“ซีพี ออลล์” สานฝัน สร้างทักษะอาชีพเยาวชนและคนในชุมชนอย่างยั่งยืน ผนึก ซีพี รีเทลลิงค์ มอบ “ร้านกาแฟสร้างอาชีพ” โรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์  

0
68

 ความฝันและความตั้งใจของโรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์ ในการสร้างพื้นที่ให้ทั้งคุณครู นักเรียน ผู้ปกครอง ตลอดจนคนในชุมชนได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ในการประกอบอาชีพ พร้อมทั้งสร้าง “แลนด์มาร์คใหม่” ให้กับชุมชน กำลังได้รับการเติมเต็มให้กลายเป็นความจริง เพราะล่าสุด บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น อีเลฟเว่น และบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ได้เข้ามาสนับสนุนโครงการ “ร้านกาแฟสร้างอาชีพ” เป็นแห่งที่ 2 ให้แก่โรงเรียนฯ ภายใต้การขับเคลื่อนมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED)            ของบมจ.ซีพี ออลล์ 

 

นายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นของโรงเรียน ศักยภาพของพื้นที่ ประกอบกับแผนด้านต่างๆ ที่วางเอาไว้อย่างรอบด้าน ทั้งการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน การ​       บูรณาการความรู้มาเป็นหลักสูตร และการพัฒนาสู่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ซีพี ออลล์ และ ซีพี รีเทลลิงค์ จึงได้สนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ องค์ความรู้ในการบริหารจัดการร้านกาแฟ องค์ความรู้ในการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์และชงเครื่องดื่ม อุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจร้านกาแฟสร้างอาชีพให้แก่โรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์ ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษา คุณครู และนักเรียนที่เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการรุ่นแรก

 

“โมเดลร้านกาแฟสร้างอาชีพ คือโมเดลที่สร้างความแข็งแกร่งในการขับเคลื่อนชุมชนอย่างยั่งยืน เพราะช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะการประกอบอาชีพตั้งแต่เยาว์วัย เปิดโอกาสให้คุณครู ผู้ปกครอง คนในชุมชน เข้ามามีส่วนร่วม และสามารถนำสินค้า OTOP มาวางจำหน่ายในร้าน หากร้านกาแฟสร้างอาชีพของโรงเรียนบ้านนาคูประสบความสำเร็จ อาจมีการยกระดับโรงเรียนบ้านนาคู จากโรงเรียน Best Practice สู่โรงเรียนต้นแบบ หรือ School Model กลายเป็นต้นแบบสำคัญให้กับโรงเรียนอื่นๆ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. อีก 30,000 กว่าแห่ง สามารถเข้ามาศึกษาดูงานและขอแนวทางการดำเนินโครงการ ไปปรับใช้กับโรงเรียนของตัวเองได้” นายธานินทร์ กล่าว

 

สำหรับร้านกาแฟสร้างอาชีพ โรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์ จัดตั้งขึ้นภายใต้ชื่อ “ร้านกาแฟเสรีไทย” ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางอำเภอนาคู ติดถนนสายหลัก วางคอนเซ็ปต์ของร้านอย่างโดดเด่น นำประวัติศาสตร์ของพื้นที่บ้านนาคูในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้ามาใช้ในการตกแต่งร้าน ภายในร้านจะมีสินค้าประเภทเครื่องดื่ม ตลอดจนสินค้า OTOP ของอำเภอนาคูและอำเภอข้างเคียงใน จ.กาฬสินธุ์  อาทิ ผ้าไหม ตำเมี่ยง วางจำหน่าย ตัวร้านยังจัดตั้งเป็นสหกรณ์ให้คุณครู นักเรียน ตลอดจนผู้ปกครองของนักเรียนปัจจุบัน สามารถร่วมเป็นเจ้าของร้านด้วยการถือหุ้นสหกรณ์ในราคาเพียงหุ้นละ 10 บาท และได้รับปันผลหากมีกำไรจากการบริหารจัดการร้าน 

