ด้วยแรงบันดาลใจจากเฉดสีอันงดงามของฤดูใบไม้ร่วง DiaStar Original Skeleton รุ่นล่าสุด ได้นำดีไซน์ระดับไอคอนของ Rado ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี 1962 มาตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัยที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายสปอร์ต การเลือกใช้สายยางและวงแหวนหน้าปัดในโทนสีที่สอดรับกันอย่างลงตัว ช่วยรังสรรค์สุนทรียภาพอันกลมกลืน ในขณะที่ระบบ EasyClip ช่วยมอบความคล่องตัวให้ผู้สวมใส่สามารถสลับเปลี่ยนสายนาฬิกาได้อย่างง่ายดาย หัวใจหลักของเรือนเวลาแต่ละเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก Rado คาลิเบอร์ R808 แบบเปลือยในโทนสีทอง ซึ่งมอบพลังงานสำรองยาวนานถึง 80 ชั่วโมง พร้อมให้ความเที่ยงตรงที่เหนือระดับด้วยการปรับตั้งกลไกใน 5 ตำแหน่ง โครงสร้างแบบโอเพนเวิร์ก (Openworked) ช่วยเปิดมุมมองให้สามารถชื่นชมความประณีตของศาสตร์แห่งกลไกเรือนเวลาได้อย่างเต็มสายตา พร้อมด้วยสัญลักษณ์สมอเรือเคลื่อนที่ได้อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจัดวางอย่างชาญฉลาดให้ดูราวกับลอยอยู่เหนือกลไก ตัวเรือนโดดเด่นด้วยขอบตัวเรือน Ceramos™ ขัดลายรัศมีที่มีคุณสมบัติทั้งน้ำหนักเบาและทนทาน โดยมีให้เลือกสรรทั้งเฉดสีทองอันเป็นเอกลักษณ์ และเฉดสีโรสโกลด์โทนอุ่นที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก เรือนเวลาอันสะดุดตาเหล่านี้ได้หลอมรวมนวัตกรรมด้านวัสดุ ความงดงามของกลไกที่เผยให้เห็นอย่างเด่นชัด และสไตล์อันเหนือระดับเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว พร้อมเติมเต็มทุกโอกาสสำคัญได้อย่างมีเอกลักษณ์

ไอคอนเหนือกาลเวลา..สู่การตีความใหม่สำหรับคนรักเรือนเวลายุคปัจจุบัน
นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 1962 DiaStar Original ได้สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกและความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้งของ Rado มาโดยตลอด และในวันนี้ เรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ระดับไอคอนดังกล่าวได้ก้าวเข้าสู่บทใหม่ผ่าน DiaStar Original Skeleton สองรุ่นล่าสุดในเฉดสีแห่งฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งผสมผสานวัสดุอันล้ำสมัย สไตล์ร่วมสมัย และเสน่ห์ของกลไกแบบเปลือยเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างงดงาม
เรือนเวลารุ่นล่าสุดได้รับการรังสรรค์เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย พร้อมถ่ายทอดบุคลิกอันสปอร์ตยิ่งขึ้นผ่านสายยางประสิทธิภาพสูงในโทนสีที่สอดรับกับวงแหวนหน้าปัดอย่างกลมกลืน ก่อเกิดเป็นรูปลักษณ์ร่วมสมัยที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ DiaStar Original ไว้ได้อย่างครบถ้วน พร้อมสร้างสมดุลระหว่างความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างมีระดับ นอกจากนี้ ตัวสายนาฬิกายังมาพร้อมระบบ EasyClip ที่ช่วยให้สามารถสลับเปลี่ยนสายได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เพิ่มความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนสไตล์ พร้อมมอบความสะดวกสบายสำหรับการสวมใส่ในทุกๆ วัน

