เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง ปรับกลยุทธ์บริการที่ปรึกษาบริหารทรัพย์สินครอบครัวรับมือโควิด-19 ลูกค้า 3,600 รายวางใจใช้บริการ บริหารทรัพย์สินรวม 1.2 แสนล้าน*

0
547

KBank Private Banking (เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง) เดินหน้าตอกย้ำตำแหน่งผู้นำบริการที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพย์สินครอบครัวเจ้าแรกในไทย ชู 3 แนวทางหลัก การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกิจและทรัพย์สิน การจัดการระบบกงสีอย่างยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ เผยปัจจุบันให้บริการลูกค้าประมาณ 3,600 ราย ครอบคลุมทรัพย์สินครอบครัวกว่า 120,000 ล้านบาท* ตั้งเป้าให้บริการแก่ลูกค้าอย่างน้อย 50% ของพอร์ต** ภายใน 3 ปี พร้อมผนึกองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญจากพันธมิตร Lombard Odier เพื่อส่งมอบบริการที่ปรึกษาครบวงจร ตั้งแต่การให้ความรู้ วางแผน และสนับสนุนการดำเนินการตามแผน

นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยถือเป็นผู้ให้บริการไพรเวทแบงก์รายแรกในไทยที่ส่งมอบ “บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพย์สินครอบครัว (Family Wealth Planning Service)” และได้รับความสนใจจากลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีปัจจัยเร่งจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยงด้านสุขภาพจากโรคระบาด ทำให้ครอบครัวผู้มีสินทรัพย์สูงเริ่มเล็งเห็นถึงความสำคัญของการวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ทายาทรุ่นถัดไปได้เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการธุรกิจเร็วยิ่งขึ้น จากผลสำรวจโดย Lombard Odier พบว่า 45% ของครอบครัวที่ยังไม่ได้จัดทำธรรมาภิบาลของครอบครัวสนใจที่จะเริ่มวางแผนบริหารทรัพย์สินครอบครัวในอนาคต

ธุรกิจครอบครัวมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจไทย โดยพบว่ากว่า 3 ใน 4 ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นธุรกิจครอบครัว จากสถิติพบว่า 75% เป็นธุรกิจครอบครัวไทยที่อยู่ในการบริหารของรุ่นที่ 2 และมีเพียง 4% เท่านั้นที่อยู่ในการบริหารของรุ่นที่ 3 และ 4 ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ธุรกิจครอบครัวไทยส่วนใหญ่ยังจัดตั้งมาไม่นานและกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในการเริ่มวางแผนเพื่อบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 

นายพีระพัฒน์  เหรียญประยูร Chief – Wealth Planning, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า KBank Private Banking ให้บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพย์สินครอบครัวอย่างครบวงจร เน้นให้ความรู้ที่แม่นยำและทันต่อเหตุการณ์ในโลกปัจจุบัน พร้อมด้วยประสบการณ์ระดับสากลของพันธมิตร Lombard Odier เพื่อช่วยลูกค้าในการวางแผน และอำนวยความสะดวกในการดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้ ปัจจุบัน ได้ให้บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพย์สินครอบครัวแก่ลูกค้ามาทั้งสิ้นประมาณ 3,600 ราย หรือคิดเป็นประมาณ 720 ครอบครัว ครอบคลุมทรัพย์สินครอบครัว ทั้งธุรกิจและที่ดินรวมมูลค่ากว่า 120,000 ล้านบาท*

ทั้งนี้ พบว่าครอบครัวส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นการขยายธุรกิจมากกว่าการวางแผนและจัดการอย่างเป็นระบบ และส่วนใหญ่เผชิญกับความท้าทายและมีความต้องการที่คล้ายคลึงกันหลักๆ 3 ประการ ได้แก่

