กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จับมือสถาบันอาศรมศิลป์ เปิดพื้นที่เฟ้นไอเดียเยาวชนสร้างสื่อน้ำดีสำหรับคนทุกเจน

0
132

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จับมือสถาบันอาศรมศิลป์ เปิดวงเสวนาเยาวชน “พลังเยาวชน พลังคนสร้างสื่อ” เฟ้นไอเดียเยาวชนเจนใหม่ สร้างต้นแบบสื่อน้ำดี อาทิหนังสือต้นแบบหัวใจแห่งชุมชนบ้านหยีเพ็ง –นักสื่อสารต้นแบบในศูนย์สื่อพลเมืองภาคใต้– บล็อกเกอร์เพจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ – ลับสมองเยาวชนในโลกออนไลน์วิกิพีเดียไทย หวังกระตุกจิตสำนึกคนเจนใหม่สร้างสื่อน้ำดีสำหรับคนทุกเจนเนอเรชั่น

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในฐานะผู้สนับสนุนให้เกิดการผลิตสื่อที่ดีสำหรับเยาวชน เปิดเผยว่า “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์มีวิสัยทัศน์ที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ และฉลาดใช้สื่ออย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ด้วยนิเวศสื่อที่ดี และมีพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนมีทักษะในการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ จึงได้ร่วมกับสถาบันอาศรมศิลป์ ดำเนิน “โครงการสร้างต้นแบบสื่อและองค์ความรู้เพื่อพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” ขึ้น โดยเรามุ่งหวังที่จะส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศสื่อที่ดีให้กับสังคมไทยในยุคสมัยที่ทุกคนสามารถเป็นนักสื่อสารได้ในชั่วพริบตาและผู้ส่งสารไม่ได้ผูกขาดเพียงนักสื่อสารมวลชนอีกต่อไปซึ่งระบบนิเวศสื่อที่ดีนั้นจะเกิดขึ้นได้ย่อมต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในการเข้าถึงและรู้จักใช้ประโยชน์จากสื่ออย่างแท้จริงดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะด้านการศึกษาด้านสื่อสารมวลชนจะต้องมาร่วมกันประสานพลังเครือข่ายในการสร้างห้องเรียนการจัดทำสื่อเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันการเท่าทันสื่อจากการบ่มเพาะปลุก และ ปลูกเยาวชนสู่การเห็นคุณค่าของการเป็นนักสื่อสารสร้างสรรค์ที่จะร่วมกันสร้างวัฒนธรรมสังคมฐานความรู้ให้แก่สังคมไทยต่อไปในอนาคต”

นางสาวอภิษฎาทองสอาด ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา สถาบันอาศรมศิลป์ ในฐานะผู้จัดการโครงการสร้างต้นแบบสื่อและองค์ความรู้เพื่อพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า “จากการค้นหาและประสานพลังเครือข่ายร่วมปฏิบัติการสร้างห้องเรียนการจัดทําสื่อด้วยการบ่มเพาะนักสื่อสารสร้างสรรค์รุ่นใหม่เพื่อให้สื่อทําหน้าที่เป็นโรงเรียนของสังคมกว่า 6 เดือน ในกระบวนการทำงานตั้งแต่การหาจุดสมดุลย์ของคำว่า “สื่อสร้างสรรค์” กับ “การสร้างห้องเรียนการจัดทำสื่อ” ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ทัศนคติของเยาวชนคนรุ่นใหม่ การค้นหาคัดเลือกโครงการ เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่การเรียนรู้ใหม่ของสังคมไทยทั้งในระบบและนอกระบบ เพื่อปลุกและปลูกการเป็นนักสื่อสารที่สร้างสรรค์ในยุคปัจจุบันจนได้ “ต้นแบบสื่อสร้างสรรค์การเรียนรู้” ที่เกิดจากพลังเยาวชนใน 4 โครงการ ได้แก่

  • โครงการติดอาวุธสื่อเด็กบ้านนอกการสร้างนักสื่อสารรุ่นใหม่ที่ใช้สื่อเชื่อมโยงความเข้าใจของคนในชุมชนให้หันกลับมาเห็นคุณค่าและดูแลทรัพยากรสิ่งแวดล้อมของชุมชนร่วมกัน โดยศูนย์สื่อพลเมืองจ.นครศรีธรรมราช
  • โครงการCuriousJourneyการนำบล็กเกอร์คนรุ่นใหม่มาเป็นสะพานเชื่อมโยงความเข้าใจร่วมในการเห็นคุณค่าการอนุรักษ์ดูแลรักษาธรรมชาติป่าต้นน้ำจากคนต้นทางกลุ่มผลิตกาแฟจอมป่า อ.อุ้มผางจ.ตาก สู่คนในสังคมเมือง โดย บริษัท วาย นอต โซเชียล
  • โครงการสร้างการเรียนรู้ของนักเรียนระดับมัธยมปลายสู่การรับรู้และขับเคลื่อนปัญหาสังคมเพื่อปลุกจิตสำนึกความเป็นพลเมือง ณ ทุ่งหยีเพ็ง เกาะลันตา จ.กระบี่ โดยโรงเรียนรุ่งอรุณ
  • โครงการวิกิพีเดียไทยการลับคมสมองเยาวชนผ่านสนามการแลกเปลี่ยนเรียนรู้บนเวทีออนไลน์โดยมูลนิธิกระจกเงา