เสน่ห์แห่งกลไกที่เผยความงดงามอย่างเต็มสายตา
หัวใจหลักของเรือนเวลาแต่ละเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก Rado คาลิเบอร์ R808 แบบเปลือยที่เคลือบผิวในโทนสีทอง พร้อมเข็มนาฬิกาสามเข็ม โดยโครงสร้างแบบโอเพนเวิร์ก (Openworked) นี้ ช่วยเผยให้เห็นความประณีตซับซ้อนของกลไกภายในภายใต้กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงเหลี่ยมเจียระไน ถ่ายทอดความเที่ยงตรงทางเทคนิคให้กลายเป็นความงดงามที่มีชีวิต พร้อมสร้างสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างผู้สวมใส่กับเรือนเวลา และด้วยสถาปัตยกรรมแบบเปลือยนี้เอง สะพานจักรและชิ้นส่วนกลไกต่าง ๆ ที่เคลื่อนไหวจึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของงานออกแบบ ช่วยเปิดมุมมองให้ผู้สวมใส่ได้สัมผัสถึงจังหวะการเต้นของหัวใจแห่งเรือนเวลาในทุกครั้งที่เหลือบมอง
กลไกคาลิเบอร์นี้ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อมอบทั้งความน่าเชื่อถือและความเที่ยงตรง โดยมาพร้อมพลังงานสำรองอันน่าประทับใจสูงสุดถึง 80 ชั่วโมง และผ่านการปรับตั้งกลไกใน 5 ตำแหน่ง ซึ่งเหนือกว่ามาตรฐานการทดสอบทั่วไป จึงช่วยยกระดับความเที่ยงตรงสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ตัวกลไกเปิดให้ชื่นชมได้จากหลากหลายมุมมอง เผยให้เห็นงานฝีมืออันประณีตและความพิถีพิถันในทุกองค์ประกอบ พร้อมถ่ายทอดมิติแห่งความงดงามที่แตกต่างและแปรเปลี่ยนไปตามทุกมุมมอง
สัญลักษณ์สมอเรือแบบเคลื่อนที่ได้อันเป็นเอกลักษณ์ของ Rado เติมเสน่ห์อีกระดับให้กับเรือนเวลา ด้วยการจัดวางอย่างชาญฉลาดเหนือพื้นหลังสีดำหรือสีน้ำตาล ทำให้ดูราวกับลอยอยู่เหนือกลไกและสร้างความลุ่มลึกสะดุดตาให้กับหน้าปัด เมื่ออยู่ในสภาวะแสงน้อย เข็มและหลักชั่วโมงจะเปล่งประกายเรืองแสง เช่นเดียวกับสัญลักษณ์สมอเรือที่ส่องสว่างขึ้นอย่างน่าประทับใจ สร้างลูกเล่นทางสายตาที่เหนือความคาดหมาย พร้อมขับเน้นเอกลักษณ์ของ DiaStar Original Skeleton ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ผสานนวัตกรรมวัสดุล้ำสมัย
รูปทรงอันเป็นไอคอนของ DiaStar Original โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือน Ceramos™ ขัดลายรัศมี ซึ่งผลิตจากวัสดุอันล้ำสมัยจากการผสานความแข็งแกร่งของไฮเทคเซรามิกเข้ากับประกายเงางามดุจโลหะอันเจิดจรัส และด้วยคุณสมบัติที่มีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย รวมถึงมีความทนทานเป็นพิเศษ จึงสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญอันเลื่องชื่อของ Rado ในผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับ DiaStar Original Skeleton ทั้งสองรุ่นต่างนำเสนอเอกลักษณ์เฉพาะตัวผ่านองค์ประกอบอันโดดเด่นที่แตกต่าง โดยรุ่นแรกมาพร้อมขอบตัวเรือน Ceramos™ เคลือบ PVD สีทอง เปล่งประกายอบอุ่นเจิดจรัส สอดรับอย่างงดงามกับโทนสีทองของกลไกแบบเปลือยที่เผยให้เห็นอยู่ภายใน ส่วนรุ่นที่สองสร้างความสดใหม่ให้กับคอลเลกชันเป็นครั้งแรก ด้วยขอบตัวเรือน Ceramos™ เคลือบ PVD สีโรสโกลด์ มอบมุมมองใหม่ที่เปี่ยมด้วยความสง่างาม ซึ่งพื้นผิวโลหะในสองเฉดสีที่แตกต่างกันนี้ ได้ช่วยเพิ่มมิติและสะท้อนบุคลิกอันโดดเด่นของเรือนเวลา โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์อันเป็นตำนานของ DiaStar Original ที่สืบทอดมายาวนานกว่าหกทศวรรษ
ด้วยโทนสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฤดูกาล DiaStar Original Skeleton จึงเปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่เลือกสรรเรือนเวลาที่สะท้อนสไตล์เฉพาะตัวได้อย่างลงตัว พร้อมมอบความอเนกประสงค์ช่วยเปลี่ยนจากลุคในชีวิตประจำวันสู่โอกาสพิเศษได้อย่างไร้รอยต่อ
พบกับ DiaStar Pop-up Experience ได้ที่เซ็นทรัล ชิดลม ชั้น 2 บริเวณหน้าลิฟต์ ทุกๆ วัน เสาร์-อาทิตย์ ตลอดเดือนกันยายน พร้อมรับบริการเครื่องดื่มฟรี
และสามารถสำรองนาฬิกา DiaStar Original Skeleton ได้ที่เคาน์เตอร์ Rado แผนกนาฬิกา ณ เซ็นทรัล ใกล้บ้านคุณ
สามารถเลือกบริการจองล่วงหน้าได้ที่หน้าเว็บไซต์ https://www.rado.com/th_th/ เพื่อเข้าชมนาฬิกาในสาขาที่สะดวก
พบกับ Rado ได้ที่:
– ราโด บูติก เซ็นทรัล พาร์ค | โทร. 02-078-0586
– ราโด บูติก เซ็นทรัล เชียงใหม่ | โทร. 052-002-228
– และเคาน์เตอร์แบรนด์ Rado ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
Line Official Account: @RadoThailand
Customer Service: 02-146-8402
DiaStar Original Skeleton
หมายเลขอ้างอิง R12166159
กลไกการทำงาน: Rado คาลิเบอร์ R808, ระบบออโตเมติก, ทับทิม 25 เม็ด, เข็มนาฬิกา 3 เข็ม,
สำรองพลังงานได้นาน 80 ชั่วโมง, แฮร์สปริง Nivachron™ ที่มีคุณสมบัติป้องกันสนามแม่เหล็ก, ปรับตั้งความเที่ยงตรงใน 5 ตำแหน่ง
กลไกการทำงานเคลือบสีทองทั้งชิ้น พร้อมตกแต่งด้วยการขัดลายแนวนอน
ตัวเรือน: ขอบตัวเรือน Ceramos™ ขัดลายรัศมีพร้อมเคลือบ PVD สีทอง
ชิ้นส่วนตรงกลางทำจากสแตนเลสขัดเงาเคลือบ PVD สีทอง
เม็ดมะยมทำจากสแตนเลสสตีลขัดเงาเคลือบ PVD สีทอง พร้อมลวดลายนูนของสมอเรือที่แกะสลักด้วยเลเซอร์
ตัวเรือนด้านหลังเป็นสแตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีทองมาพร้อมกระจกคริสตัลแซฟไฟร์
กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่ผ่านการเจียระไนเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมและเคลือบป้องกันแสงสะท้อนด้านใน
โลโก้ Rado และ DiaStar พิมพ์ด้วยสีขาวบนกระจกคริสตัลแซฟไฟร์, กันน้ำได้ถึง 10 บาร์ (100 ม.)
