กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ สภาคริสตจักรในประเทศไทย  จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ภายใต้หลักการมีส่วนร่วม “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน

0
1412

จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกวันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม 2564 เวลา 14.30 น. ณ สำนักงานสภาคริสตจักรในประเทศไทย เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ดร.โฆษิต สุวินิจจิต ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ พัฒนาและบูรณาการเครือข่ายภาคประชาชน กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดยมี นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ศาสนาจารย์ ดร.ทวีศักดิ์ มหชวโรจน์ ประธานสภาคริสตจักรในประเทศไทย ศาสนาจารย์สยาม ม่วงศักดิ์ เลขาธิการสภาคริสตจักรในประเทศไทย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฯ ดังกล่าว พร้อมด้วย ศาสนาจารย์วิรัช โกยดุลย์ รองประธานสภาคริสตจักรในประเทศไทย นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ดร.ธปภัคร บูรณะสิงห์ ผู้อำนวยการส่งเสริมการระงับข้อพิพาท นายณัฐพล ด่านจิตร์ตรง ผู้อำนวยการกองส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ ผู้บริหารกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และคณะกรรมการอำนวยการสภาคริสตจักรในประเทศไทย เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับการจัดบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ในครั้งนี้มีกรอบความร่วมมือที่สำคัญ ระหว่างกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กับสภาคริสตจักรในประเทศไทย กล่าวคือ

  1. การสนับสนุนส่งเสริมและจัดการศึกษาเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ผ่านหลักสูตรสิทธิมนุษยชนศึกษา และความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนในกิจการของสภาคริสตจักรในประเทศไทย ด้วยการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานให้มีความรู้เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยบูรณาการหลักคุณธรรมและพระคริสตธรรม ขับเคลื่อนกิจกรรมศาสนา สู่ความมั่นคง สังคมศีลธรรม นำสันติสุขอย่างยั่งยืน
  2. การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ด้วยการมีส่วนร่วมภายใต้หลัก “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งเป็นองค์กรที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการจัดสถานที่ตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของภาคประชาชน เพื่อเป็นการส่งเสริมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพให้กับประชาชนได้เป็นช่องทางการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

ดร.โฆษิต สุวินิจจิต ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ พัฒนาและบูรณาการเครือข่ายภาคประชาชน กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และสภาคริสตจักรในประเทศไทย ได้ริเริ่มบูรณาการความร่วมมือการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยบูรณาการพระคริสตธรรมในการจับเคลื่อนกิจการสภาคริสตจักรในแระเทศไทยสู่ความมั่นคงและสังคมดำรงศีลธรรม เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ในสังคมและประเทศชาติ ต่อไป

นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มีภารกิจสำคัญ คือ งานขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน งานส่งเสริมการปฏิบัติงานตามกฎหมาย จำนวน 3 ฉบับ คือ การเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา การคุ้มครองพยานในคดีอาญา การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การผลักดันร่างกฎหมายที่สำคัญเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพพี่น้องประชาชน รวมถึงการปฏิบัติตามพันธกรณีว่าด้วยสิทธิมนุษยชน จำนวน 5 ฉบับ ที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมตามหลักขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง ฯ ในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทั้งสองหน่วยงานจะได้ประสานความร่วมมือ สนับสนุนส่งเสริมและจัดการศึกษาเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชนศึกษา และความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียน ด้วยการนำหลักพระคริสตธรรมนำมาเผยแพร่ศาสนาพร้อมขับเคลื่อนงานด้านส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนได้อย่างถูกต้องด้วยหลักคุณธรรมอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักการ “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งเป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 9 ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับวิถีชีวิตด้วยการบ่งเพาะคุณธรรมให้แก่คนในสังคม ชุมชน ท้องถิ่นและทุกภาคส่วนของสังคมที่ยั่งยืน ต่อไป

ศาสนาจารย์ ดร.ทวีศักดิ์ มหชวโรจน์ ประธานสภาคริสตจักรในประเทศไทย กล่าวว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีและเป็นการดำเนินงานในมิติใหม่ที่จะเกิดขึ้นภายใต้สภาคริสตจักรในประเทศไทย ซึ่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย รู้สึกยินดีที่จะได้เป็นส่วนหนึ่ง โดยการนำเอาหลักคำสอนของศาสนาคริสต์เข้าไปมีส่วนในการขับเคลื่อนร่วมกับการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุตรหลานที่กำลังศึกษาให้เติบโตบนความเข้าใจในสิทธิเสรีภาพในการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