กสิกรไทยรุกแสนล้าน พลิกโฉมดิจิทัลไปอีกขั้น ขยายโอกาสให้คนไทยใช้ธนาคารได้เต็มประสิทธิภาพ

0
671
  • หลอมรวมเอาดีเอ็นเอความเป็น ‘ชาเลนเจอร์แบงก์’ เข้ามาพลิกโฉมการให้บริการของธนาคารกสิกรไทย

“ด้วยการปรับการทำงานให้เรียบง่าย รวดเร็ว เพิ่มความสามารถในการประเมินศักยภาพการชำระหนี้ของลูกค้ารายย่อยได้อย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น เราจะสามารถช่วยคนที่อาจจะยังเข้าไม่ถึงบริการของธนาคาร ให้สามารถเข้าถึงบริการได้มากขึ้นซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและธุรกิจของตนเองได้ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนจำนวนมากอยากจะมีกิจการเป็นของตัวเอง ซึ่งสิ่งที่เราทำจะส่งผลดีกับประเทศด้วย”

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย

 วันนี้ ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ประกาศโครงการเดินหน้าเชิงกลยุทธ์มูลค่า 1 แสนล้านบาท มุ่งขยายโอกาสการเข้าถึงบริการธนาคาร ให้กับคนไทย และคนที่มีธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง ที่ยังไม่เคยเข้าถึงบริการธนาคาร หรืออาจจะเข้าถึงบริการของธนาคารแล้วแต่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยโครงการนี้ประกอบไปด้วยการเร่งลงทุนในเทคโนโลยีต่างๆ การซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การผนึกกำลังพาร์ทเนอร์เชิงพาณิชย์ การยกระดับองค์กรไปอีกขั้น รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการธนาคารให้กับประชาชนในสังคมวงกว้างมากยิ่งขึ้น

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า “ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งสิ่งที่เรามุ่งหวังจากการเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี คือการพลิกโฉมการธนาคารในประเทศไทยให้สามารถช่วยผู้คนให้เข้ามาอยู่ในระบบธนาคาร และให้ได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ของธนาคาร”

“ทุกวันนี้ เราเป็นธนาคารที่มีจุดแข็งไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว รวมทั้งมีความมั่นคง และเชื่อถือได้ และมีความสามารถในการตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มตามแบบฉบับของธนาคารในปัจจุบัน สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในตอนนี้ คือการหลอมรวมเอาดีเอ็นเอของชาเลนเจอร์แบงก์ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว และเริ่มเข้ามาดิสรัปต์การเงินการธนาคาร ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นธนาคารกสิกรไทยด้วย” นางสาวขัตติยากล่าว

ชาเลนเจอร์แบงก์ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เขย่าวงการธนาคารในระดับโลก ซึ่งท้าทายธนาคารแบบปัจจุบัน  ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาทำให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของธนาคารได้มากขึ้น และในขณะเดียวกัน ชาเลนเจอร์แบงก์ยังดึงดูดลูกค้าของธนาคารในปัจจุบัน ให้มาใช้บริการชาเลนเจอร์แบงก์  โดยกำจัดกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อน มอบการให้บริการที่รวดเร็วกว่า ใช้งานง่ายกว่า และสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ตลอดเวลา

นางสาวขัตติยากล่าวว่า “ตอนนี้ ธนาคารกสิกรไทยกำลังมองตัวเองว่า เราเป็นธนาคารที่มีความเป็นชาเลนเจอร์แบงก์แห่งแรกของประเทศไทย ด้วยการนำเอาดีเอ็นเอของชาเลนเจอร์แบงก์เข้ามาผสานในการให้บริการของเรา เรามุ่งหวังที่จะเป็นธนาคารที่เกื้อหนุน ส่งพลังให้กับคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถและพลังสร้างสรรค์ ให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์การเงินและคำแนะนำของธนาคารได้มากยิ่งขึ้น”