หน้าปัด: หน้าปัดวงแหวนสีดำ พร้อมด้วยหลักชั่วโมงแบบลอยตัวสีทองที่บรรจุสารเรืองแสง
Super-LumiNova® สีขาว
ขีดบอกนาทีพิมพ์ด้วยสีขาว
สัญลักษณ์รูปสมอเรือเคลื่อนที่บรรจุสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาวแสดงอยู่บนพื้นหลังสีดำ
เข็มนาฬิกา: เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีสีทองพร้อมบรรจุสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาว
เข็มวินาทีสีดำ
สายนาฬิกา: ระบบ EasyClip
สายยางสีดำ
ตัวล็อกสายแบบหัวเข็มขัดเป็นสแตนเลสสตีลขัดเงาและขัดลายพร้อมเคลือบ PVD สีทอง
ขนาด: 38.0 x 45.0 x 11.9 (กว้าง x ยาว x สูงในหน่วย มม.)
DiaStar Original Skeleton
หมายเลขอ้างอิง R12159309
กลไกการทำงาน: Rado คาลิเบอร์ R808, ระบบออโตเมติก, ทับทิม 25 เม็ด, เข็มนาฬิกา 3 เข็ม,
สำรองพลังงานได้นาน 80 ชั่วโมง, แฮร์สปริง Nivachron™ ที่มีคุณสมบัติป้องกันสนามแม่เหล็ก, ปรับตั้งความเที่ยงตรงใน 5 ตำแหน่ง, กลไกการทำงานเคลือบสีทองทั้งชิ้น พร้อมตกแต่งด้วยการขัดลายแนวนอน
ตัวเรือน: ขอบตัวเรือน Ceramos™ ขัดลายรัศมีพร้อมเคลือบ PVD สีโรสโกลด์
ชิ้นส่วนตรงกลางทำจากสแตนเลสขัดเงาเคลือบ PVD สีโรสโกลด์
เม็ดมะยมทำจากสแตนเลสสตีลขัดเงาเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ พร้อมลวดลายนูนของสมอเรือที่แกะสลักด้วยเลเซอร์
ตัวเรือนด้านหลังเป็นสแตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีโรสโกลด์มาพร้อมกระจกคริสตัลแซฟไฟร์
กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่ผ่านการเจียระไนเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมและเคลือบป้องกันแสงสะท้อนด้านใน, โลโก้ Rado และ DiaStar พิมพ์ด้วยสีขาวบนกระจกคริสตัลแซฟไฟร์
กันน้ำได้ถึง 10 บาร์ (100 ม.)
หน้าปัด: หน้าปัดวงแหวนสีน้ำตาล พร้อมด้วยหลักชั่วโมงแบบลอยตัวสีโรสโกลด์ที่บรรจุสารเรืองแสง
Super-LumiNova® สีขาว
ขีดบอกนาทีพิมพ์ด้วยสีขาว
สัญลักษณ์รูปสมอเรือเคลื่อนที่บรรจุสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาวแสดงอยู่บนพื้นหลัง
สีน้ำตาล
เข็มนาฬิกา: เข็มชั่วโมงและนาทีสีโรสโกลด์พร้อมบรรจุสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาว
เข็มวินาทีสีขาว
สายนาฬิกา: ระบบ EasyClip
สายยางสีน้ำตาล
ตัวล็อกสายแบบหัวเข็มขัดเป็นสแตนเลสสตีลขัดเงาและขัดลายพร้อมเคลือบ PVD สีโรสโกลด์
ขนาด: 38.0 x 45.0 x 11.9 (กว้าง x ยาว x สูงในหน่วย มม.)