“จากการที่เราได้ไปร่วมติดตามการเรียนรู้ของท้ังสี่โครงการเราพบจุดร่วมที่สำคัญ คือ แม้เยาวชนคนรุ่นใหม่จะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี และสามารถใช้สื่อได้อย่างรวดเร็วแต่สิ่งสำคัญพวกเขาเหล่าน้ันยังคงต้องการการรับฟังและการเปิดเวทีให้พวกเขาได้แสดงความเป็นตัวเอง โดยมีผู้ชี้ทางเปิดพื้นที่และหนุนเสริมพวกเขาให้มีห้องเรียนที่หลากหลายและเปิดกว้างทั้งห้องเรียนครอบครัว ห้องเรียนชุมชน ห้องเรียนสังคม เพื่อให้พวกเขามีภูมิคุ้มกันในการรับและส่งสารสู่สังคมอย่างมีคุณค่าต่อไป” อภิษฎา กล่าว

นอกจากนี้ ในวงเสวนาเยาวชน นางสาววัลย์ลดา ศุภทรงกลด และนายนัทธิ์ เลาหระวี นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนรุ่งอรุณ ผู้สร้างหนังสือต้นแบบหัวใจแห่งชุมชนที่ชื่อว่า “ทุ่งหยีเพ็ง : บ้านอุ่น ป่าเย็น” เกาะลันตา จ.กระบี่ เพื่อเชื่อมโยงวิถีชีวิตชุมชนในการดูแลวัฒนธรรมและรักษาป่าด้วยการพึ่งพากันทั้งระบบจนเกิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์“เริ่มต้นจากการที่พวกเราได้ลงไปทัศนศึกษาในพื้นที่ แล้วมีพี่ชาวบ้านมาชวนให้ทำข้อมูลของชุมชนพวกเราพบว่า หมู่บ้านแห่งนี้มีป่าชายเลนที่ชาวบ้านพยายามฟื้นฟูให้เป็นป่าชุมชน โดยดึงคนที่ออกไปทำงานนอกชุมชนให้กลับมาอยู่กับครอบครัวและสร้างรายได้จากทรัพยากรในชุมชนที่มี จนเกิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ มีที่พักแบบโฮมสเตย์ การจัดทำหนังสือเป็นเหมือนพันธสัญญาทางใจของเรากับชาวบ้านชุมชน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วชาวบ้านสามารถนำไปใช้ต่อยอดในพื้นที่ได้จริง สิ่งนั้นเป็นความภูมิใจของพวกเรามาก”

ในขณะที่นายต้นตระการ บำรุงนักสื่อสารต้นแบบในศูนย์สื่อพลเมืองในโครงการติดอาวุธสื่อเด็กบ้านนอก กล่าวว่า “ผมมองว่า การสื่อสารที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ ทำอย่างไรที่จะสื่อสารในเนื้อหาที่มีความรับผิดชอบ และเป็นประโยชน์ต่อชุมชน และสังคม จึงสร้างสื่อต้นแบบเพื่อการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่กรุงหยัน จ.นครศรีธรรมราชขึ้นในเรื่อง “แลกรุงหยัน” และได้รับการตอบรับจากรุ่นพี่นักสื่อสารในศูนย์สื่อพลเมือง และชุมชนผู้รับสื่อในพื้นที่เป็นอย่างดี”

นอกเหนือจากสื่อที่อยู่ในรูปแบบหนังสือแล้ว การสื่อสารในรูปแบบออนไลน์ก็เป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ให้ความนิยมและให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยนางสาวณิชา ตันติศิริวิทย์โปรดิวเซอร์จาก วาย น็อต โซเชี่ยล เอ็นเตอร์ไพร์สในโครงการสื่อต้นแบบการเดินทางเพื่อสื่อสารคุณค่าจากป่าตะวันตก(Curious Journey – Brew by forest) เล่าว่า “เราใช้กาแฟเป็นเครื่องมือในการบอกกล่าวเล่าเรื่องให้ผู้ติดตามเพจGogetlostที่เราเชิญมาร่วมเดินทางเห็นการเดินทางที่บันทึกแต่เรื่องราวที่น่าค้นหาจากการปลูกกาแฟของชาวบ้านแม่กลองน้อย จ.ตาก ซึ่งสามารถทำมาหากินตามวิถีของเขาโดยอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน”

นางสาวชลธิชา กาญจนศิริสมบัตินักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี ในโครงการวิกินักศึกษาเพื่อจัดทำวิกิพีเดียไทยได้แชร์ประสบการณ์การใช้ Wiki เป็นเครื่องมือในการสร้างการเรียนรู้ผ่านการค้นคว้าเรื่องที่สนใจผ่านโลก Wiki ออนไลน์ ว่า “ครั้งแรกที่เริ่มทำ เราเสนอประเด็นแฟนคลับเกาหลี แต่เมื่อเพิ่มบทความเข้าไปในวิกิพีเดีย วันต่อมาถูกระบบลบออก หลังจากนั้น เราเริ่มใหม่โดยเติมบทความเพิ่มเติมเรื่อง “อีลอน มัสส์” ปรากฏว่า ข้อมูลที่เติมในบทความชิ้นนี้ได้รับการยอมรับ และยังปรากฏอยู่ในวิกิพีเดีย ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้ว่า แม้ในแวดวงวิชาการอาจจะตัดสินว่าข้อมูลจาก Wikipedia เชื่อถือไม่ได้ แต่ความเป็นจริง มีอาสาสมัครตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ ดังนั้นการที่เราจะใส่ข้อมูลอะไรลงไปใน Wikipedia จำเป็นต้องมีหลักฐานอ้างอิงที่มาที่ไป เพื่อสุดท้ายแล้ว สังคมจะเกิดการแบ่งปันองค์ความรู้ที่เต็มไปด้วยข้อมูลที่มีคุณภาพ”