บำรุงราษฎร์ เปิด ‘ศูนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหาร’ ผนึกความร่วมมือกับศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมวินิจฉัยและรักษาทุกปัญหาเกี่ยวกับโรคการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารอย่างแม่นยำตรงจุด

0
722

เนื่องด้วยทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย มีผู้ป่วยจำนวนมากที่มีอาการหรือมีความผิดปกติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหาร เช่น กรดไหลย้อน ภาวะกลืนลำบาก ลำไส้แปรปรวน (IBS), อาการปวดท้องอาเจียนที่อาจมีสาเหตุจากการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กผิดปกติ, อาการท้องผูกเรื้อรัง จากการทำงานของลำไส้ใหญ่ หรือกล้ามเนื้อหูรูดบริเวณทวารหนักผิดปกติ หรือภาวะที่กลั้นอุจจาระไม่ได้ แต่ยังไม่ได้ไปพบแพทย์ หรืออาจไปตรวจวินิจฉัยแล้ว แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด หรือรักษาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยโรคการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร มักจะมีอาการคล้ายคลึงกับหลายโรค ทำให้การวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ง่ายนัก จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญการของแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อเข้ามาช่วยตรวจวินิจฉัยและหาสาเหตุได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และนำไปสู่การรักษาที่ถูกวิธี ทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคได้

ภญ. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า “ด้วยระบบทางเดินอาหาร ถือเป็นอีกหนึ่งระบบของร่างกายที่มีความสำคัญมาก ซึ่งมีผลต่อการสร้างคุณภาพชีวิตและไม่ควรละเลยที่จะดูแล จากตัวเลขการรักษาที่บำรุงราษฎร์พบว่ามีผู้ป่วยต่างชาติที่เป็นโรคกรดไหลย้อนถึง 50-60% ขณะที่ผู้ป่วยชาวไทยเป็นกรดไหลย้อน 10% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ด้วยเหตุผลดังกล่าว “ศูนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหาร” (Gastrointestinal Motility Center) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จึงได้ก่อตั้งขึ้น

ซึ่งถือเป็นเกียรติของบำรุงราษฎร์ที่ได้ผนึกความร่วมมือกับ ‘ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร’ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ของบำรุงราษฎร์ในด้านความเป็นเลิศทางการแพทย์ และเป็นการต่อยอดไปอีกขั้นของศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ทางการรักษาที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ป่วย”

ผศ. นพ.ยุทธนา ศตวรรษธำรง หัวหน้าศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “การก่อตั้งศูนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหาร ได้เข้ามาเติมเต็มศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ในด้านบริการทางการแพทย์แบบไร้รอยต่อ ทั้งในแง่ของการเสริมศักยภาพในการตรวจวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องแม่นยำและตรงจุดมากขึ้น (Accurate and Precise Diagnosis) สามารถหาสาเหตุของโรคที่แท้จริงได้ตั้งแต่อาการแรกเริ่ม (Early Detection) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย (Advanced Medical Technology) จากประสบการณ์และความชำนาญการของแพทย์ ทำให้บำรุงราษฎร์สามารถส่งมอบการบริบาลดูแลป้องกันและรักษาได้ครอบคลุมทั้งโรคที่พบบ่อย โรคที่มีความรุนแรงหรือซับซ้อนเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารแบบ One Stop Service และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยหายขาดจากภาวะความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารได้”

โดย ‘ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร’ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นศูนย์ความเป็นเลิศของโรงเรียนแพทย์ที่เดียวและเป็นอันดับหนึ่งในไทยที่ให้บริการตรวจและรักษาความผิดปกติของการทำงานของระบบทางเดินอาหาร เป็นสถาบันแห่งแรกที่ให้บริการรักษาผู้ป่วยได้อย่างครบวงจรด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นสถาบันฝึกอบรมและผลิตแพทย์ รวมทั้งรับส่งต่อผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อน ตลอดจนมีการศึกษาวิจัยข้อมูลจากฐานผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคทางเดินอาหารจำนวนมาก รวมถึงความใส่ใจของทีมแพทย์ที่ซักถามถึงรายละเอียดของอาการและพฤติกรรมของผู้ป่วย ทำให้เข้าใจถึงกลไกของการเกิดโรค และสามารถวางแผนการรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุดมากขึ้น