  1. การหาความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจและการถือครองทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางแผนด้านภาษีอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีปัจจัยเร่งที่สำคัญมาจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศเพื่อการเก็บภาษีที่เข้มงวดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย Foreign Account Tax Compliance Act (FATCA) ของสหรัฐอเมริกา หรือระบบ Common Reporting Standard ดังนั้น เราจึงเน้นแนะนำให้ลูกค้าวางแผนเรื่องบริหารสินทรัพย์ของครอบครัวโดยคำนึงถึงต้นทุนทางภาษีที่ต้องแบกรับ และวางแผนป้องกันพร้อมรับมืออย่างเหมาะสม
  2. การบริหารจัดการระบบกงสีแบบดั้งเดิมเริ่มมีความท้าทายขึ้นในบริบทปัจจุบัน ซึ่งความยึดมั่นในขนบธรรมเนียมในการตัดสินใจเป็นหลัก หลายครอบครัวจึงเร่งปรับกติกาของกงสีให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งการใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ของครอบครัว อาทิ การจัดตั้งโครงสร้างที่เป็นระบบ โดยใช้กลุ่มบริษัทโฮลดิ้งของครอบครัว หรือการใช้ทรัสต์ที่จัดตั้งในต่างประเทศ เพื่อจัดเก็บและบริหารจัดการกงสีอย่างยั่งยืน พร้อมทั้ง วางแผนการด้านอื่นๆ ไปพร้อมกัน เช่น ในกรณีที่สมาชิกคนใดประสบปัญหาด้านการเงินส่วนตัว ก็ยังมีทรัพย์ที่ได้รับจากกองทรัสต์เพื่อเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวต่อไป รวมถึงระบบสวัสดิการสำหรับสมาชิกในครอบครัวได้อีกด้วย
  3. ทัศนคติและเป้าหมายที่แตกต่างกันของสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะทายาทรุ่นที่ 2 และ 3 ที่มีโอกาสได้ไปศึกษาและใช้ชีวิตในต่างประเทศ รวมถึงมีแนวความคิดใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจในช่วงเปลี่ยนผ่านได้ สิ่งที่สำคัญที่แนะนำแก่ลูกค้าคือ การเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่และการเปิดให้พวกเขามีส่วนร่วมตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ นอกจากนี้ การวางกติกาครอบครัวซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกทุกรุ่นก็มีความจำเป็นที่ต้องอาศัยคนกลางที่มีประสบการณ์ในการวางแผนอย่างมีระบบ 

    เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในด้านการบริหารความมั่งคั่งยิ่งขึ้น KBank Private Banking จะเร่งยกระดับบริการทั้งในด้านกลยุทธ์ในการพัฒนาระบบติดตามผล เพื่อช่วยให้ครอบครัวสามารถวางแผนและดำเนินการบริหารสินทรัพย์ได้อย่างเป็นขั้นตอนและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังเตรียมเสริมบริการในด้านการทำสาธารณกุศลของครอบครัว และการอำนวยความสะดวกในเรื่องบริการสำนักงานครอบครัว (Family Office) อีกด้วย 

บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพย์สินครอบครัว ต้องใช้เวลาและความละเอียดในการกำหนดแผนการและข้อกำหนดของแต่ละครอบครัว เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติที่สมาชิกในครอบครัวทุกรุ่นทุกคนเห็นพ้องต้องกัน โดยธนาคารตั้งเป้าว่าจะให้บริการลูกค้าให้ครอบคลุม 50% ของลูกค้าทั้งหมด* ภายใน 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ให้บริการลูกค้าแล้วประมาณ 32%

บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพย์สินครอบครัวของ KBank Private Banking ครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่

  1. การจัดโครงสร้างการถือครองทรัพย์สินของครอบครัว (Asset Holding Structures) 
  2. การบริหารความเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของครอบครัว (Financial Asset, Liability and Risk Management) 
  3. การสร้างกติกาของครอบครัวและการสืบทอดธุรกิจ อย่างเป็นระบบ (Family Continuity Planning) 
  4. การวางแผนการส่งต่อทรัพย์สินจากรุ่นสู่รุ่น (Inheritance and Wealth Transfer) 
  5. การทำสาธารณกุศล (Philanthropy) 
  6. การทำหน้าที่เป็นสำนักงานของครอบครัว (Family Office) 

* มูลค่านี้มีบางส่วนที่เป็นธุรกิจครอบครัวและทรัพย์สินอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของธนาคาร

** ปัจจุบัน KBank Private Banking มีจำนวนลูกค้าประมาณ 12,000 ราย สินทรัพย์ภายใต้การจัดการทั้งหมดประมาณ 8 แสนล้านบาท 

เกี่ยวกับ KBank Private Banking

KBank Private Banking ให้บริการการบริหารความมั่งคั่งอย่างครบวงจร ด้วยมาตรฐานระดับสากล แก่ลูกค้าธนาคารกสิกรไทย ที่มีเงินฝากและเงินลงทุนกับธนาคาร ตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป โดยให้บริการในทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรักษา สร้างความเติบโต และส่งต่อความมั่งคั่ง ครอบคลุมทุกประเภททรัพย์สิน ทั้งทรัพย์สินทางการเงิน ธุรกิจครอบครัว อสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่นๆ ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรระดับโลก Lombard Odier ทำให้ KBank Private Banking สามารถตอบสนองทุกโอกาสการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อส่งมอบความมั่งคั่งที่สมบูรณ์แบบและชีวิตที่ไร้กังวล แก่ลูกค้าคนสำคัญของธนาคาร 

เกี่ยวกับ Lombard Odier (ลอมบาร์ด โอเดียร์)

ลอมบาร์ด โอเดียร์ คือผู้นำด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์และความมั่งคั่งระดับโลก ด้วยประสบการณ์กว่า 220 ปี และการผ่านวิกฤตทางการเงินมาถึง 40 ครั้ง ลอมบาร์ด โอเดียร์ ได้ผสมผสานนวัตกรรมและองค์ความรู้อย่างรอบคอบ เพื่อสอดรับกับผลประโยชน์ระยะยาวของลูกค้าทั้งภาคเอกชนและระดับสถาบัน กลุ่มบริษัทของเราบริหารและถือครองโดยกลุ่มผู้ถือหุ้น ด้วยสภาพคล่องทางการเงินสูงและการบริหารเงินทุนที่ดีเยี่ยม โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1) อยู่ที่ 29.7% และการจัดอันดับคะแนนความน่าเชื่อถือโดย Fitch Rating ที่ AA-

ลอมบาร์ด โอเดียร์ นำเสนอบริการด้านความมั่งคั่งอย่างครบวงจร อันประกอบไปด้วย การวางแผนการส่งต่อทรัพย์สิน การให้คำปรึกษาและบริหารพอร์ตแบบจัดการเบ็ดเสร็จ และการรับฝากและดูแลหลักทรัพย์ ส่วนการบริการจัดการสินทรัพย์จะได้รับการดูแลโดยผู้จัดการการลงทุนของ ลอมบาร์ด โอเดียร์ (LOIM) นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทของเรายังได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการธนาคารที่ทันสมัยให้กับสถาบันทางการเงินอื่นๆ อีกหลายแห่ง

กลุ่มบริษัทของเราดูแลสินทรัพย์รวมของลูกค้าจำนวน 290 พันล้านฟรังก์สวิส (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563) และมีสำนักงานใหญ่ ณ กรุงเจนีวาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1796 โดยในช่วงปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 กลุ่มบริษัทของเรามีสำนักงานรวม 29 สาขาใน 23 เขต และพนักงานรวม 2,535 คน ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lombardodier.com 

KBank Private Banking bolsters Family Wealth Planning Service strategy 

to navigate the COVID-19 crisis

3,600 customers have been serviced, covering 120 billion baht worth of assets*

KBank Private Banking reinforces its leadership in Family Wealth Planning service. First to introduce the service in Thailand, the wealth management service provider unveils three key approaches behind its offerings: business and asset risk management, sustainable structuring of family business and assets, and involvement of the next generation. Approximately 3,600 customers have used the service, covering over 120 billion bath worth of family assets. The private bank aims to provide Family Wealth Planning Service to at least 50% of customers within its portfolio within three years by leveraging knowledge and expertise from Lombard Odier in delivering a comprehensive advisor service, from education, planning, and facilitation for execution.

Mr. Jirawat Supornpaibul, Private Banking Group Head, KASIKORNBANK, said, “KASIKORNBANK is the first private banking service provider to offer Family Wealth Planning service to Thai high-net-worth customers. The service has seen continuous growth over the years, particularly during the past two to three years. With factors such as technological advancements, economic volatility, and health risks from the pandemic, high-net-worth families increasingly recognize the importance of efficient family asset planning and management, notably by involving the next generation in business management sooner. According to the survey by Lombard Odier, 45% of families without family governance in place start thinking of adopting one in the future.”

Family businesses are an integral part of Thailand’s economy, with more than three out of four publicly listed companies categorized as family businesses. Statistics demonstrate that 75% of all family businesses in Thailand are currently being managed by the second generation while only 4% are managed by the third and fourth generation. Such data points out that most Thai family businesses have been established for a relatively short time and are in a crucial transition period of planning to build sustainable wealth.