“เราต้องการให้สินเชื่ออย่างกว้างขวางขึ้น โดยที่ผู้กู้ที่กล่าวถึงข้างต้นไม่จำเป็นต้องมีทรัพย์สินมาค้ำประกัน และให้กู้โดยอยู่บนพื้นฐานการประเมินความสามารถ และความตั้งใจที่จะชำระคืนเงินของผู้กู้ เราต้องการที่จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ลูกค้าสามารถสมัครขอสินเชื่อได้จากที่บ้านหรือที่ทำงานของตัวเอง เราต้องการกำจัดขั้นตอนและงานเอกสารต่างๆ ทำให้ทุกอย่างเรียบง่าย และเร็วที่สุด”

“เราเร่งเครื่องเดินหน้าโครงการเชิงกลยุทธ์ที่ที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านั้นอย่างเต็มกำลังขึ้นไปอีก เพื่อประเมินความสามารถและความตั้งใจในการชำระคืนเงินของผู้กู้อย่างครบรอบด้านมากยิ่งขึ้น”

“สิ่งที่เราทำจะสามารถช่วยให้คนธรรมดา คนที่ประกอบอาชีพอิสระ รวมทั้งธุรกิจที่มีขนาดเล็กมากๆ สามารถที่จะก้าวเข้าสู่ระบบธนาคาร นอกจากนี้ ยังช่วยหลายคนให้หลุดพ้นจากวงจรหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยแพงถึงปีละมากกว่า 200%” นางสาวขัตติยากล่าว

ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ / ประสานความร่วมมือ / ซื้อกิจการ

สำหรับปีนี้และในช่วงอีกสองปีข้างหน้า ธนาคารกสิกรไทยจะลงทุนประมาณ 22,000 ล้านบาทในระบบต่างๆ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มเติมจากที่ลงทุนไปแล้ว 12,700 ล้านบาทตลอดสองปีที่ผ่านมา

ธนาคารกสิกรไทยเปิดเผยว่าในอีก 12 เดือนข้างหน้านี้ ธนาคารคาดว่าจะปิดดีลซื้อกิจการและความร่วมมือในเชิงพาณิชย์กับกิจการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี 2-5 ดีล โดยใช้เงินลงทุน 30,000 ล้านบาท

“การลงทุนเหล่านี้ จะเพิ่มขีดความสามารถของธนาคารกสิกรไทยขึ้นอีกมาก และจะทำให้เราสามารถเดินหน้าสานต่อภารกิจให้บรรลุผลสำเร็จในการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงิน รวมถึงการผสานเอาดีเอ็นเอของความเป็นชาเลนเจอร์แบงก์เข้าไปในองค์กรของเรา” นางสาวขัตติยากล่าว

ระบบและกระบวนการใหม่ๆ เพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น

นางสาวขัตติยากล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยได้ริเริ่มทดลองนำระบบและขั้นตอนกระบวนการแบบใหม่ๆ มาใช้แล้วมากมายหลายอย่าง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเดินหน้าโครงการเชิงกลยุทธ์นี้อย่างเต็มกำลัง

ประชาชนทั่วไปสามารถเปิดบัญชีใหม่ผ่านทางออนไลน์ ได้อย่างครบถ้วนทุกขั้นตอน โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีสำหรับลูกค้าปัจจุบัน และใช้เวลา 24-72 ชั่วโมง สำหรับลูกค้าใหม่ที่ต้องยืนยันตัวตน โดยผู้ที่มีบัญชีกับธนาคาร สามารถสมัครขอสินเชื่อบุคคล รอการพิจารณา และหากได้รับการอนุมัติ เงินกู้จะถูกโอนเข้าบัญชี ภายในไม่ถึง 30 นาที

“หากเปรียบเทียบกับเมื่อไม่กี่ปีก่อน ขั้นตอนเหล่านี้ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ๆ อีกทั้งลูกค้าจำเป็นต้องเดินทางไปที่สาขาด้วยตัวเอง ซึ่งหลังจากนี้ เราตั้งเป้าที่จะให้บริการสมัครขอสินเชื่อและได้รับเงินกู้ยืมแบบเกือบทันทีนี้ กับลูกค้าที่ยังไม่มีบัญชีของธนาคารกสิกรไทยด้วย” นางสาวขัตติยากล่าว 

