“KUL” นวัตกรรมน้ำเต้าหู้ไทย ต้นกำเนิด Startup วัยเกษียณ

0
65

“น้ำเต้าหู้” หนึ่งในเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยอดนิยม ผลิตจากเมล็ดถั่วเหลือง แหล่งรวมสารอาหารและโปรตีนสูง ทำดื่มเองก็ง่าย แต่หากเลือกจับมาทำขายยึดเป็นอาชีพ ยกระดับสร้างความแตกต่างด้วยนวัตกรรม “คุณธนัชฐ์กาญจน์ ธันเจริญ หรือ คุณกูล” อดีตนางพยาบาล ผู้ผันตนเป็นนักธุรกิจหลังวัยเกษียณ เจ้าของแบรนด์น้ำเต้าหู้ “KUL” บอกเลยว่าไม่ง่ายจริงๆ

กว่า 4 ปี ชีวิตหลังวัยเกษียณ แม้คุณธนัชฐ์กาญจน์ อดีตนางพยาบาลจะเตรียมตัวรับมือไว้บ้าง ด้วยการมองหาลู่ทางค้าขาย แต่จะขายอะไร? ขายอย่างไรให้ไม่เหมือนใคร? นี่คือโจทย์ท้าทายในการตัดสินใจเปิดหนังสือสร้างตำนานนักธุรกิจหน้าใหม่

“คิดมาตลอดภาพหลังเกษียณที่วางไว้คืออยากค้าขายเกี่ยวกับอาหาร แต่จะขายอะไรที่เหมาะกับตนเอง และมีลูกค้าอุดหนุนตลอด ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย พยายามเฟ้นหาอยู่นาน จนมาบรรจบที่น้ำเต้าหู้ เครื่องดื่มบำรุงร่างกายที่ส่วนตัวชอบดื่มมาก เพราะซื้อหาง่าย มีร้านขายตามท้องตลาดทั่วไป ฉะนั้นหากจะต่อยอดเป็นอาชีพต้องสร้างความเหมือนที่แตกต่าง”

คุณธนัชฐ์กาญจน์ ไม่รอช้า รีบเดินหน้าศึกษาเรื่องน้ำเต้าหู้อย่างจริงจังทันที ไม่ทราบเรื่องใดก็มองหาผู้รู้ให้คำตอบ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา จนพบว่า น้ำเต้าหู้มีคุณสมบัติข้อดีเยอะมาก แต่มีข้อด้อยอย่างหนึ่งที่ชัดเจน คือ อายุการเก็บรักษาสั้น อยู่ในอุณหภูมิปกติไม่เกิน 1-2 วันก็เสียแล้ว ดังนั้น จุดเด่นของน้ำเต้าหู้ “KUL” ที่วางไว้ให้แตกต่างจากน้ำเต้าหู้ทั่วไป จึงเป็นเรื่องการยืดอายุไว้ในอุณภูมิปกติได้นานถึง 6-12 เดือน และคงคุณค่าสารอาหารได้ครบถ้วน โดยเลือกใช้เทคโนโลยี Stream retort เข้ามาเป็นพระเอกในการเริ่มต้นธุรกิจครั้งนี้

“สูตรน้ำเต้าหู้ที่ใช้คือสูตรปกติทั่วไป ที่แตกต่างคือการนำวิธี Stream retort นวัตกรรมการฆ่าเชื้อ โดยใช้ไอน้ำอิ่มตัว(saturated steam) ภายใต้แรงดันสูงเป็นตัวกลางถ่ายเทความร้อน ระหว่างการฆ่าเชื้ออาหารในไอน้ำอิ่มตัว วิธีนี้แม้จะนิยมใช้กันอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ คนตัวเล็กน้อยรายนักจะเลือกวิธีนี้ ด้วยมีค่าใช้จ่ายสูง ไม่คุ้มกับการลงทุน แต่สำหรับเราแล้ว เมื่อนึกถึงคุณค่าทางสารอาหาร ระยะเวลาการเก็บรักษาที่ยาวนาน ที่สำคัญสิ่งที่ลูกค้าได้รับมีประโยชน์อย่างมาก น้ำเต้าหู้ KUL จึงตัดสินใจเสี่ยงเลือกวิธีนี้ ผลิตน้ำเต้าหู้ออกตีตลาด ”

เทคโนโลยีที่นำมาใช้เป็นสวนหนึ่งในขั้นตอนการผลิต แต่ที่สำคัญไม่แพ้กัน คุณธนัชฐ์กาญจน์ บอกว่า คือการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ เมล็ดถั่วต้องสมบูรณ์ที่สุด ห้ามมีรอยแตกเด็ดขาด เพราะเมล็ดถั่วที่แตกมีเชื้อราแฝงอยู่ หากนำมาใช้ทำน้ำเต้าหู้ สารอาหารที่ได้จะด้อยคุณภาพทันที กลายเป็นสารสะสม อันตรายต่อร่างกาย แต่ด้วยตลอดชีวิตเป็นนางพยาบาลไม่มีความรู้ด้านนี้เลย ทางออกที่ดีจึงเลือกลงพื้นที่พูดคุยปรึกษากับชาวเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรง ป้องกันความผิดพลาด เพราะเชื่อว่าเกษตรกรผู้ปลูกย่อมมีความเชี่ยวชาญกว่าแน่นอน โดยเลือกเกษตรกรรายที่ปลูกถั่วเหลืองออแกนิค 100% สำหรับส่งออก เมล็ดถั่วที่ได้จึงไร้ที่ติ มีคุณภาพได้มาตรฐาน