ศ. นพ. สุเทพ กลชาญวิทย์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าศูนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “ศูนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้การบริบาลดูแลรักษาผู้ป่วยในกลุ่มโรคที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารส่วนบนและส่วนล่าง ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก อาทิ โรคกรดไหลย้อน มักมีอาการแสบร้อนหน้าอกและเรอเปรี้ยว แต่ผู้ป่วยอาจมาด้วยอาการของโรคหูคอจมูก เช่น แสบคอ เจ็บคอเรื้อรัง มีเสมหะเรื้อรัง หรืออาการทางโรคปอด เช่น ไอเรื้อรัง ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคล้ายโรคหัวใจ เช่น อาการเจ็บหน้าอกที่หาสาเหตุไม่พบ, โรคอะคาเลเซีย เป็นโรคที่ทำให้กลืนลำบาก มีสาเหตุมาจากการสูญเสียเซลล์ประสาทที่ควบคุมการทำงานของหลอดอาหารและหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง, ภาวะการขับถ่ายผิดปกติ เช่น ท้องผูกเรื้อรัง กลั้นอุจจาระไม่ได้, ภาวะท้องอืดแน่นท้องเรื้อรัง ส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานของทางเดินอาหารผิดปกติ และไม่สามารถพบความผิดปกติได้จากการส่องกล้อง หรือโรคกระเพาะอาหารที่ตรวจไม่พบสาเหตุ ภาวะกระเพาะอาหารบีบตัวช้า ปวดท้องหรืออืดแน่นท้องโดยไม่รู้สาเหตุ โรคลำไส้แปรปรวน โรคท้องผูกเรื้อรัง เป็นต้น”

โรคการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร เป็นโรคที่พบได้บ่อยมาก โดยอาการอาจจะรุนแรงรบกวนคุณภาพชีวิต และเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน และหากไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรักษาแต่เนิ่นๆ ก็อาจส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็งหลอดอาหาร โรคกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะไม่ทราบสาเหตุของโรค แต่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อ พฤติกรรมการบริโภคอาหาร สุขอนามัยที่ไม่ดีพอ ความเครียด และบางโรคเป็นโรคที่วินิจฉัยได้ยาก แต่ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ ทำให้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ แพทย์ผู้ชำนาญการจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีที่นำมาตรวจวินิจฉัยให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้มีความแม่นยำและให้การรักษาได้อย่างตรงจุด เช่น เทคโนโลยีเพื่อตรวจการบีบตัวของหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และการตรวจการทำงานของทวารหนักและหูรูดทวารหนัก, การวัดปริมาณน้ำลาย เพื่อดูการทำงานของต่อมน้ำลาย, การทดสอบไฮโดรเจนทางลมหายใจ, การตรวจวัดความเป็นกรดในหลอดอาหาร 24 ชั่วโมง หรือการรักษาโดยการฝึกขับถ่ายให้เป็นธรรมชาติ สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะท้องผูกและกลั้นอุจจาระไม่ได้ โดยผู้ป่วยท้องผูกที่รับประทานยาระบายแล้วอาการไม่ดีขึ้น ประมาณ 40% เกิดจากการเบ่งถ่ายที่ผิดวิธี แพทย์และพยาบาลจะช่วยสอนให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะเบ่งและคลาย นำไปสู่การรักษาให้หายขาดได้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ชั้น 2 อาคาร B (อาคารโรงพยาบาล) หรือโทร. 063 190 3152 หรือโทร. 1378

Press Release

Bumrungrad opens its Gastrointestinal Motility Center, in collaboration between Center of Excellence in Neurogastroenterology and Motility, Faculty of Medicine, Chulalongkorn University and Bumrungrad International Hospital, providing accurate diagnosis and proper treatment to all types of gastrointestinal conditions.

In Thailand and around the world, cases of digestive disorders, like acid reflux, dysphagia, IBS, stomach pain and vomiting caused by GI motility problems, constipation caused by disorders of the large intestine or sphincter muscles, or unresolved underlying fecal incontinence, are on the rise. Since most cases of digestive disorders experience similar symptoms, proper diagnosis is often difficult. Accurate diagnosis and proper treatment depend on the experience and professionalism of specialist doctors and advanced diagnostic technology, which enable the accurate diagnosis, the provision of comprehensive care, and successful recovery.

