Blogger’s Bootcamp by CP All ปีที่ 2 ติดอาวุธ Content-Data Analysis คนพันธุ์ดิจิทัล

0
684

ความท้าทายในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก  หรือ ยุค Global Disruptive Technology  ทำให้เหล่าผู้ผลิตคอนเทนต์หรือที่เรียกแทนตัวว่า “บล็อกเกอร์” ต้องเตรียมตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาวุธสำคัญที่จะช่วยให้เหล่า “บล็อกเกอร์” ข้ามผ่านข้อจำกัดนี้ได้อย่างสวยงาม  ก็คือ “องค์ความรู้”

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) จึงได้ร่วมกันจัดโครงการ Blogger’s Bootcamp by CP All ปีที่ 2 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “บล็อกกาภิวัฒน์ อย่าให้อนาคต Disrupt เรา” เพื่อช่วยให้บล็อกเกอร์รุ่นใหม่เรียนรู้วิธีในการปรับตัวจากสภาวะความเปลี่ยนแปลงของโลกออนไลน์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่ให้ถูก Disrupt และปรับตัวในยุคบล็อกกาภิวัฒน์ได้อย่างยั่งยืน

บัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า โลกของเทคโนโลยีและดิจิทัลมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทางซีพี ออลล์ จึงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เหล่าบล็อกเกอร์ได้มีโอกาสเรียนรู้และปรับตัวให้พร้อมรับมือทุกความเปลี่ยนแปลงผ่านการจัดโครงการ Blogger’s Bootcamp by CP All โดยให้ความรู้ทั้งด้านคุณภาพคอนเทนท์ (Content Quality) ด้านการเข้าถึงผู้อ่าน (Reach) ด้านการใช้งานช่องทางใหม่ๆ (Platform) และด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis)

     

“สำหรับงาน Blogger’s Bootcamp by CP All ปีที่ 2 นี้มีบล็อกเกอร์สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 260 เพจ ทำให้ทราบว่าบล็อกเกอร์ต่างก็ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และการปรับตัวอยู่เสมอ  โดยการจัดเวิร์คช็อปตลอดทั้ง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา บล็อกเกอร์ทั้ง 60 ท่านได้รับทั้งแแรงบันดาลใจในการผลิตผลงานที่มีคุณภาพและได้รับความรู้เพื่อนำไปพัฒนาคอนเทนต์ของตัวเองพร้อมร่วมสร้างชุมชนออนไลน์ที่ดีและมีผลงานสร้างสรรค์ให้กับสังคมและประเทศชาติต่อไป” นายบัญญัติ กล่าว

ด้าน แอ๊ม-ศรัณย์ แบ่งกุศลจิต กรรมการสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย หนึ่งในวิทยากร กล่าวว่า กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของการทำคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ คือ ความอดทนและความต่อเนื่อง การจะพัฒนาเพจของตัวเองจนมีคนติดตามและมีชื่อเสียงได้ คงไม่สามารถทำได้ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนแต่อาจจะใช้เวลานานเป็นปีๆ ในฐานะที่ตนเองเป็นทั้งกรรมการสมาคมฯและวิทยากรในงานครั้งนี้ จึงอยากผลักดันให้เหล่าบล็อกเกอร์ ผู้พัฒนาเว็บไซต์ต่างๆ หมั่นเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถปรับตัวอยู่รอดได้ในยุคที่โลกดิจิทัลเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วดังเช่นในปัจจุบัน

แอ๊ม-ศรัณย์ เล่าว่า “คุณแม่ของผมอายุ 55 ปี ทำงานเป็นพยาบาล ใช้ความพยายามและความต่อเนื่องในการโพสต์ขายเสื้อผ้าบนเฟซบุ๊ค จากเดิมขายไม่ได้เลย แต่ด้วยความอดทนและการโพสต์นำเสนอสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีแฟนเพจติดตามเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จาก 30,000 คน เป็น 50,000 คนในปัจจุบัน  เมื่อคุณแม่ของผมทำได้ เชื่อว่าบล็อกเกอร์ทุกคนก็สามารถทำได้เช่นกัน”