ข้อมูลเกี่ยวกับ RADO
ด้วยจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ภายใต้ความเชื่อมั่นอันแรงกล้าที่ว่า “ถ้าเราสามารถจินตนาการได้ เราก็สามารถทำได้ และถ้าเราทำได้ เราก็จะทำ” Rado จึงท้าทายขีดจำกัดของศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาสวิส พร้อมพลิกโฉมและสร้างนิยามใหม่วงการผลิตเรือนเวลาของสวิตเซอร์แลนด์มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 1917 ในฐานะ Master of Materials (ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ) Rado ถือเป็น ผู้บุกเบิกคนสำคัญในการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ไฮเทคเซรามิกในการผลิตนาฬิกา พร้อมทั้งยกระดับนวัตกรรมด้านวัสดุให้กลายเป็นหัวใจสำคัญและอัตลักษณ์อันโดดเด่นของเรือนเวลาร่วมสมัย ด้วยการผสานวัสดุอันล้ำสมัยเข้ากับภาษาการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Rado จึงสามารถรังสรรค์เรือนเวลาที่หลอมรวมทั้งความเที่ยงตรง ความทนทาน และความงดงามเหนือกาลเวลาไว้อย่างลงตัว
ข้อมูลเกี่ยวกับไฮเทคเซรามิก
ไฮเทคเซรามิก คือหัวใจสำคัญที่สะท้อนตัวตนของ Rado ในฐานะ Master of Materials วัสดุอันเป็นเอกลักษณ์นี้โดดเด่นด้วยความทนทานต่อการสึกหรอและรอยขีดข่วน พร้อมน้ำหนักที่เบาอย่างน่าประทับใจ และผิวสัมผัสที่เนียนนุ่มดุจแพรไหม นอกจากนี้ยังสามารถปรับอุณหภูมิให้สอดรับกับร่างกายของผู้สวมใส่ได้อย่างรวดเร็ว มอบประสบการณ์การสวมใส่ที่แตกต่างจากนาฬิกาทั่วไป ราวกับเรือนเวลาได้หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนอย่างเป็นธรรมชาติ และนั่นคือที่มาของปรัชญา Feel it! ความรู้สึกที่ต้องสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นจึงจะเข้าใจได้อย่างแท้จริง
Rado ได้นำไฮเทคเซรามิกมาใช้ในการผลิตนาฬิกาเชิงอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกในปี 1986 ภายหลังการวิจัยและพัฒนาอย่างเข้มข้นยาวนานหลายปี วัสดุอันล้ำสมัยนี้สามารถผลิตขึ้นภายใต้กระบวนการที่มีความแม่นยำสูงเป็นพิเศษเท่านั้น โดยเริ่มจากผงเซอร์โคเนียมออกไซด์ความบริสุทธิ์สูงพิเศษ นำมาขึ้นรูปอย่างพิถีพิถันก่อนเข้าสู่กระบวนการเผาผนึกที่อุณหภูมิสูงถึง 1,450 องศาเซลเซียส เพื่อหลอมรวมอนุภาคให้กลายเป็นวัสดุที่มีความหนาแน่นสูงเป็นพิเศษ ผลลัพธ์คือไฮเทคเซรามิกที่มีค่าความแข็งสูงถึง 1,250 วิกเกอรส์ ซึ่งเหนือกว่าวัสดุเซรามิกทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ จากนั้นจึงนำมาตกแต่งขั้นสุดท้ายด้วยเครื่องมือเพชร เพื่อให้ได้พื้นผิวอันเรียบเนียนเป็นเอกลักษณ์พร้อมความเที่ยงตรงในทุกรายละเอียดตามมาตรฐานอันเข้มงวดของ Rado
พลาสมาไฮเทคเซรามิกอันเป็นนวัตกรรมบุกเบิกของ Rado สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น ผ่านกระบวนการอันล้ำสมัยที่เปลี่ยนไฮเทคเซรามิกสีขาวให้มีประกายเงางามราวโลหะ ด้วยการปรับโครงสร้างพื้นผิวผ่านคาร์บอนโดยปราศจากการใช้โลหะใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวแบบขัดเงา ขัดลาย หรือผิวด้าน พลาสมาไฮเทคเซรามิกได้เปิดขอบเขตใหม่แห่งการออกแบบให้กับ Rado ในการถ่ายทอดรูปทรง สีสัน และรายละเอียดอันโดดเด่นได้อย่างไร้ขีดจำกัด





