Mrs. Artirat Charukitpipat, CEO of Bumrungrad International Hospital, revealed that “The gastrointestinal system is in one of the most important parts of the body, which can affect one’s quality of life and must be taken care of. From Bumrungrad’s patients, we found that 50% to 60% of our international patients and 10% of our Thai patients experience acid reflux; both of which are on the rise year after year – which is why we created the Bumrungrad Gastrointestinal Motility Center and the honor of partnering with the Center of Excellence in Neurogastroenterology and Motility, Faculty of Medicine, Chulalongkorn University (CUNM). One of the aims of Bumrungrad is to foster excellence in medical care and this partnership enhances the capabilities of the Bumrungrad Digestive Disease Center, resulting in the best care and outcomes for our patients.”

Assistant Professor Dr. Yudhtana Sattawatthamrong, Director of the Digestive Disease Center at Bumrungrad International Hospital, stated that “Bumrungrad Gastrointestinal Motility Center was founded to complement the Digestive Disease Center by providing seamless patient care and improving the precision and accuracy of our diagnostic capabilities through early detection, using advanced medical technology. This combined with the experience and professionalism of our doctors enables Bumrungrad International Hospital to provide comprehensive care, prevention, and treatment for common conditions, grave illnesses, and complex cases related to the gastrointestinal tract – a true one stop service enabling our patients to successfully recover from digestive disease and disorders.”

The Center of Excellence in Neurogastroenterology and Motility, Faculty of Medicine, Chulalongkorn University, while being both a center of excellence and a medical institute, is the number 1 place in Thailand for the diagnosis and treatment of functional gastrointestinal conditions or gastrointestinal motility disorders. It is the first institution to offer comprehensive care supported by advanced medical technology. In addition to being an institution which trains and produces doctors, it also accepts complex cases and leverages its research using well of patient cases of digestive disease to provide attentive care delivered by its medical teams who take detailed case histories, which include patient symptoms and behaviors. All of which helps to understand the root cause of each patient’s condition and enables their doctors to form the direct, most effective treatment plans possible.

Professor Dr. Sutep Gonlachanvit, Director of Center of Excellence in Neurogastroenterology and Motility, Faculty of Medicine, Chulalongkorn University and Director of the Gastrointestinal Motility Center at Bumrungrad International Hospital, stated that “The Gastrointestinal Motility Center provides care and treatment for patients experiencing problems with gastrointestinal motility from upper to the lower GI tracts including esophagus, stomach, small intestine, large intestine, rectum and anus. Patients who suffer from gastroesophageal reflux disease usually experience a burning sensation in their chest and regurgitation of sour liquid. But those patients often come to hospital because of the ear, throat, nose infections like a chronic sore throat, or a constant phlegmy throat. Some have lung problems such as chronic coughing. Some patients suffer from symptoms like those of heart conditions such as pain in the chest for unknown reasons, achalasia, or difficulty swallowing food caused by the damage of nerves in the esophagus and the lower esophageal sphincter. Some patients suffer from abnormal defecation including constipation, fecal incontinence, chronic bloating, mostly caused by abnormalities in the GI tracts. Some abnormalities cannot be detected through gastroscopy. Causes of some stomach problems are unknown. Some patients may suffer from gastroparesis, stomachache from stomach hypersensitivity, abdominal bloating from unknown causes while some experience IBS or chronic constipation.”

Digestive disorders are very common and the symptoms can be serious and greatly affect quality of life. If such are not diagnosed early, symptoms can worsen or become chronic, as seen in esophageal cancer associated with gastroesophageal acid reflux disease. While the causes of GI conditions are often unknown, they are related to infection, eating habits, hygiene, and stress. Although many GI conditions are difficult to diagnose, advances in medical research have led to much improved diagnostic technology providing enhanced diagnostic efficacy.

Hence, expert doctors will decide on the most appropriate diagnostic technology to use to accurately identify and effectively resolve each patient’s case. For example, we can test the contractile strength of the esophagus, stomach, small intestine, and the function of the anus and sphincter. We can also perform sialometry, hydrogen breath testing and 24-hour esophageal pH monitoring. For patients experiencing constipation or obstipation, we can help regain normal excretion or defecation though physical therapy. In about 40% of constipation/obstipation cases for which medicinal therapies were ineffective, this was due to poor coordination/technique. Our doctors and nurses can help retrain the appropriate muscles to restore proper coordination and technique to our patients to treat the condition.

For more information, please contact the Gastrointestinal Motility Center, Bumrungrad International Hospital on 2nd Floor, Building B (Hospital Building) or call 063-1903152 and 1378.