เปิดวาร์ป 5 คุณประโยชน์ของคอลลาเจน ตัวช่วยชั้นดี ที่ไม่ได้ให้แค่ผิวสวยเป๊ะปัง

0
107

สงสัยไหมว่าพอเริ่มอายุมากขึ้นก็มักมีปัญหาต่างๆ เข้ามากวนใจไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิว

ที่ตั้งใจดูแลมาตลอด ทั้งเสียเงินซื้อสกินแคร์ทุกเดือน แต่ก็ยังมีริ้วรอยมากวนใจ หรือปัญหาปวดข้อ ปวดกระดูก ขยับนิดขยับหน่อยก็ดังกร๊อบแกร๊บ จะลุกนั่งก็ลำบาก หรือปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะภายในอย่างหัวใจ ที่ทุกวันนี้
มีเรื่องให้ตกใจไม่เว้นแต่ละวัน ต้องเร่งดูแลกันซะหน่อย สถาบันสุขภาพนิวทริไลท์ (Nutrilite Health Institute)
ไม่นิ่งนอนใจ จะพาทุกคนไปรู้จักกับพระเอกที่จะช่วยดูแลทุกปัญหา ให้ทุกคนผิวสวยครบแถมสุขภาพดีได้ในตัวเดียว

ทำความรู้จักกับ ‘คอลลาเจน’ ตัวช่วยสำคัญของหลายปัญหา

คอลลาเจน เป็นโปรตีนที่มีมากที่สุดในร่างกาย คิดเป็น 1 ใน 3 ของโปรตีนทั่วร่างกาย โดยคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของผิวหนัง ผม เล็บ กระดูก ข้อต่อ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น นอกจากนั้นยังสามารถ
พบคอลลาเจนได้ในส่วนอื่นๆ ของร่างกายอีกด้วย เช่น หลอดเลือด กระจกตา และฟัน โดยคำว่าคอลลาเจน
ในภาษาอังกฤษ อย่าง Collagen มีที่มามาจากคำภาษากรีกคำว่า “kólla” ซึ่งแปลว่า “กาว” ดังนั้น คอลลาเจน
จึงมีคุณสมบัติในการยึดเกาะสิ่งต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันคล้ายกับกาวนั่นเอง

โดยร่างกายของเรานั้นสามารถผลิตคอลลาเจนได้เอง แต่สำหรับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงและเส้นใยคอลลาเจนจะอ่อนแอลง ซึ่งสัญญาณอย่างหนึ่งที่มองเห็นได้คือ ผิวของทุกคนไม่เต่งตึง ความยืดหยุ่นอ่อนนุ่มลดน้อยลง และมีอาการปวดตามข้อต่อเพราะกระดูกอ่อนอ่อนแอลงตามอายุ

ชนิดของคอลลาเจนที่ควรรู้จัก

คอลลาเจนมีหลายชนิด และแตกต่างกันไปตามหน้าที่ในร่างกาย แต่ที่สำคัญและควรรู้จักมี 3 ชนิด ได้แก่

  • คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen type I) เป็นชนิดที่มีมากที่สุดในร่างกาย พบที่ผิวหนัง กระดูก 
  • คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen type II) ทำจากเส้นใยที่หลวมกว่า และพบได้ในกระดูกอ่อนตามข้อต่อ
  • คอลลาเจนชนิดที่ 3 (Collagen type III) พบได้ในผิวหนัง กล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน และหลอดเลือดแดง
  • 5 คุณประโยชน์ของคอลลาเจนที่ไม่รู้ไม่ได้แล้ว
    • คอลลาเจนกับสุขภาพผิว จากงานวิจัยโดยแอมเวย์ประเทศจีน ได้มีการทดลองให้ผู้หญิงที่มีภาวะฝ้า
      ที่ใบหน้า รับประทานผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยคอลลาเจนเปปไทด์ เปปไทด์จากถั่วเหลือง และสารสกัด
      จากดอกเก๊กฮวย 10 กรัมทุกวัน เป็นเวลา 60 วัน พบว่ารอยดำที่ฝ้าจางลง เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทาน  นอกจากนี้ เมื่อสังเกตผู้หญิงที่รับประทานคอลลาเจน 2.5–5 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าผิวแห้งน้อยลงและความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานคอลลาเจน
      และจากการทดลองให้ผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่มผสมกับคอลลาเจนทุกวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า
      ผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นและความลึกของริ้วรอยลดลงอย่างมาก 
    • คอลลาเจนกับอาการปวดข้อ จากการศึกษาพบว่า เมื่อให้นักกีฬารับประทานคอลลาเจน 10 กรัมทุกวันเป็นเวลา 24 สัปดาห์ พบว่าอาการปวดข้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน นอกจากนี้ ผู้ใหญ่ที่รับประทานคอลลาเจน 2 กรัมทุกวัน เป็นเวลา 70 วัน พบว่าช่วยลดอาการปวดข้อได้อย่างมีนัยสำคัญและสามารถมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานอีกด้วย
  • คอลลาเจนกับมวลกระดูก จากการศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่รับประทานอาหารเสริมแคลเซียมร่วมกับคอลลาเจน 5 กรัมทุกวัน เทียบกับการรับประทานอาหารเสริมแคลเซียมอย่างเดียวทุกวันเป็นเวลา 12 เดือน พบว่าผู้หญิงที่รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมและคอลลาเจนมีระดับโปรตีนในเลือดที่ส่งเสริม
    การสลายกระดูกลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าผู้ที่รับประทานแคลเซียมเพียงอย่างเดียว
  • คอลลาเจนกับมวลกล้ามเนื้อ จากการศึกษาพบว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอล ลาเจนช่วยเพิ่ม
  • มวลกล้ามเนื้อในผู้ที่เป็นโรคซาร์โคพีเนีย หรือภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยที่มักพบในผู้สุงอายุ และเมื่อให้ผู้ชายที่กล้ามเนื้อน้อย เสริมคอลลาเจน 15 กรัมขณะเข้าร่วมโปรแกรมออกกำลังกายทุกวัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ออกกำลังกายแต่ไม่ได้รับประทานคอลลาเจน พบว่ามีมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • คอลลาเจนกับสุขภาพหัวใจ จากการศึกษาพบว่าคอลลาเจนเป็นโครงสร้างของหลอดเลือดแดง
    หากคอลลาเจนมีไม่เพียงพอ หลอดเลือดแดงอาจอ่อนแอและเปราะบาง นำไปสู่การตีบตันของหลอดเลือด อาการหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีการทดลองให้ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงรับประทาน
    คอลลาเจน 16 กรัมทุกวันเป็นเวลา 6 เดือน พบว่าความแข็งของหลอดเลือดลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับก่อนที่จะเริ่มรับประทานคอลลาเจน

กินอะไรจึงจะสามารถเพิ่มคอลลาเจนในร่างกายได้?

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีความพิเศษเพราะมีกรดอะมิโน 3 ชนิดที่พบได้น้อยในอาหารอื่นๆ ได้แก่ไกลซีน, โพรลีน และไฮดรอกซีโพรลีน โดยทุกคนสามารถช่วยให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่สำคัญนี้ได้โดยการรับประทานสารอาหารดังต่อไปนี้

  • วิตามินซี พบมากในผลไม้รสเปรี้ยว พริกหวาน และสตรอเบอร์รี
  • โพรลีน พบมากในไข่ขาว จมูกข้าวสาลี ผลิตภัณฑ์จากนม กะหล่ำปลี หน่อไม้ฝรั่ง และเห็ด
  • ไกลซีน พบมากในหนังหมู หนังไก่ และเจลาติน หรืออาหารที่มีโปรตีนสูงต่างๆ
  • ทองแดง พบมากในเนื้อสัตว์ เมล็ดงา ผงโกโก้ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วเลนทิล

นอกจากนี้ ร่างกายของเรายังต้องการโปรตีนคุณภาพสูงที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นในการสร้างโปรตีนใหม่ เช่น โปรตีนจากพืชซึ่งเป็นแหล่งของกรดอะมิโนชั้นยอด

สิ่งที่ทำลายคอลลาเจน มีอะไรบ้าง?

