ไทย-ไต้หวัน จัดสัมมนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ ชูไทยแลนด์ 4.0

0
489

 

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs)  และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

ดร.ธงชัย  จินาพันธ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ต้าถุง(ประเทศไทย)จำกัด   เปิดเผยว่างานสัมมนาระดับนานาชาติไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นการร่วมมือกันครั้งแรกของบริษัทฯ และมองว่าแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่ผ่านมาในมุมมองธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0 ที่เกี่ยวข้องกับโปรเจ็ค  AEC เป็นแรงขับเคลื่อนให้บริษัทฯ เล็งเห็นความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากบริษัทฯ ได้มีโรงงานอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นเขตของ AEC จึงเล็งเห็นความสำคัญโดยได้นำเข้าโปรดักส์ ใหม่ๆ ดึงเข้ามาสนับสนุน เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ในงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะในครั้งนี้

       

ภายใต้งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นงานสัมมนาสุดยอดผู้นาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยและไต้หวัน จัดแสดงและนาเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมเรื่อง นวัตกรรมยานยนต์ ระบบประหยัดพลังงาน ระบบเพาะปลูกและควบคุมอุณหภูมิไร้สายเพื่อการเกษตร ระบบบริหารขนส่งและอาคาร ระบบบันเทิงและข้อมูลยานยนต์ และระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

สำหรับนวัตกรรมเด่นที่นำเข้ามาจัดแสดงสินค้าเป็นสินค้าใหม่ ประมาณ  2-3 รายการ มาจัดแสดงและสาธิตให้แก่ผู้ประกอบการไทย คือ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สามารถปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับปลอดภัย ระดับประหยัดพลังงาน และระดับรถแข่ง ด้วยระบบเบรกอัจฉริยะ กันน้ำได้สูงถึง 40 เซนติเมตร และวิ่งได้ไกล 65 กิโลเมตรต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง

นอกจากนี้ยังโปรกดักส์ที่เป็น สมาร์ทซิสเท็ม อาทิ สมาร์ทฟาร์ม สมาร์ทมิสเตอร์ ที่ใช้มิสเตอร์กับการไฟฟ้า เป็นมิเตอร์ดิจิตอล ซึ่งมีการเริ่มมาตั้งแต่ปี 2560  มาจนถึงปัจจุบัน ได้นำมาแสดงในงานนี้อีกด้วย

ดร.ธงชัยกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในมุมของเกษตรอุตสาหกรรรม เช่น สมาร์ทฟาร์ม หรือ โรงเรือนอัจฉริยะ (ระบบปิด)  ที่สามารถควบคุมอุณภูมิความชื้น  และน้ำ ควบคุมแสง ควบคุมสภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อการเกษตร  ADM-3600 series ช่วยบริหารจัดการ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบคลาวด์แบบ Real Time สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมาก ลดปริมาณการสูญเสียน้ำและทรัพยากร ทำให้พืช เจริญเติบโต ได้มีอย่างประสิทธิภาพตามหลักวิชาการ มากขึ้น  โดยเชื่อว่าในอนาคตธุรกิจที่เป็นสมาร์ทจะดึงเข้ามาใช้ในประเทศไทยมากขึ้น

อย่างไรก็ดีในปี 2562 เชื่อว่าสินค้าไฮเทคโนโลยีจะเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อาทิ จักยานยนต์รถไฟฟ้า จะมีการพัฒนาก้าวไปอีกรูปแบบ เพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น  ให้เป็นสมาร์ทซิทเท็มส์มากขึ้น โดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นมอนิเตอร์ ความเร็ว ปิด-เปิด ตัวเครื่องในการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ ดร.ธงชัย กล่าว

“ส่วนสินค้าที่จะนำเข้ามาในปี 2562 จะเป็นระบบสมาร์ทมิสเตอร์ที่มีความสมบูรณ์แบบทั้งระบบ และสามารถมอนิเตอร์ค่าไฟ ใช้ระบบในการตัดต่อมิสเตอร์ได้ โดยไม่ต้องมีคนไปตัดต่อมิสเตอร์ถึงบ้าน แต่จะใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาเป็นเครื่องมือในการตัดต่อ นี่คือในมุมของอุตสาหกรรมของเรา”

บริษัทฯ คาดหวังว่าโซลูชั่นที่บริษัทมีอยู่จะเป็นทางเลือกหนึ่ง ให้คนที่เกี่ยวข้อง หรือชุมชนที่เกี่ยวข้อง ร่วมไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถที่จะเอาโซลูชั่นต่างๆ ของเราไปพิจารณา สามารถที่จะทำงานร่วมกันได้ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม บริษัทฯ ต้องการพัฒนาเกษตรกรให้ทำงานผลิตด้วยทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ และคุณภาพสูงสุด และนำสิ่งนี้เข้ามาจะสามารถพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเมืองไทยให้มีการพัฒนาและทันสมัยขึ้น  ดร.ธงชัย กล่าวทิ้งท้าย