3 การพลิกโฉม ที่เกิดขึ้นเป็น ‘ครั้งแรก’

นางสาวขัตติยาเปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารกสิกรไทยกำลังบุกเบิกเรื่องการปล่อยสินเชื่อเฉพาะทาง ที่เรียกว่า buy-now-pay-later ให้กับผู้ที่ทำงานอิสระ หรือ ไม่มีเอกสารยืนยันรายได้ โดยจะพิจารณาอนุมัติจากข้อมูลอื่นๆ แทน

ในช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ที่ได้ใช้วิธีการดังกล่าวไป ธนาคารกสิกรไทยอนุมัติสินเชื่อเฉลี่ย 1,600 รายต่อวัน มีวงเงินสินเชื่อโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาท และสูงสุด 20,000 บาทในบางราย

“เราเป็นธนาคารเดียวที่ทำแบบนี้ และเป็นความตั้งใจอย่างมากที่ได้ให้สินเชื่อกับกลุ่มลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับการอนุมัติสินเชื่อใดๆ จากธนาคารใดเลยมาก่อน และอาจจะเป็นกลุ่มคนที่ต้องตกเป็นเหยื่อเงินกู้นอกระบบ ดังนั้น สินเชื่อก้อนเล็กๆ ก้อนแรกนี้ จะกลายเป็นสะพานเชื่อมพวกเขาเหล่านั้นให้เข้าสู่ระบบธนาคาร และเมื่อคนกลุ่มนี้มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นในการบริหารและชำระคืนเงินกู้ที่ได้มา ก็จะค่อยๆ ได้รับการขยายวงเงินสินเชื่อเพิ่มขึ้นตามความสามารถในการชำระคืน รวมถึงสามารถต่อยอดไปใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของธนาคารที่มีความเฉพาะทางมากขึ้นในอนาคต” นางสาวขัตติยากล่าว

ธนาคารกสิกรไทย ยังได้นำร่องทดลองวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้การขอสินเชื่อเป็นธรรมมากขึ้นสำหรับ ผู้ประกอบการขนาดเล็กๆ ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการผสานเอาความเป็นชาเลนเจอร์แบงก์เข้ามาในองค์กรของเรา

เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากในกลุ่มผู้ประกอบการประเภทนี้ เป็นผู้ที่ไม่มีเอกสารหลักฐานทางการเงิน ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ และถูกบังคับให้ต้องหันไปหาเงินกู้จากแหล่งอื่นๆ ที่มีดอกเบี้ยแพง 

“เราเป็นธนาคารแห่งแรกที่เข้าถึงกลุ่มคนเหล่านี้ และให้พวกเขาเข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ โดยไม่ต้องใช้เอกสารต่างๆ ดังที่กล่าว แต่เราใช้วิธีการสัมภาษณ์ และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการประเมิน ซึ่งเราคาดหวังว่าจะขยายโครงการแบบนี้ไปให้มากกว่าเฟสเริ่มต้น โดยเร็วที่สุด” นางสาวขัตติยากล่าว 

นางสาวขัตติยากล่าวต่อไปว่า อีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญในการขอสินเชื่อสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และรวมไปถึงกลุ่มอาชีพอิสระไม่ว่าจะรายได้สูงหรือต่ำ คือไม่มีเวลาไปติดต่อใช้บริการที่สาขาธนาคาร หรืออาจจะรู้สึกไม่สบายใจนักที่จะเข้าไปติดต่อขอใช้บริการ

“เพื่อให้คนกลุ่มนี้เข้ามาในระบบธนาคารง่ายขึ้น เราได้ร่วมมือกับแอปพลิเคชัน LINE โดยในปัจจุบัน เราเป็นธนาคารเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการธนาคารผ่านโซเชียลมีเดีย แม้ในกรณีที่ผู้ขอสินเชื่อไม่มีบัญชีธนาคาร แต่ LINE BK ของเราก็เปิดโอกาสให้เขาสมัครขอสินเชื่อได้ โดยรู้ผลอนุมัติภายใน 24 ชั่วโมง และถ้าเป็นผู้ที่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารกสิกรไทยอยู่แล้ว จะสามารถสมัครขอสินเชื่อและรู้ผลการอนุมัติได้ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที 