Mr. Perapat Reinprayoon, Chief – Wealth Planning, Private Banking Group, KASIKORNBANK, added, “KBank Private Banking offers a comprehensive Family Wealth Planning Service with an emphasis on sharing accurate and updated information and leveraging the global expertise of our strategic partner, Lombard Odier, to help clients in the wealth planning process and facilitate them in the implementation of their plans. Today, we have provided Family Wealth Planning Service to approximately 3,600 customers, or around 720 families, covering family assets, including family businesses and land worth over 120 billion baht*.

The majority of families still mainly focuses more on business expansion rather than efficient planning and management of assets. They faced similar challenges in three main issues. 

  1. The need for expertise in risk management from business operations and asset holding, in particular, comprehensive tax planning: This demand is driven by the new Land and Building Tax and international exchange of information for stricter taxation, e.g., the US Foreign Account Tax Compliance Act (FATCA) or Common Reporting Standard. Our recommendation for clients on family asset management is to consider tax costs and prepare for efficient planning.
  2. The challenge of traditional structuring of family businesses and assets (Kongsi) in the current social context: With the conventional approach relying on family customs for decision making, many families are urged to update related rules to ensure more transparency. This shift calls for various tools to put a sustainable management system in places, such as a comprehensive asset holding structure through family holding companies or offshore trusts. Such solutions also bring other benefits; namely, if any family member experiences financial hardship, they can rely on assets from the trusts to provide for themselves and their respective families. Additionally,  the trusts can contribute to the welfare benefits for family members as well.  
  3. Differing attitudes and goals among family members: The second and third generations who have opportunities to study and live abroad or have innovative business ideas usually come into generational conflicts with their parents, causing disruptions in business operations during the transition period. We usually advise clients to prepare the next generations to lead the business and involve them in major decisions as soon as possible. More importantly, we urge them to establish family governance that is endorsed by all generations. 

“To answer the need for wealth management, KBank Private Banking plans to enhance our services by implementing a viable strategy in result monitoring to support families in the planning and facilitate the execution of asset management according to the plan. We also aim to strengthen our family philanthropy and family office service offerings.

Family Wealth Planning Service requires time and detailed personalized planning for each family to develop a set of rules that every generation agree upon. We aim to provide the Family Wealth Planning service to 50% of all customers within the next three years. Today, approximately 32% of customers have already been serviced,” concluded Mr. Perapat.

KBank Private Banking’s Family Wealth Planning Service comprises six key offerings: 

  1. Asset Holding Structures
  2. Financial Asset, Liability and Risk Management
  3. Family Continuity Planning
  4. Inheritance and Wealth Transfer
  5. Philanthropy
  6. Family Office

* The amount includes family businesses and other assets which are not under the bank’s management

** KBank Private Banking currently has approximately 12,000 high-net-worth customers and an approximate AUM of 800 billion baht.

ABOUT KBANK PRIVATE BANKING

KBank Private Banking provides international comprehensive wealth management service to Kasikornbank customers with AUM of 50 million baht or more. Our service covers all aspects of preserving, growing, and passing on wealth, and all asset types from financial assets, family businesses, real estate, and others. Propelled by its strategic alliance with the global private bank Lombard Odier, KBank Private Banking is well-suited to respond to the investment needs both locally and internationally and give our valued customers the perfect wealth and the worry-free lives.

ABOUT LOMBARD ODIER

Lombard Odier is a leading global wealth and asset manager. For over 220 years and through 40 financial crises the Group has combined innovation and prudence to align itself with the long-term interests of private and institutional clients. The Group is solely owned by its Managing Partners, has a highly liquid balance sheet and is well capitalised with a CET1 ratio of 29.7% and a Fitch rating of AA-. 

Lombard Odier provides a complete offering of wealth services, including succession planning, discretionary and advisory portfolio management, and custody. Asset management services are offered through Lombard Odier Investment Managers (LOIM). The Group has also created cutting-edge banking technology, which is offered to other financial institutions. 

The Group had total client assets of CHF 290 billion at 30 June 2020. Headquartered in Geneva since 1796, at end-June the Group had 29 offices in 23 jurisdictions and employed 2,535 people. 

For more information: www.lombardodier.com