กรุงศรีรายงานผลกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2561จำนวน12.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4%

0
213

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลกำไรสุทธิสำหรับครึ่งปีแรกของปี 2561จำนวน 12.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น8.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยปัจจัยขับเคลื่อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการเติบโตที่ต่อเนื่องของเงินให้สินเชื่อ และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย รวมทั้งการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ตอกย้ำถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งและพอร์ตสินเชื่อที่สมดุลของกรุงศรี

สรุปผลประกอบการตามงบการเงินรวมที่สำคัญสำหรับครึ่งปีแรกของปี 2561

  • กำไรสุทธิ: จำนวน 12.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4%เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2560
  • การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ: เพิ่มขึ้น5.9% คิดเป็นจำนวน 91.9พันล้านบาท เมื่อเทียบกับ
    ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2560ในครึ่งปีแรกของปี 2561 เงินให้สินเชื่อเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยสินเชื่อลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น 6.7%จากการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยขณะที่สินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อลูกค้าธุรกิจSMEเติบโตที่ 4.8% และ 6.4% ตามลำดับ
  • การเติบโตของเงินรับฝาก: เพิ่มขึ้น 3.7% หรือจำนวน 48.3พันล้านบาท เมื่อเทียบกับ
    ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2560
  • รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย: เพิ่มขึ้น 14.5% จากครึ่งปีแรกของปี 2560ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ซึ่งเติบโต 17.2% และ 12.9% ตามลำดับ
  • อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้:อยู่ที่ 46.4%ปรับตัวดีขึ้นจาก 48.0%ในครึ่งปีแรกของปี2560
  • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM):อยู่ที่ 3.75%เทียบกับ 3.82% ในครึ่งปีแรกของปี 2560
  • สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs):อยู่ที่ระดับ2.02%ในเดือนมิถุนายน 2561
  • อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้: ปรับแข็งแกร่งขึ้นมาอยู่ที่161.7%
  • อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง: ยังคงแข็งแกร่งที่ระดับ14.95%

นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานของกรุงศรีในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561เป็นที่น่าพอใจจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของเงินให้สินเชื่อ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เงินให้สินเชื่อของธนาคารเติบโตเพิ่มขึ้น5.9% ในช่วงครึ่งปีแรก สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวดีขึ้นมาก มาอยู่ที่ระดับ161.7% และคุณภาพสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ระดับ2.02% ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นสะท้อนถึงศักยภาพของกรุงศรีและความสามารถในการขยายธุรกิจด้วยความรอบคอบระมัดระวัง”

นายโกโตะให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจโดยรวมว่า “สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี ในกรณีที่ความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนไม่รุนแรงขึ้น ธนาคารคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่อเนื่องและสูงกว่าที่เคยประเมินไว้เดิม  โดยปรับเพิ่มอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสำหรับปี 2561 มาอยู่ที่4.7%จาก4.0%จากการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจโลกรวมถึงอุปสงค์ภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ด้วยเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องและดีกว่าที่ประเมินไว้เดิมจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่มีแรงส่งเพิ่มขึ้นดังนั้น ธนาคารคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อทั้งปี 2561จะอยู่ในช่วง8-10%ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่เคยประกาศไว้เมื่อช่วงต้นปี”

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 กรุงศรีซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อและเงินฝาก และเป็นหนึ่งในห้าสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) มีสินเชื่อรวม1.64ล้านล้านบาทเงินรับฝาก1.37ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.1ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 223.2พันล้านบาทหรือเทียบเท่า14.95% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่1 ที่เป็นของเจ้าของคิดเป็น 11.28%