“KUL” น้ำเต้าหู้เข้มข้น ผลิตจากส่วนผสมถั่วเหลือง 6 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน ไม่เจื่อปนสารเคมีหรือสารกระตุ้นใดๆ ทั้งสิ้น ทุกครั้งที่เปิดดื่มจึงคงความรู้สึกสดใหม่ ราวกับพึ่งยกลงจากเตาเสมอ โดยผลิตออกวางจำหน่าย 5 รสชาติ ได้แก่ 1.ธรรมชาติ 2.อัลมอนด์ 3.งาดำ 4.แมงลัก และ 5.ถั่ว 5 สี (ถั่วเหลือง, ถั่วดำ, ถั่วแดง, ถั่วเขียว และถั่วขาว) มี 3 สูตร คือ 1.สูตรดั่งเดิม(Original) น้ำนมถั่วเหลือง 100% 2.สูตรไม่ใส่น้ำตาล น้ำนมถั่วเหลือง 80% ส่วนผสมตามรสชาติ 20% และ 3.สูตรมีน้ำตาล น้ำนมถั่วเหลือง 80% น้ำตาลไม่ฟอกสี 4% และส่วนผสมตามรสชาติ 16%

ส่วนบรรจุภัณฑ์ ผลิตทั้งแบบถุงและแบบขวด โดยแบบถุงเลือกถุงที่มีคุณสมบัติพิเศษสำหรับใช้เพื่อฆ่าเชื้อแบบ Stream retort ยืดอายุอาหาร วางจำหน่ายในราคาถุงละ 35 บาท แบบขวดเลือกขวดแก้วที่ทนความร้อนถึง 121 C° ป้องกันการเกิดปฏิกิริยากับอาหารที่บรรจุ ฝาขวดทนความร้อนและความดันได้ดี วางจำหน่ายในราคาขวดละ 50 บาท

สำหรับการเปิดตัวครั้งแรก คุณธนัชฐ์กาญจน์ เลือกใช้การออกบูธประชาสัมพันธ์ เพื่อถ่ายทอดข้อมูลแบบตัวต่อตัวแก่ผู้บริโภค ป้องกันการเข้าใจผิด โดยกลุ่มลูกค้าที่วางไว้คือระดับกลางไปถึงระดับบน เน้นกลุ่มรักสุขภาพและกลุ่มที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์เป็นหลัก ปรากฏว่ามีกระแสตอบรับดีมาก มีการซื้อซ้ำ ออเดอร์ที่ได้รับมากกว่าที่คาดไว้เป็นเท่าตัว แม้จะเปิดตัวไม่ถึงปีแต่การเติบโตเรียกได้ว่าก้าวกระโดดทีเดียว

“น้ำเต้าหู้ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Stream retort ยังนับเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้บริโภค จึงเลือกออกบูธลงพื้นที่ด้วยตนเอง ทั้งกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การสร้างความเข้าใจถือเป็นเรื่องสำคัญ หากลูกค้าเข้าใจและเชื่อมั่น แม้จะยังไม่ซื้อสินค้าแต่ก็ถือว่าเราได้เปิดช่องทางการขายแล้ว อย่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ให้ร่วมออกบูธขายของ สร้างช่องทางการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย”

โดย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK Center จัดมหกรรมสุดยิ่งใหญ่ตลาดนัดสัญจร “คาราวานสุดยอด SMEs ของดีทั่วไทย” ครั้งที่ 3 เพื่อรวบรวมสินค้าดีราคาถูกจากสุดยอด SMEs ทั่วประเทศ ร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้าส่งตรงถึงผู้บริโภค กว่า 50 ร้านค้า นับเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคได้ส่งผ่านสินค้าดีมีคุณภาพถึงมือในราคาต้นทุน

จากแรงสนับสนุนที่ไม่ขาดสายของภาครัฐและเอกชนนี้ อนาคตของ KUL ธุรกิจเล็กๆ ของผู้ประกอบการหน้าใหม่วัยเกษียณ จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถเติบโต ขยายฐานการตลาดไปสู่การมีตัวแทนขาย และติดปีกไกลไปถึงตลาดเพื่อนบ้านอย่างแน่นอน

ข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อกิจการ : แบรนด์ “KUL”
ชื่อผู้ประกอบการ : : คุณธนัชฐ์กาญจน์ ธัพเจริญ
เบอร์ติดต่อ : 081-698-5151