บริการ LINE BK ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้คนในวงกว้างมากขึ้นสามารถเข้าถึงเงินกู้ได้ แม้ไม่มีเอกสารประกอบการสมัคร เช่น เอกสารแสดงรายได้ โดยเราจะพิจารณาสินเชื่อโดยอาศัยเพียงอัลกอริทึมและข้อมูลประกอบที่อยู่บนโซเชียลมีเดียของผู้ขอสินเชื่ออยู่แล้ว โดยได้รับการอนุญาตจากผู้ขอสินเชื่อก่อน” 

นางสาวขัตติยากล่าวว่า จากฐานข้อมูลในปัจจุบันของเรา พบว่าในจำนวนผู้ขอสินเชื่อผ่านบริการ LINE BK ในแอปพลิเคชัน LINE ทั้งหมด มีถึงหนึ่งในสามเป็นผู้ที่เพิ่งเคยได้รับเงินกู้จากธนาคารเป็นครั้งแรกในชีวิต เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ ประมาณครึ่งหนึ่งมีรายได้ไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน และเกือบ 80% อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด

“เราคาดหวังว่า ภายในสิ้นปีนี้ เราจะช่วยคนอีกถึง 200,000 คน ผ่านบริการ LINE BK ให้ได้รับสินเชื่อครั้งแรกจากธนาคาร และด้วยบริการ LINE BK นี้ เราคาดว่า จะมีลูกค้ารายย่อยรวมถึงธุรกิจขนาดเล็กได้รับสินเชื่อจำนวนกว่า 600,000 ราย รวมวงเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งหวังว่าจะช่วยให้หลายคนเป็นอิสระจากเงินกู้เงินนอกระบบได้” นางสาวขัตติยากล่าว   

ขยายช่องทางเข้าถึงบริการธนาคารในต่างจังหวัดผ่านร้านขายของชำ

ธนาคารกสิกรไทยยังอยู่ในระหว่างการเจรจากับกลุ่มค้าปลีก เพื่อนำเสนอช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อธุรกิจขนาดย่อมให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกขนาดเล็กของครอบครัวในต่างจังหวัด โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ธนาคารกสิกรไทยยังตั้งเป้าจะปล่อยสินเชื่อรายย่อยแก่ลูกค้าของร้านค้าดังกล่าวอีกด้วย

“ด้วยการประเมินความน่าเชื่อถือในการขอสินเชื่อของร้านค้า และลูกค้าของร้านค้าเหล่านั้น โดยใช้วิธีการแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม และการทำให้ขั้นตอนต่างๆ เรียบง่ายขึ้น เราตั้งเป้าว่า ภายในสิ้นปีนี้ เราจะสามารถขยายจำนวนร้านค้าที่ให้บริการปล่อยสินเชื่อเข้าไปในต่างจังหวัด ได้มากกว่าพันๆ ร้านค้าผ่านเครือข่ายพันธมิตรของเรา ซึ่งจะทำให้เราเดินหน้าเข้าใกล้เป้าหมายของเราในการช่วยให้ประชาชนในชุมชนขนาดเล็กทั่วประเทศเข้าถึงบริการของธนาคาร” นางสาวขัตติยากล่าว

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 ธนาคารกสิกรไทยและบริษัทในเครือมีสินทรัพย์รวมกันมูลค่า 4,133,248  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29,849 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.73% จากช่วงสิ้นปี 2564 อยู่ในอันดับ 2 ของประเทศไทย โดยคิดตามส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อ 

ธนาคารกสิกรไทยอยู่ในฐานะที่มีความพร้อมทางการเงินเต็มที่สำหรับอนาคต โดย ณ ธันวาคม 2564 มีอัตราส่วนเงินกองทุน อยู่ที่ 18.77% และอัตราส่วนสภาพคล่อง Liquidity Coverage Ratio (LCR) อยู่ที่ 174% และมีสำรองที่เพียงพอ โดยมี Non-Performing Loan (NPL) coverage อยู่ที่ 159% 

ธนาคารกสิกรไทยเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่ในดัชนี SET 100 ตลอดจนดัชนีความยั่งยืน (THSI) และดัชนีกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีรายได้จากประเทศไทยในกลุ่ม CLMV ในขณะที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดย Moody’s อยู่ที่ระดับมีเสถียรภาพ ระดับ Baa1

KBank in Bht 100 billion technology drive to expand banking to 

unbanked-underbanked Thais

Adopting ‘challenger bank’ DNA to transform the way banking is done and people’s expectations of their bank

“We are championing simplification, speed, and a more sophisticated evaluation of small customers’ potential to be responsible borrowers so that the unbanked and underbanked can also benefit from banking products that can improve their lives and their businesses.  And, in this age of widespread entrepreneurship, we’ll also be helping to empower great new economic potential in our country.”

Ms. Kattiya Indaravijaya, Chief Executive Officer, KASIKORNBANK

Bangkok, 11 July 2022 – KASINKORNBANK (KBank), today (11 July), announced a Bht 100 billion strategic programme aimed at boosting access to banking services among Thailand’s unbanked and underbanked population as well as very small businesses and the self-employed.  The programme includes accelerated investments in technology, technology-related acquisitions, commercial partnerships, organisational development, as well as adopting other technology-driven methods to boost access to banking services among a broader range of the public.

Ms. Kattiya Indaravijaya, Chief Executive Officer, KASIKORNBANK, said, “We’re taking a bold step, and, through technological leadership, aim to transform banking in Thailand in ways that can help more people enter the banking system and benefit from banking products and services.

We’re already a bank that has the great strengths and reliability of a traditional bank serving a wide range of customers.  What we’re now doing is to fuse on to that successful core the disruptive DNA of a ‘challenger bank’.” 

Challenger banks have been a disruptive phenomenon in many countries ‘challenging’ legacy banks by using new technology to make banking products more accessible.  Challenger banks have also appealed to traditional bank customers by eliminating cumbersome processes and providing faster services that are easy to use, available everywhere, and always-on.

She said that KBank now thinks of itself as ‘Thailand’s first challenger bank’.

“By fusing the DNA of a ‘challenger bank’, we want to be a bank that empowers a whole new generation of Thais, who are rich with ability and energy, to gain access to banking products and advice.

We want to give more loans without collateral and based on a borrower’s real ability and intention to repay.  We want to make it easier for everyone to apply from the privacy of their homes or offices.  We want to remove processes and paperwork and to make things really simple.  And we want it all to happen for the customer much, much faster.”

Ms. Indaravijaya said, “We have embarked on our strategic programme to fully harness emerging technologies to conduct more complete evaluations of a customer’s ability and willingness to pay back a loan.

“These more sophisticated evaluations of a small customer’s potential to be a responsible borrower will enable millions more individuals, the self-employed, and very small businesses to enter the banking system as well as free many from the debt trap of loan sharks who charge interest, often at over 200% a year.”  

INVESTMENT IN EMERGING TECHNOLOGIES / COLLABORATIONS / ACQUISITIONS

During this and the next two years, KBank is investing around Bht 22,000 million in new technology and systems, in addition to Bht 12,700 million invested during the last two years.

KBank disclosed that it also expects to complete, in the next 12 months, between two to five acquisitions and commercial collaborations with technology-related enterprises with investments of up to Bht 30,000 million.

“These substantial investments will secure KBank significant additional capabilities to fulfil our mission to broaden access to banking, as well as firmly embed the DNA of a challenger bank in our organisation,” she said.

NEW SYSTEMS & PROCESSES FOR SIMPLER & FASTER LOAN CONSIDERATION

Ms. Indaravijaya said that KBank has already been trialing multiple new systems and processes in preparation for this strategic push.