  • การรับประทานน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีมากเกินไป น้ำตาลจะขัดขวางความสามารถ
    ของคอลลาเจนในการซ่อมแซมตัวเอง ควรลดการบริโภคน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีให้น้อยที่สุด
  • การได้รับแสงแดดมากเกินไป เนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายและลดการสร้างคอลลาเจน ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดมากเกินไป และป้องกันผิวด้วยการทาครีมกันแดด
    อย่างสม่ำเสมอ
  • การสูบบุหรี่ทำให้การสร้างคอลลาเจนลดลง ส่งผลให้แผลหายช้าลง และทำให้เกิดริ้วรอยมากขึ้น

รู้จัก ‘คอลลาเจน คอมเพล็กซ์’ ส่วนผสมที่พบบ่อยในผลิตภัณฑ์คอลลาเจน

เนื่องจากคอลลาเจนสามารถช่วยแก้ปัญหาได้อย่างหลากหลาย การบริโภคสารอาหารต่างๆ ที่ช่วยสร้างคอลลาเจนอาจไม่เพียงพอ ทำให้หลายคนเลือกที่จะบริโภคผลิตภัณฑ์คอลลาเจนเสริมเข้าไปอีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์คอลลาเจนที่ดี มักจะมีส่วนผสมของ คอลลาเจน คอมเพล็กซ์ ที่ประกอบด้วย คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทะเล เปปไทด์จากถั่วเหลือง และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวยขาว ที่มีคุณสมบัติที่ส่งเสริมการทำงานของกันและกัน
ในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย โดยนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่า คอลลาเจน คอมเพล็กซ์ มีส่วนช่วยให้ผิวกระจ่างใสเพิ่มขึ้น 15% และเม็ดสีผิวลดลง 20% ใน 60 วันอีกด้วย

  • คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทะเล มีกรดอะมิโน ไกลซีน โพรลีน และไฮดรอกซีโพรลีน ที่สามารถดูดซึมนำไปสร้างเป็นคอลลาเจนภายในร่างกายได้ดี และยังมีคุณสมบัติเพิ่มการสร้างกรดไฮยาลูรอนิกที่ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นในผิว
  • เปปไทด์จากถั่วเหลือง มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยมโดยธรรมชาติ และยังมีงานวิจัยพบว่าเปปไทด์จากถั่วเหลืองมีส่วนช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 ซึ่งพบมากที่ผิวหนัง
  • สารสกัดจากดอกเก๊กฮวยขาว เป็นสมุนไพรจีนที่มีการใช้เพื่อบำรุงสุขภาพกันมาอย่างยาวนาน
    ทั้งการใช้บำรุงตับ สายตา และผิวพรรณ เนื่องจากฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก และเมื่อนำมาใช้ร่วมกับคอลลาเจนเปปไทด์ กลับให้ผลในการลดการสร้างเม็ดสีผิวได้

การเสริมคอลลาเจนให้กับร่างกายนั้นมีความเกี่ยวข้องกับประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทั้งการช่วยปรับปรุงสุขภาพผิวโดยการเพิ่มความยืดหยุ่น ลดริ้วรอย และความแห้งกร้าน นอกจากนี้ยังอาจช่วยเพิ่ม

มวลกล้ามเนื้อ ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกและบรรเทาอาการปวดข้อและช่วยเรื่องสุขภาพหัวใจอีกด้วย ดังนั้น
ทุกคนควรบริโภคคอลลาเจนอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างผิวสวยสดใส พร้อมสุขภาพดีในทุกๆ วัน

ข้อมูลจาก สถาบันสุขภาพนิวทริไลท์ (Nutrilite Health Institute)