“ไอซีเว็กซ์” ผนึก “พร็อพทูมอร์โรว์” นำทัพธุรกิจไทย รุกตลาดกลุ่มประเทศ CLMV ลุยจัดงานเทรดแฟร์เจาะกำลังซื้อ “กัมพูชา-เมียนมา” 2 ประเทศดาวรุ่ง

0
151

“ไอซีเว็กซ์” ICVex บริษัทในเครืออินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน)  จับมือ “พร็อพทูมอร์โรว์” นำผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย บุกตลาดอาเซียน ลุยจัดงานเทรดแฟร์ “กัมพูชา” และ “เมียนมา” สองประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เป็นดาวรุ่งในกลุ่มประเทศ CLMV

กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) 4 ประเทศ ประกอบด้วย กัมพูชา ,สปป.ลาว, เวียดนาม และเมียนมานั้น มี “กัมพูชา” และ “เมียนมา” สองประเทศตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคที่น่าจับตามอง ด้วยเพราะทั้ง 2 ประเทศได้เร่งนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจพร้อมทั้งยังมีนโยบายที่เปิดกว้างด้านการลงทุนในประเทศมากขึ้น ซึ่งนั่นถือเป็นอีก “โอกาส” ทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทยที่จะส่งออกทั้งในรูปแบบของสินค้า ภาคธุรกิจด้านการบริการต่างๆ ไปยังตลาดดังกล่าวสนองตอบความต้องการของผู้บริโภค และนักลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

ล่าสุด บริษัท ไอซีเว็กซ์ จำกัด (ICVex) ผู้เชี่ยวชาญการจัดงานเทรดแฟร์ และเอ็กซิบิชันทุกรูปแบบแห่งภูมิภาคอาเซียนในเครือ บริษัทอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจที่ดำเนินงานโดยใช้ศักยภาพในด้านของความคิดสร้างสรรค์ บริษัท ครีเอทีฟ อีเว้นท์ อันดับ 1 ของประเทศไทย และเป็นบริษัทอีเว้นท์คนไทยบริษัทเดียวที่ติดอันดับ 7 ของโลก ร่วมกับ บริษัท พร็อพทูมอร์โรว์ จำกัด เจ้าของเว็บไซต์ www.prop2morrow.com  เว็บสื่ออสังหาฯ ที่ให้บริการด้านการเป็นที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรในรูปแบบที่หลากหลาย เตรียมจัดงาน Cambodia Architect & Décor 2019” ครั้งที่ 4 ที่ Daimond Island Exhibition and Convention Center ( DIECC) ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายน 2562  ขณะที่ประเทศเมียนมา เป็นการจัดครั้งที่ 6 ภายใต้ชื่อMyanmar Build  & Décor 2019” ณ Myanmar Expo  เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ระหว่างวันที่ 3-5 ตุลาคม 2562 โดยทั้งสองงานที่จัดขึ้นในสองประเทศเป็นงานแสดงสินค้า เทคโนโลยี นวัตกรรม และบริการด้านการก่อสร้าง สถาปัตยกรรม ออกแบบ ตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุด

นายเกรียงไกร (เมฆ) กาญจนะโภคิน

 

 

 

นายเกรียงไกร (เมฆ) กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นงานแสดงสินค้าที่เจาะลึกการออกแบบ ตกแต่ง และการดีไซน์โดยเฉพาะ เผยงานนี้จะเป็นแหล่งโชว์เคสนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการ, กลุ่มธุรกิจ เชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ตอบรับความต้องการด้านไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่มุ่งเน้นเรื่องคุณภาพ และความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น เปิดกว้างดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกรุกอุตสาหกรรมก่อสร้าง และสถาปนิก เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดให้มีมาตรฐาน พร้อมผลักดันสร้างอาชีพที่มั่นคงต่อไป