Individuals can open new accounts online, within minutes if they are existing customers, and between 24 to 72 hours for others who need to verify their identity.  An account holder can also apply for a personal loan, have it considered, and, if approved, have the funds transferred into their account, all within 30 minutes.  

“Only a few years ago, such a process would have taken weeks and required a physical visit to a branch.  Next, we aim to replicate this near-instant application and consideration process for even those who have no account at KBank,” she added.

THREE TRANSFORMATIONAL ‘FIRSTS’

 

  • KBank is now piloting specialised buy-now-pay-later loans for those who are self-employed or have no documents to prove their income, by evaluating their creditworthiness on alternative data.

In the last several months, KBank has been approving an average of 1,600 loan applications, daily, using this method, and the loan amount is usually at around 1,500 baht, with some cases going up to 20,000 baht.  

“We are the only bank to do this, and are very encouraged that many of these people are likely to have never been given a loan by a bank and are probably among the most vulnerable victims of loan-sharks.  This first small loan becomes a bridge that helps them cross into the banking system.  And, as they gain self-confidence in managing these loans and repay, they can gradually increase their loan size based on their performance, as well as be empowered with other, more specialised products,” Ms. Indaravijaya said.

  • KBank is also trialing ways in which to make obtaining loans fairer for micro enterprises as part of its ‘challenger bank’ goals.  

Because many of these types of enterprises do not have financial statements, they are almost always unable to obtain bank loans and are forced to turn to expensive, unofficial lending sources. 

“We are the first bank to reach out to these groups and allow them to obtain loans without any such documentation.  We are doing it based on interviews and other technology-assisted assessments, and hope to extend the project beyond its preliminary phase, soonest,” she added.

  • Ms. Indaravijaya said that another important barrier to taking out bank loans for lower-income and self-employed groups is that they do not have the time to visit a bank branch or are not comfortable doing so.  

“To make it easier for them to enter the banking system we partnered with LINE, and are the only bank offering banking services through social media in Thailand.  Even if an applicant has no bank account, our LINE BK app lets them apply for a loan and get a decision within 24 hours.  And if they already have an account with KBank, they can complete an application and be given a decision in less than five minutes.  

The LINE BK app is also enabling people to apply for loans even if they have no supporting documents.  With an applicant’s consent, we can evaluate most cases by using algorithms and alternative data already available on their social media.”

Based on its current userbase, around one in three successful borrowers through LINE BK are getting their first bank loan, ever; nearly half are self-employed, around half have income lower than Bht 15,000 a month, and almost 80% are in the provinces outside Bangkok.  

“By the end of this year, with just the LINE BK app, we hope to bring a further 200,000 people into the banking system by giving them their first bank loan.  Through this channel, we also expect to extend loans totaling 20 billion baht to over 600,000 people and small businesses, freeing many from the need to consider borrowing from expensive unofficial sources,” she said.

BROADENING ACCESS UPCOUNTRY THROUGH MOM-AND-POP STORES

KBank is also working with a major retail group to give upcountry mom-and-pop store operators easier access to loans without collateral, as well as providing loans to the stores’ customers.

“By evaluating a store’s and its customers’ creditworthiness in non-traditional ways, and by making processes much simpler, within 2022, we aim to reach deep into upcountry through the partner’s thousands of stores.  It will put us another big step closer to helping residents of small communities around Thailand gain access to banking services,” she said.

Note to Editor

As at 31 March 2022, KBank and its subsidiaries’ total assets were Baht 4,133,248 million, an increase of Baht 29,849 million or 0.73% over the end of 2021, ranking it the second in Thailand based on loan market share.

KBank is financially well positioned for the future with a capital ratio of 18.77% and a Liquidity Coverage Ratio (LCR) of 174%, and has sufficient loan loss reserve with Non-Performing Loan (NPL) coverage of 159%, as at December 2021.

KBank is listed on the Stock Exchange of Thailand (SET) and is included in the SET 100 Index, the SET Thailand Sustainability Investment (THSI) Index, and the SET CLMV Exposure Index, and carries a Moody’s long-term rating at Baa1 Outlook Stable.