ขณะที่ อร-อรวี สมิทธิผล ผู้ร่วมก่อตั้ง Content Shifu หนึ่งในวิทยากรในงาน ได้อธิบาย 5 สิ่งที่คุณควรรู้ ในการวิเคราะห์ ข้อมูลหลังบ้าน 1. อย่าดูเฉพาะ ตัวชี้วัด ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า ข้อมูลเชิงลึกของ Facebook นั้นสามารถ แปลง ออกมาเป็นไฟล์ Excel ได้ ซึ่งในนั้นจะมีข้อมูลที่มีประโยชน์อีกหลายๆ อย่าง ที่สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ด้วย

  1. รู้จักเลือกวัดการทำงาน หลายๆ ประเภทที่เหมาะกับตัวเองโดยดูจากลักษณะของเนื้อหาที่ทำ วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย 3. อย่าลืมความสำคัญของข้อมูลเชิงคุณภาพนอกจากข้อมูลที่เป็นตัวเลข บางทีเราอาจจะมีการทำสำรวจ เพื่อรับคำแนะนำติชมจากผู้ที่ติดตามบล็อกของเรา เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาเนื้อหาและการนำเสนอได้อีกทางหนึ่งด้วย
  2. อย่าดูเฉพาะข้อมูลหลังบ้าน ให้ศึกษาปัจจัยภายนอกด้วย หมายถึง นอกจากข้อมูล ที่เป็นสถิติหลังบ้านเราแล้ว อาจจะดูข้อมูลจากข้างนอกด้วย เช่น ข้อมูลจาก Google Trends, Keyword Planner หรือ Social.gg ซึ่งจะสามารถช่วยวัดและบอกว่ามีอะไรที่เป็นเทรนด์ในตอนนี้บ้าง และ 5. เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้และนำไปวางแผนงาน หมายถึง ข้อมูลที่รวบรวมไว้จะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าเราไม่นำมาวิเคราะห์และนำไปใช้งาน เพราะฉะนั้นจงใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้มากที่สุด เพราะบ้านของเรา บล็อกของเรา ไม่มีใครจะรู้จักดีเท่าตัวเราเอง

ส่วนพิม-ณัฏฐณี สุขปรีดี นักจิตวิทยาพัฒนาการอิสระ เจ้าของเพจและเว็บไซต์ Pim and Children กล่าวว่า ได้ก่อตั้งเพจเกี่ยวกับจิตวิทยาเด็กมาแล้วราว 6-7 ปี ปัจจุบันมีผู้ติดตามอยู่มากกว่า 15,000 คน ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ เนื่องจากต้องการเรียนรู้มุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาเพจอย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้คอนเทนต์สามารถเข้าถึงคนได้ในวงกว้าง

“การเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ทำให้เราได้เรียนรู้และทราบเทคนิคเชิงลึกมากขึ้น รวมถึงได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองจากเพื่อนๆ บล็อกเกอร์ในสายอื่นๆ เช่น สายธุรกิจ-ตลาด สายท่องเที่ยว สายอาหาร  ซึ่งช่วยให้เรามีมุมมองเกี่ยวกับการทำคอนเทนต์ที่หลากหลาย จากเดิมที่อาจให้ความสำคัญในแง่วิชาการเพียงอย่างเดียว ซึ่งประโยชน์จากการที่ได้เข้าร่วมบูธแคมป์ในครั้งนี้ สามารถนำไปปรับแนวการผลิตคอนเทนต์ให้แฟนเพจสามารถอ่านและทำความเข้าใจได้ง่าย และช่วยให้ขยายกลุ่มแฟนพจได้ด้วย” พิม-ณัฏฐณี กล่าว

อิ้งค์-จิรสิน อัศวกุลี ผู้ร่วมก่อตั้งเพจและเว็บไซต์ Spaceth.co เว็บไซต์ที่มีเรื่องราวและข่าวสารด้านอวกาศ บอกว่า เนื่องจากที่ผ่านมาตัวเองเน้นเรื่องเนื้อหาและการเขียนเป็นหลัก การเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการเปิดโลกให้เห็นมุมมองใหม่ๆ มากขึ้นเพื่อนำมาปรับกับการเขียนคอนเทนต์ เช่น จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับการเขียนแบบยาว (Long Form) เป็นหลัก แต่เมื่อนำข้อมูลเชิงสถิติมาวิเคราะห์ทำให้เราทราบว่าแฟนเพจอาจจะไม่มีเวลาในการอ่านเนื้อหาที่ยาว เราสามารถปรับการนำเสนอเนื้อหาผ่านรูปแบบอื่นๆ แทนได้ เช่น นำเสนอผ่านภาพ หรือวีดีโอ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันเป็นต้น