Young Thai Artist Award โดยมูลนิธิเอสซีจี 14 ปีแห่งเวทีสานฝัน โอกาสสำคัญสู่การเป็นยุวศิลปินไทย

0
371

 เพราะศิลปะมีคุณค่าความงดงาม สามารถจรรโลงสังคมให้เจริญก้าวหน้าทั้งด้านความคิดและจิตใจรวมทั้งสามารถบันทึกเหตุการณ์ของสังคมในสมัยนั้นๆไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้มูลนิธิเอสซีจีจึงดำเนิน “โครงการรางวัลยุวศิลปินไทย” หรือ “Young Thai Artist Award”เวทีการประกวดศิลปะระดับเยาวชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนทั่วประเทศอายุ 18- 25 ปีส่งผลงานเข้าประชันเชิงชั้นด้านศิลปะได้ถึง 6 สาขาคือ ศิลปะ 2 มิติศิลปะ 3 มิติภาพถ่ายภาพยนตร์ วรรณกรรม และการประพันธ์ดนตรี การันตีคุณภาพด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นที่ยอมรับมากว่าหนึ่งทศวรรษ

สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า“มูลนิธิฯสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเยาวชนที่มีความสามารถด้านศิลปะ โดยริเริ่มโครงการรางวัลยุวศิลปินไทยมาตั้งแต่ปี 2547เพื่อเป็นเวทีสานฝันสำหรับเยาวชนผู้รักงานศิลปะจากทั่วประเทศโดยน้องๆที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในแต่ละสาขานอกจากจะได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งถือเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจอันสูงสุดแล้ว ยังได้รับเงินรางวัลอีก150,000 บาทรวมทั้งโอกาสเดินทางไปทัศนศึกษาต่างประเทศ เพื่อชมงานศิลป์ในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำ เทศกาลศิลปะที่สำคัญตลอดจนผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าจากศิลปินระดับโลก เพื่อเพิ่มพูนทักษะความรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลงานต่อไป ส่วนผู้ได้รับรางวัลดีเด่นในแต่ละสาขาจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาทโดยผลงานทั้งหมดที่ได้รับรางวัลจะนำไปจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ และสัญจรไปจัดแสดงในหอศิลป์ส่วนภูมิภาค ถือเป็นใบเบิกทางสู่วงการศิลปะที่น้องๆ ไม่ควรพลาด”

ตลอดระยะเวลา14 ปีมูลนิธิฯ ได้ส่งเสริมให้เวทีนี้เป็นพื้นที่บ่มเพาะยุวศิลปินเลือดใหม่มาประดับวงการจนประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงทั้งในประเทศและเวทีโลกหลายคน อาทิลี้ – จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุทร นักเขียนซีไรต์ที่อายุน้อยที่สุดได้เล่าเหตุผลที่ตัดสินใจร่วมประกวดโครงการนี้ว่า “ก่อนจะส่งผลงานประกวดเวทีรางวัลยุวศิลปินไทย ลี้เคยประกวดมาแล้วหลายเวทีส่วนมากเป็นเรื่องสั้นเรื่องเดียวจบ แต่เวทีนี้ต้องส่งต้นฉบับอย่างน้อย 8 เรื่อง จึงถือเป็นความท้าทายที่ทำให้อยากร่วมประกวด นอกจากนี้เวทีนี้ยังจำกัดอายุเฉพาะเยาวชนด้วยกัน จึงเป็นโอกาสสำหรับเยาวชนอย่างแท้จริง ลี้ประทับใจมากที่ได้รับรางวัลดีเด่น สาขาวรรณกรรมในปี2556และ 2559จากผลงานรวมเรื่องสั้นและนวนิยาย เพราะนอกจากรางวัลแล้วเวทีนี้ยังเปิดโอกาสให้ผลงานของเราได้ไปจัดแสดงในนิทรรศการด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในเวทีประกวดอื่น ต่อมาหลังได้รับรางวัลแล้ว ลี้ก็มองหาก้าวต่อไปในการพัฒนาฝีมือด้วยการส่งผลงานเข้าประกวดรางวัลนายอินทร์อะวอร์ดจนได้รางวัลชนะเลิศประเภทเรื่องสั้น จึงได้รับโอกาสรวบรวมเรื่องสั้นตีพิมพ์ชื่อ “สิงโตนอกคอก” และได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (S.E.A. Write) ประจำปี 2560 ด้วย มาถึงวันนี้ได้ต้องขอบคุณโครงการรางวัลยุวศิลปินไทยที่ผลักดันส่งเสริมให้นักเขียนรุ่นใหม่ที่มีวิธีการเขียนที่สร้างสรรค์แปลกใหม่อย่างเราได้แจ้งเกิดเป็นนักเขียนอาชีพในวงการวรรณกรรมไทยอย่างเต็มตัว”

