กสิกรไทย ลุยต่อเนื่องโครงการพิเศษ ฝ่าวิกฤติโควิด-19 เน้นเสริมสภาพคล่อง รักษาการจ้างงาน และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า

0
119

ธนาคารกสิกรไทย ยังคงลุยต่อโครงการพิเศษช่วยเหลือฝ่าวิกฤติโควิด-19 ที่ดำเนินมาปีกว่าแล้ว เน้นเพิ่มสภาพคล่องธุรกิจ รักษาการจ้างงาน และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย โดยธนาคารฯ ได้ช่วยลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคล ณ มิถุนายน 2564 จำนวน 338,000 ล้านบาท และให้วงเงินสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่องสำหรับลูกค้าเอสเอ็มอีและร้านค้ารายย่อย ตามมาตรการของรัฐและมาตรการพิเศษของธนาคารไปแล้วกว่า 232,000 ล้านบาท พร้อมจับมือพันธมิตรชั้นนำในแต่ละธุรกิจ หวังประคับประคองให้ลูกค้าฝ่าวิกฤติโควิด-19 สู้ต่อไปให้ได้ ล่าสุดจัด “ร่วมด้วย ช่วยเปย์” บน K+ market ด้วยการรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านค้ารายย่อยและวิสาหกิจชุมชนรวมกว่า 300 ร้าน พร้อมเพิ่มโอกาสการขายบน K+ market โดยนำมาจำหน่ายให้ลูกค้าได้ซื้อสินค้าในราคาพิเศษเพียง 20 บาทเท่านั้น และเตรียมแจกคะแนนสะสม K Point ให้ลูกค้าไปแลกแทนเงินสด จ่ายบิลค่าสาธารณูปโภคต่างๆ หวังช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของทุกคน

 

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยตระหนักถึงความกังวลและความเดือดร้อนของสังคมไทยที่มีต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยนับตั้งแต่สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 นอกเหนือจากความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยในการออกมาตรการช่วยเหลือต่างๆ แล้ว ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะฟันเฟืองขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและธุรกิจ และเป็นองค์กรหนึ่งในสังคม ได้ดำเนินโครงการพิเศษเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ภายใต้ศักยภาพของธนาคารอย่างเต็มที่ มุ่งเน้น 2 ด้านคือ เสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจพร้อมรักษาการจ้างงาน และแบ่งเบาภาระทางการเงิน ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย พักชำระเงินต้น และลดการผ่อนต่องวด จำนวน 338,000 ล้านบาท ณ มิถุนายน 2564 นอกจากนี้ ธนาคารยังมีการให้วงเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีและร้านค้ารายย่อย ทั้งตามมาตรการภาครัฐ และมาตรการพิเศษเพิ่มเติมของธนาคาร ตั้งแต่การระบาดของโควิดระลอกแรกจนถึงปัจจุบัน โดยธนาคารให้ความช่วยเหลือไปแล้วเป็นวงเงินกว่า 232,000 ล้านบาท 

“โครงการพิเศษต่างๆ ดำเนินการผ่าน 3 กลยุทธ์ เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มต่างๆ ที่อยู่ในระบบนิเวศน์ธุรกิจสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือต่างๆ ได้หลากหลายรูปแบบ ตรงกับความต้องการมากที่สุด และใช้ทรัพยากรที่ธนาคารมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้แก่   