นายสมรศักดิ์ วันโนนาม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาคู  เล่าว่า โรงเรียนได้นำโครงการร้านกาแฟเสรีไทยเข้าบรรจุในหลักสูตรท้องถิ่นด้วย เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะอาชีพ สอดคล้องกับโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” โดยคณะคุณครูที่เป็นพี่เลี้ยงในโครงการ จะได้รับการอบรมทักษะที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการร้านกาแฟจากทางกลุ่มธุรกิจซีพี ออลล์อย่างรอบด้าน จากนั้นจะนำมาถ่ายทอดให้แก่นักเรียนในช่วงเวลาที่ลดชั่วโมงเรียน หรือในวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน จัดเป็นคอร์สระยะสั้น ให้แก่ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ทักษะการบริหารจัดการร้านกาแฟ และเปิดกว้างให้โรงเรียนอื่นเข้ามาศึกษาดูงานด้วย

นางสาวนันท์นภัส ภูมิรัง อาจารย์ผู้ดูแลโครงการร้านกาแฟสร้างอาชีพ โรงเรียนบ้านนาคู ในฐานะผู้จัดการร้านกาแฟ เสริมว่า ในการคัดนักเรียนมาร่วมในโครงการภาคปฏิบัตินั้น เน้นนักเรียนระดับชั้น ป.6 เป็นหลัก แต่ในส่วนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการสร้างอาชีพนั้น จะสอดแทรกเข้าไปทุกระดับชั้นตั้งแต่ ป.1-6 มีการแบ่งเวรผู้รับผิดชอบในการมาบริหารร้านกาแฟ ทั้งนักเรียนและคุณครูทั้งโรงเรียนมีส่วนร่วมหมด เด็ก ป.6 ที่นี่จึงมีทักษะอาชีพที่เกี่ยวข้องกับร้านกาแฟ ชงกาแฟกันได้ทุกคน

 

ด้านนางสาวรัตนา วะชุม ผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ที่ดูแลโรงเรียนบ้านนาคูโดยตรง กล่าวว่า จากการลงพื้นที่และคลุกคลีกับทางโรงเรียน ทุกฝ่ายต่างต้องการให้โครงการมีผลทั้งในด้านการพัฒนาการศึกษา ขณะเดียวกันก็ต่อยอดเรื่องธุรกิจสร้างอาชีพให้กับทั้งโรงเรียนและชุมชนให้มีรายได้ที่ยั่งยืน

 

“ทุกกลุ่มมีความสำคัญและได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืนทั้งหมด ทั้งในเรื่องการเรียนรู้และอาชีพ เด็กนักเรียนได้ฝึกในเรื่องทฤษฎีและปฏิบัติ อย่างของคุณครูได้มีการบูรณาการหลักสูตรและการสอน ให้นักเรียนมีความรู้ในรุ่นต่อรุ่น ผู้ปกครองและคนในชุมชนก็มีโอกาสสร้างรายได้จากการนำสินค้า OTOP มาวางจำหน่าย อนาคตเราอาจไม่ได้ขายอยู่แต่ที่ร้านอย่างเดียว อาจมีการทำโครงการเดลิเวรี่ด้วย” นางสาวรัตนา กล่าว

สำหรับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในพันธมิตรก่อตั้งมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) และเป็น 1 ใน 41 องค์กรเอกชนที่เล็งเห็นความสำคัญและตอบรับการมีส่วนร่วมทางการศึกษา โดยปัจจุบัน ซีพี             ออลล์ ดูแลโรงเรียนในโครงการ CONNEXT ED จำนวน 392 แห่งทั่วประเทศ ร่วมสนับสนุนโรงเรียนให้สามารถดำเนินโครงการด้านต่างๆ ทั้งโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ โครงการพัฒนาคุณภาพคน โครงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โครงการส่งเสริมอาชีพ โครงการด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้นำรุ่นใหม่ หรือ School Partner ซึ่งเป็นอาสาสมัครจากในองค์กรร่วมลงพื้นที่และคอยให้คำแนะนำในการพัฒนาโครงการของโรงเรียนต่างๆ อย่างใกล้ชิด