ด้าน เอก-เอกพงษ์ สราญเศรษฐ์ ผู้กำกับภาพยนตร์เลือดใหม่กล่าวเสริมว่า “สาเหตุที่ร่วมประกวดโครงการนี้เพราะเป็นเวทีที่น่าสนใจ มีรุ่นพี่ผู้กำกับดังหลายคนอย่างพี่เมษธราธร หรือพี่นุชี่-อนุชา บุญยวรรธนะ ที่แจ้งเกิดจากเวทีนี้ เมื่อหนังสั้นเรื่อง “ฝน” ของผมได้รับรางวัลยอดเยี่ยม สาขาภาพยนตร์ ปี 2558ก็ภูมิใจเพราะถือเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือและเป็นเชื้อเพลิงกระตุ้นให้มีแรงสร้างสรรค์ผลงานต่อไปกระทั่งปี 2561 ผมได้ส่งหนังสั้นเรื่องนี้ไปร่วมคัดเลือกเพื่อฉายและประกวดในเทศกาล Winter Film Awards2018 ณ รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาที่มีภาพยนตร์ร่วมประกวดกว่า 650 เรื่องจากทั่วโลก แต่มีเพียง 100 เรื่องเท่านั้นที่จะได้เข้าฉายในประเภทต่างๆ คือ แอนิเมชัน สารคดี หนังยาว หนังสั้น และมิวสิควิดีโอ และหนังของผมเป็น1 ใน4 เรื่องที่ได้เข้าฉายและร่วมประกวดหนังสั้นยอดเยี่ยม สาขานักศึกษา ซึ่งมูลนิธิเอสซีจีก็ได้สนับสนุนให้ผมเดินทางนำภาพยนตร์ไปฉายในครั้งนี้ แม้ผมจะไม่ได้รับรางวัลกลับมาแต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำเพราะได้รู้จักผู้สร้างภาพยนตร์และผู้กำกับหลายเชื้อชาติทำให้เปิดมุมมองใหม่ๆในการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งผมจะนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาสร้างหนังสารคดีของตัวเองต่อไป”

     

ในปี2561 นี้“โครงการรางวัลยุวศิลปินไทย” ก็กำลังเฟ้นหาดาวดวงใหม่ที่มีศักยภาพด้านศิลปะอย่างต่อเนื่อง รุ่นพี่จากเวทีนี้อย่าง ลี้-จิดานันท์จึงขอร่วมเชิญชวนให้น้องๆ เข้าประกวดว่า“เหตุผลที่ควรเข้าร่วมประกวดโครงการนี้หนึ่งคือรางวัลที่สูงกว่าเวทีประกวดวรรณกรรมอื่นๆ สองคือการเป็นเวทีแข่งขันระดับเยาวชนอย่างแท้จริงและสามคือโอกาสที่ผลงานของคุณจะได้ไปอยู่ในสายตาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละสาขาจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจและเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ”

     

ด้านเอก-เอกพงษ์ ก็เชิญชวนน้องๆ ให้ร่วมประกวดในปีนี้ว่า “ส่งประกวดกันเถอะครับไม่มีอะไรเสียหาย มันจะเป็นประตูบานหนึ่งที่นำไปสู่ประตูอีกหลายๆ บานในอนาคตของเรา ผมเชื่อว่าโอกาสเป็นของคนที่วิ่งเข้าหาและวันหนึ่งมันจะพาเราไปสู่เส้นทางความสำเร็จได้”

น้องๆที่สนใจแจ้งเกิดในฐานะยุวศิลปิน สามารถร่วมส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันนี้– กรกฎาคม 2561 ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่www.scgfoundation.org หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02-586-2042 และwww.facebook.com/YoungThaiArtistAward