  • ช่วยธุรกิจให้มีเงินทุนและรักษาการจ้างงาน มุ่งให้ธุรกิจมีเงินทุน เสริมสภาพคล่อง สามารถจ้างพนักงานต่อ และดูแลค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในส่วนอื่น ๆ ได้เอง โดยไม่ต้องหยุดหรือปิดกิจการ ได้แก่ โครงการ “เถ้าแก่ใจดี เจ้าหนี้มีใจ” เป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารฯ และเจ้าของธุรกิจ ด้วยการลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยเจ้าของธุรกิจให้มีเงินจ่ายค่าจ้างพนักงาน โดยธนาคารและเจ้าของธุรกิจช่วยกันจ่ายคนละ 50%  เพื่อให้พนักงานมีงานทำและมีรายได้ พร้อมช่วยลดภาระหนี้ต่างๆ โครงการ “สินเชื่อ 0% เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” ช่วยธุรกิจขนาดเล็กที่ให้มีเงินทุนในการจ้างพนักงานให้มีรายได้และอยู่รอด ด้วยการสนับสนุนเงินกู้ ดอกเบี้ย 0% ไม่ต้องผ่อน 1 ปี มีเอสเอ็มอีเข้าร่วมกว่า 1,000 บริษัท และช่วยพนักงานได้กว่า 46,000 คน และโครงการล่าสุดช่วยให้ร้านค้าขนาดเล็กเข้าถึงเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ   ผ่าน โครงการ “เงินกู้สู้ไปด้วยกัน” เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ร้านค้ารายย่อย ดอกเบี้ยต่ำ 3% ไม่ต้องมีหลักประกัน พักชำระเงินต้นนาน 3 เดือน ซึ่งได้รับความสนใจจากร้านค้าขนาดเล็กสมัครเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยสามารถช่วยลูกค้าได้กว่า 29,200 ราย วงเงินสินเชื่อ 4,800 ล้านบาท 
  • ลดภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกค้ารายย่อย โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น และเพื่อให้เจ้าของร้านรายเล็กๆ สามารถขายของได้คล่องขึ้น ในขณะที่ลูกค้าทั่วไปได้ใช้สินค้าและบริการต่างๆ ในราคาประหยัด เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบธุรกิจ ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย คือ โครงการ “ร่วมด้วย ช่วยเปย์” ร่วมกับฟู้ด เดลิเวอรีชั้นนำ ได้แก่ Grab และ LINE MAN และใน K+ market โดยธนาคารได้สนับสนุนงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท ทั้งให้เงินสนับสนุนกับร้านค้ารายย่อยกว่า 20,000 ร้าน ร้านละ 3,000 บาท เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า
  1. ใช้ศักยภาพแพลตฟอร์มดิจิทัลของธนาคาร K PLUS, K+ market, รวมถึงช่องทางการสื่อสาร KBank Live เพื่อเพิ่มยอดขาย และพื้นที่การขายให้กับร้านค้าต่างๆ บน K+ market ใน K PLUS และ KBank Live ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อให้สามารถซื้อสินค้าหรือบริการได้อย่างสะดวก โดยการจ่ายเงินผ่าน K PLUS หรือใช้คะแนนสะสม K Point แลกแทนเงินสดได้ เช่น โครงการ “รวมใจช้อปของไทย” เปิดช่องทางให้ลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารฯ ที่เป็นเจ้าของสวนผลไม้ ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูป ได้ระบายสินค้าผ่านช่องทางTHAILANDPOSTMART.com  และแอปพลิเคชันช้อปปี้  โครงการ “รวมใจเที่ยวไทย” เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ K+ market บน K PLUS ให้ลูกค้าได้ซื้อดีลท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการโดยตรง ด้วยส่วนลดสูงสุด 80% ทั้งโรงแรม บริการนวดและสปา รถเช่า

ล่าสุด ธนาคารได้ออกโครงการพิเศษเพิ่มอีก 2 โครงการเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของลูกค้า ได้แก่ 1) โครงการ “ร่วมด้วย ช่วยเปย์” บน K+ market  โดยธนาคารรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านค้ารายย่อยและวิสาหกิจชุมชนรวมกว่า 300 ร้าน พร้อมเพิ่มโอกาสการขายบน K+ market นำมาจำหน่ายให้ลูกค้าได้ซื้อสินค้าในราคาพิเศษเพียง 20 บาทเท่านั้น สามารถชำระเงินได้ทั้งเงินสดในบัญชี K PLUS และใช้คะแนน K Point แลกซื้อแทนเงินสด และ 2) โครงการ “ร่วมด้วย ช่วยแจกพ้อยท์” ให้คะแนนสะสม K Point 1,000 คะแนนฟรี ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่าเงินสด 100 บาท เพื่อให้ลูกค้านำไปแลกแทนเงินสด สำหรับจ่ายบิลสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ เติมเงิน หรือแลกซื้อของกินของใช้บน K+ market

“ธนาคารตั้งใจช่วยเหลือสังคมและแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนที่ไม่ใช่แค่เฉพาะในช่วงวิกฤตินี้เท่านั้น แต่รวมไปถึงการฟื้นฟูธุรกิจและการใช้ชีวิตของลูกค้าภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนต่อไป” นายพัชร กล่าวสรุป

สอบถามข้อมูลโครงการช่วยเหลือต่างๆ ของธนาคารกสิกรไทยได้ทาง LINE KBank Live

KBank continues its special relief program to assist customers in weathering COVID-19 crisis, focusing on liquidity enhancement, job retention and expense burden reduction

KASIKORNBANK (KBank) will continue to implement its special relief program – in operation for more than a year now – to assist customers in boosting liquidity, retaining their workforce and easing their expense burden. As of June 2021, KBank had provided financial assistance of around 338 billion Baht to retail and business customers while also offering SME customers and micro retailers loans amounting to 232 billion Baht for liquidity enhancement under its special relief program and the government’s measures. The Bank has also teamed with leading business partners in various industries to aid customers in coping with the present crisis. In the most recent development, KBank has unveiled the “You Order, We Pay” campaign on K+ market, wherein consumer goods purchased by the Bank from more than 300 micro-retailers and community enterprises are on sale at just 20 Baht apiece. KBank will offer customers K Points which can be redeemed for cash, including the payment of utility bills, to help ease the public’s expense burdens.

