อให้ตลาดในเอเชียเติบโตมากที่สุด”

สำหรับประเทศไทย บริษัทมองเห็นศักยภาพความสำเร็จ และเป็นตลาดที่มีผลอย่างยิ่งต่อการวางเป้าหมายต่างๆของสาขาทั่วโลก ที่ผ่านมาบริษัทรับทราบถึงอุปสรรคในด้านต่างๆของตลาดประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการปรับปรุง และวางวิสัยทัศน์ใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้าน คาร์ล แอนเดอร์สัน รองประธานภาคพื้นเอเชีย กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยยังเป็นตลาดสำคัญของอาเซีย และเป็นตลาดที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์แตกต่างจากประเทศอื่นๆ เพราะมีการใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่งในการขยายธุรกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาเซียได้รับความสนใจจากสื่อเป็นจำนวนมาก และบริษัทก็คาดหวังว่าแนวทางนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้นำในการขยายธุรกิจ

ด้านการบริการ บริษัทได้ปรับระบบการจ่ายเงิน รับเงิน ซื้อสินค้า และการลงทะเบียนให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับผู้นำบางส่วนที่ยังไม่มีบัตรเครดิต รวมทั้งการกำหนดพีวี.ในการรักษายอดเหลือ 50 พีวี เพื่อให้ผู้นำบางคนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างคล่องตัว โดยการทดลองใช้สินค้าก่อน เมื่อประทับใจหรืออยากเริ่มทำธุรกิจ ก็สามารถซื้อแพคเกจ ที่มีจำนวนพีวี สูงขึ้นได้

นอกจากนี้อาเซียประเทศไทยยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาระบบการจ่ายคอมมิชชั่นผ่านบัตรเงินสด ที่ผ่านมาจะเห็นว่าคนไทยมีเพื่อนมากมาย ในประเทศใกล้เคียง และพยายามแบ่งปันธุรกิจ ไปยังประเทศเหล่านั้น แต่ก็ประสบปัญหาในด้านการจ่ายคอมมิชชั่น ซึ่งการจ่ายผ่านบัตรเงินสดจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

“เรามีโปรโมชั่นจากส่วนกลางมากมาย ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยผลักดันการเติบโตตลาดประเทศไทยได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะทำต่อเนื่องตลอดทั้งปี คือการจัดประชุมต่างๆ เช่น การอบรมโอพีพี แนวทางสู่ความสำเร็จ การประชุมผู้ร่วมธุรกิจใหม่ และการประชุมผู้นำเพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่งไดมอนด์ ที่ผ่านมาหลายคนประสบปัญหาการพรีเซนต์ และการนำเสนอสินค้า ซึ่งการอบรรมต่างๆที่จะเกิดขึ้น จะช่วยทำให้ผู้นำมีภาพลักษณ์ที่ดีในด้านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ อีกทั้งการจัดงานฉลองความสำเร็จก็จะมีมากขึ้นเช่นกัน เพื่อให้ผู้บริหารและผู้นำใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น นี่คือแนวทางด้านการตลาดของอาเซียที่จะเกิดขึ้นในปี 2020”