6 เทคนิคเคลียร์หนี้ไว ไม่เป็นภาระให้คนข้างหลัง

0
728

 หากพูดถึงบัตรเครดิต สินเชื่อ และเงินกู้ เชื่อว่าหลายคนคงมีความกังวลเกี่ยวกับการชำระหนี้เหล่านี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการชำระ รวมถึงความกังวลว่าเราจะสร้างภาระไว้ให้คนรุ่นหลังหรือไม่ แต่ความจริงแล้วการชำระหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อ และเงินกู้ ไม่ใช่เรื่องยากและน่ากังวลอย่างที่คิด เพียงรู้จักวางแผนให้ดี และมีตัวช่วยในการวางแผน เจนฯเฮลท์ตี้ไลฟ์ (GenHealthylife) จึงมี 6 เทคนิคเคลียร์หนี้ที่ช่วยให้ชำระหนี้ได้อย่างรวดเร็วและไม่ทำให้ครอบครัวหรือคนข้างหลังต้องกังวลอีกด้วย

  • จัดลำดับหนี้ทั้งหมด

  อันดับแรกก่อนที่จะวางแผนชำระหนี้นั้นควรเริ่มรวบรวมยอดหนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรายรับและรายจ่ายในแต่ละเดือน รวมไปถึงรายการชำระหนี้และดอกเบี้ย จากนั้นนำมาคำนวณหาเงินคงเหลือหลังจากการชำระหนี้ในแต่ละเดือน และจัดลำดับการชำระหนี้ โดยอาจจะเรียงตามวันกำหนดครบชำระ หรือ ยอดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงสุด

  1. 2. วางแผนการชำระหนี้

    เมื่อมองเห็นภาพรวมของหนี้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องชำระในแต่ละเดือนแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนในการวางแผนชำระหนี้ ซึ่งมีด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้ 

    2.1  วิธีการชำระเงินแบบหิมะถล่ม (Avalanche)  เป็นการเลือกชำระหนี้ทั้งหมด โดยการชำระเงินแบบขั้นต่ำ หลังจากนั้นนำเงินที่เหลือมาชำระหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุด ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเงินในส่วนของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยได้

    2.2  วิธีการชำระเงินแบบบอลหิมะ (Snowball) เลือกชำระหนี้ทั้งหมด โดยการชำระเงินแบบขั้นต่ำเช่นกัน ด้วยการนำเงินที่เหลือมาชำระหนี้ที่มีจำนวนเงินน้อยที่สุดก่อน วิธีนี้จะทำให้ปลดหนี้ก้อนเล็กได้อย่างรวดเร็ว

  1. 3. โอนหนี้บัตรเครดิต

    การโอนย้ายยอดหนี้จากบัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยสูงไปยังบัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า จะทำให้สามารถนำเงินมาชำระหนี้ได้มากขึ้นแทนที่จะจ่ายไปกับดอกเบี้ยสูง ซึ่งในปัจจุบันบัตรเครดิตบางที่นั้นมีข้อเสนอดอกเบี้ย 0% สำหรับลูกค้าใหม่แล้ว

  1. 4. ขยายเวลาการชำระหนี้

    ปัจจุบันมีบริษัทบัตรเครดิตและผู้บริการสินเชื่อบางแห่งยินดีที่จะขยายเวลาการชำระหนี้ เพียงโทรหาบริษัทเหล่านี้ ซึ่งก่อนจะโทรนั้นควรจะตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัทให้ครบถ้วนเสียก่อน

  1. 5. รวบรวมหนี้ทั้งหมด

    หากมียอดหนี้ในบัตรเครดิตหลายใบสามารถทำการรวมยอดหนี้ทั้งหมดเป็นยอดเดียวได้ โดยการย้ายหนี้ไปยังบัตรเครดิตที่ไม่มีดอกเบี้ย หลังจากนั้นก็ชำระยอดหนี้ที่ย้ายไปทั้งหมด เพื่อเป็นการลดยอดดอกเบี้ยสะสม

  1. 6. ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ

    หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ผู้กู้หรือผู้ขอสินเชื่อที่ทำประกันชีวิตประเภทนี้ไว้เสียชีวิตลงในระหว่างที่ยังผ่อนชำระหนี้สินเชื่อไม่ครบ บริษัทประกันจะชำระหนี้สินเชื่อให้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินแทนทายาทของผู้กู้ โดยที่ความคุ้มครองจะทยอยลดลงไปตามวงเงินกู้ที่ลดลง จึงไม่เป็นการทิ้งภาระหนี้สินไว้ให้ทายาทหรือคนข้างหลัง เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีหนี้ในระยะยาวอย่างสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้มีแค่ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังมีประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อสำหรับผู้ขอสินเชื่อด้วยหลักทรัพย์อย่างรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ให้ได้เลือกซื้อกันอีกด้วย

    สำหรับใครที่เริ่มสนใจประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อและสุขภาพ สามารถติดตามเนื้อหาสาระดีๆ จากเจนเนอราลี่ได้ที่ https://generali.co.th/genhealthylife/ ที่จะนำเรื่องราวสาระดีๆ มาอัพเดทกันทุกสัปดาห์