Mr. Patchara Samalapa, KBank President, said that KBank is concerned about the hardships facing Thai people impacted by the COVID-19 crisis. Since the outbreak emerged, KBank has collaborated with the Bank of Thailand in launching a series of assistance measures. As a driver of the economic system and a member of the society, KBank has earnestly worked to aid crisis-hit customers through the implementation of special relief programs to help them cope with the present circumstances. Focus has been on liquidity enhancement and employee retention along with easing of financial burdens. To this end, the Bank has launched various measures including suspension of principal and interest payment, suspension of principal payment only and reduction of monthly installment payment – all of these measures amounting to 338 billion Baht in relief as of June 2021. Moreover, KBank has extended credit lines worth more than 232 billion Baht to bolster liquidity for cash-strapped SMEs and retail stores in accordance with the government’s measures and KBank’s additional special measures since the first wave of COVID-19.

 “Various special measures have been implemented via three-pronged strategy. This is to ensure that various consumer segments in the business ecosystem have access to these measures in numerous formats, and that such measures directly meet their needs while also allowing KBank to maximize its existing resources.” The three-pronged strategy includes:

  • To ensure that businesses have adequate capital funds to retain their staff and pay for other expenses without having to suspend or close their operations, namely the “Generous (Business) Owners – Empathic Creditor” project in collaboration with business operators. Under this program, KBank reduces interest rates for business operators so that they have sufficient funds to pay their staff. Additionally, KBank and business operators equally share the total interest payments to ensure that that the staff remain employed and have income, while also helping to reduce their debts. Another special project is the “Zero Interest-rate Loan to Retain SME Staff” to aid small businesses so that they have sufficient funds to ensure that their employees have income and stay afloat. Loans with zero-interest rate and a grace period of one year have been extended to more than 1,000 participating companies to help over 46,000 employees. The latest special project is the “Loan to Fight COVID-19” to enhance liquidity for retail stores. Loans with low interest rate of 3 percent, no collateral required and suspension of principal payment for three months are offered under this project. It has attracted numerous retail stores and helped more than 29,200 customers. A total of 4.8 billion Baht in such loans has been extended. 
  • To  reduce expenses for retail customers in collaboration with leading strategic partners. This measure is aimed at providing broad-based assistance and ensuring that small stores can boost their sales while consumers can use products and services at lower costs, thus helping generate more cash flow for businesses, and is known as the “You Order, We Pay” project in cooperation with leading food delivery companies, namely Grab, LINE MAN and those on K+ market. KBank has allocated more than 250 million Baht in budget to over 20,000 stores (3,000 Baht each) to help reduce their expenses.
  • To unlock the potential of KBank’s digital banking via K PLUS, K+ market and KBank Live to boost sales and allow more stores to operate on K+ market in the K PLUS app and via KBank Live. Such expansion should provide greater convenience to KBank customers in conducting transactions via K PLUS or through K Point redemption for the purchase of goods and services. Initiatives include the “Together We Shop” campaign which allows SME customers who are orchard owners, producers and/or sellers of processed agricultural products to offer their goods on THAILANDPOSTMART.com and Shopee app; and the “Together We Travel” campaign wherein operators in the hotel, massage and spa, and car rental business can make special travel offers of up to 80 percent discounts directly to KBank customers.

Recently, KBank launched two additional campaigns to lower the daily expenses of its customers, namely 1) “You Order, We Paycampaign on K+ Market – wherein a large variety of consumer goods purchased by KBank from over 300 micro-retailers and small and micro community enterprises (SMCE) are offered on K+ Market at a single price of just 20 Baht. Payment can be made by cash via  K PLUS-linked account or through K Points redemption; and 2) “K Points Giveaway” campaign, wherein the Bank freely distributes 1,000 K Points – equivalent to 100 Baht in cash –  to its customers, who can redeem them for utility bill payment including water, electricity, and mobile top-up, as well as food purchase, on K+ market.

Mr. Patchara said, “KBank intends to give back to society and ease the burdens of its customers during this crisis, as well as working to revive economic activity and improve customers’ way of life as the COVID-19 outbreak subsides. The Bank aims to become one of the forces driving the Thai economy towards sustainability.

 Interested persons can inquire for more details on other campaigns of KBank via LINE KBank Live.