สาเหตุที่เลือกการจัดงานในประเทศกัมพูชาและเมียนมา เพราะทั้งสองประเทศมีศักยภาพทางเศรษฐกิจและการเติบโตของจีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ) ต่อเนื่อง โดยจีดีพีของประเทศกัมพูชาคาดการณ์ว่าในปี 2562 จะมีการขยายอยู่ที่ 6.8% ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2561 ที่มีอัตราการเติบโตของจีดีพีอยู่ที่ 6.9% ขณะที่ประเทศเมียนมาอัตราการเติบโตของจีดีพี อยู่ที่ 7.7% ในปี 2560 และ 8.0% ในปี 2561

 

 

 

 

นอกจากนี้อุตสาหกรรมการก่อสร้างต่างๆ มีการเติบโตค่อนข้างสูงมาก โดยประเทศกัมพูชานั้นมีมูลค่าการก่อสร้างโครงการต่างๆ เพิ่มขึ้นกว่า 22 % เมื่อปีที่แล้วขึ้นมาอยู่ที่ 6,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนภาคการก่อสร้างของประเทศเมียนมานั้น มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 7.2% ตั้งแต่ปี 2544 ถึงปี 2558 และคาดว่าจะมีการเติบโตได้เพิ่มเป็น 10.37% ในปี 2563 และคาดการณ์มีมูลค่าที่ 13.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563

นายเกรียงไกร ยังกล่าวด้วยว่า ทางกลุ่มบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายของงานจากทั้งสองประเทศจะได้รับกระแสการตอบรับที่ดีเหมือนกับการจัดงานในช่วงปีก่อน โดยการจัดงาน “Cambodia Architect & Décor 2019” ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายน 2562  มีบริษัทที่ร่วมออกบูธ 100 แบรนด์ คาดมีมูลค่าที่จะเกิดขึ้นภายในงาน 150 ล้านบาท จำนวนผู้เข้าชมงานประมาณ 4,500 – 5,000 คน ส่วนเป้าหมายการจัดงาน “Myanmar Build  & Décor 2019” ณ Myanmar Expo  เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ระหว่างวันที่ 3-5 ตุลาคม 2562 มูลค่าที่จะเกิดขึ้นภายในงาน 200 ล้านบาท มีบริษัทที่ร่วมออกบูธ 70 แบรนด์ จำนวนผู้เข้าชมงานประมาณ 5,000 – 5,500 คน โดยคาดว่าจะมาจากกลุ่มสถาปนิก นักออกแบบ ดีไซน์เนอร์ เจ้าของธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม กลุ่มก่อสร้าง ผู้รับเหมา ช่าง เป็นต้น

ด้าน นายสุธาทร  สุทธิสนธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพทูมอร์โรว์ จำกัด กล่าวว่า ทาง พร็อพทูมอร์โรว์ เล็งเห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย มีโครงการที่น่าสนใจมากมายในมุมมองของ นักลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน จากการสำรวจตลาดและความต้องการของกลุ่มลูกค้าในประเทศเพื่อนบ้าน เห็นได้ว่าอสังหาริมทรัพย์ในบ้านเรามีความโดดเด่นมากในแง่ของรูปแบบโครงการ สิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหราทันสมัย รวมทั้งสาธารณูปโภคที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่จับตามองของนักลงทุนเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงที่เดินทางมาใช้ชีวิต เช่น การรักษาพยาบาล และจับจ่ายซื้อของในกรุงเทพ รวมถึงมาสังสรรค์เป็นประจำอยู่แล้ว

จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะนำร่องนำโครงการอสังหาริมทรัพย์ไทยโดยเฉพาะในกรุงเทพไปประชาสัมพันธ์และเชิญชวนให้นักลงทุนเพื่อนบ้านมาลงทุน  ปีนี้จึงจะเป็นปีแรกที่ในการจัดงานทั้ง 2 ประเทศ จะมี Prop2morrow Pavilion เพื่อจัดแสดงโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยในงาน โดยวางแผนว่าจะสามารถขยายตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เป็นที่รู้จักและสร้างยอดขายได้มากขึ้นในโอกาสต่อไป