AKP ลงทุนในโรงไฟฟ้า 193 ล้านบาท เข้าถือหุ้นกลุ่มบริษัทโรงไฟฟ้า ETC ราว 9.75%

0
88

 

            AKP ซื้อหุ้น ETC  9.75%  โดยมีวัตถุประสงค์เพิ่มรายได้  รวมไปถึงขยายการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า  “วันชัย เหลืองวิริยะ” บอสใหญ่ระบุ เป็นโครงการที่เริ่ม COD มาระยะหนึ่งแล้ว จึงลดความเสี่ยงที่จะเกิดจากระยะเวลาการก่อสร้างและการดำเนินงาน หนุนบริษัทฯ ขยายขอบเขตการดำเนินงานสู่ฐานธุรกิจใหม่ที่ได้รับผลตอบแทนสูง

นายวันชัย เหลืองวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) หรือ AKP ผู้บริหารศูนย์บริหารจัดการวัสดุเหลือใช้อุตสาหกรรม (เตาเผาขยะอุตสาหกรรม) บางปู จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นเตากำจัดกากอุตสาหกรรมอันตราย ด้วยวิธีการเผาด้วยความร้อนสูงที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมแห่งเดียวในประเทศ ไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท เอิร์ธเท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (ETC) จากผู้ถือหุ้นเดิมของ ETC จำนวน 799,676 หุ้น หรือ 9.75% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วของ ETC คิดเป็นมูลค่ารวม 193,713,514.24 บาท

ทั้งนี้ ETC เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงจากขยะ ในรูปแบบของผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) หรือมีขนาดต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมแก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งสูงสุดที่ขนาด 9.4 เมกะวัตต์ เพื่อผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตามสัญญาซื้อขายแบบ Non-Firm ในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 8 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 20 ปี นับตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2560 ซึ่งเป็นวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date หรือ COD)

ปัจจุบัน ETC ยังมีบริษัทในเครือ 2 แห่ง ที่ได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟภ. และอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท เอวา แกรนด์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (AVA) มีกำลังการผลิตติดตั้งขนาด 4 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมพิจิตร อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 3 เมกะวัตต์ ให้กับ กฟภ. เป็นระยะเวลา 20 ปี และ บริษัท รีคัฟเวอรี่ เฮ้าส์ จำกัด (RH) มีกำลังการผลิตติดตั้งขนาด 7 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 5.5 เมกะวัตต์ ให้กับ กฟภ. เป็นระยะเวลา 20 ปี โดยคาดว่าทั้ง 2 โครงการจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ ภายในปี 2562  นี้

นอกจากนี้ ETC ยังมีบริษัทย่อย 1 แห่ง คือ บริษัท เอิร์ธ เอ็นจิเนีย แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (EEC) ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบวิศวกรรม การจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์การก่อสร้างโรงไฟฟ้าแบบครบวงจร (Integrated EPC) และบริหารงานและซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า (Operations & Maintenance หรือ O&M) โดยให้บริการกับโรงไฟฟ้าภายในกลุ่มบริษัทของ ETC เป็นหลัก

“โครงการโรงไฟฟ้าของ ETC เป็นโรงไฟฟ้าต้นแบบแห่งแรกในประเทศไทย ที่ใช้ขยะอุตสาหกรรมเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งการลงทุนครั้งนี้มีความสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ในการขยายการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าในอนาคต  สัดส่วนของการลงทุนดังกล่าวมีความสอดคล้องและเหมาะสมกับกระแสเงินสดและสภาพคล่องของบริษัทฯ ในปัจจุบัน โดยไม่ต้องมีภาระหนี้ใดๆ เพิ่มขึ้นอีก ที่สำคัญเป็นโครงการที่ได้เริ่มดำเนินการในเชิงพาณิชย์มาระยะหนึ่งแล้ว จึงสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดจากระยะเวลาการก่อสร้างและการดำเนินงานได้ในระดับหนึ่ง ทำให้บริษัทฯ สามารถขยายขอบเขตการดำเนินงานไปสู่ฐานธุรกิจใหม่ที่สร้างรายได้และฐานกำไรเพิ่มขึ้นได้ และได้รับผลตอบแทนค่อนข้างสูงอีกด้วย” นายวันชัย กล่าว