ไทยพาณิชย์ จัดทัพเปิดตัวคณะผู้จัดการใหญ่ นำร่อง First Agile Team ยกเครื่องครั้งใหญ่ เร่งกระบวนการ Transformation สู่เป้าหมาย 2020

0
55

ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัวคณะผู้จัดการใหญ่ นำร่อง First Agile Team ยกเครื่องแนวการทำงานครั้งใหญ่ เร่งกระบวนการ Transformation สู่เป้าหมาย 2020 ภายใต้สี่แกน Customer Centric, Speed, Innovation และ Risk Culture สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมทั้งความรวดเร็วในการปรับตัว การเรียนรู้และการลองผิดลองถูก รวมถึงยึดมั่นในการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อรองรับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ประกาศเป้าหมายธุรกิจในปี 2562 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีการเติบโตสินเชื่อ 5-7% ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin) 3.2-3.35%

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารได้มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าองค์กรตามยุทธศาสตร์ SCB Transformation เพื่อสร้างประสบการณ์ดิจิทัลในรูปแบบใหม่ให้แก่ลูกค้า ซึ่งเป็นเวลา 3 ปีที่ธนาคารได้ดำเนินการ “ซ่อม เสริม สร้าง” รากฐานองค์กรให้แข็งแกร่ง และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้วยงบประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งการลงทุนดังกล่าวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถจะไม่ออกดอกออกผลเลย หากธนาคารไม่ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งอนาคต ซึ่งธนาคารต้องมีความรวดเร็วในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ด้วยเหตุนี้ ในปี 2562 ธนาคารไทยพาณิชย์จึงริเริ่มในการนำวัฒนธรรมองค์กรที่เรียกว่า Agile Organization มาใช้เพื่อให้มีความสามารถในการตอบสนองผู้บริโภคในเรื่องของการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ความรวดเร็ว (Speed) นวัตกรรม (Innovation) และวัฒนธรรมความเสี่ยง (Risk Culture) เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน

ทั้งนี้ “คณะผู้จัดการใหญ่ ประกอบด้วย นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ นางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ นายอรพงศ์ เทียนเงิน และดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ โดยได้วางบทบาทให้คณะผู้จัดการใหญ่ทำงานร่วมกันในลักษณะ Agile Team เพื่อเป็นตัวอย่างนำร่องและขับเคลื่อนวิธีการทำงานแบบใหม่ในลักษณะ Agile Organization เพื่อต่อยอดให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ดีที่สุด ในการตั้งคณะผู้จัดการใหญ่ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มช่วงที่สองของ SCB Transformation เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กลับหัวตีลังกา เพื่อสู่เป้าหมายในการเป็น The Most Admired Bank”

สำหรับเป้าหมายธุรกิจในปี 2562 ตามที่ธนาคารได้แจ้งเป้าหมายทางการเงินต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีสาระสำคัญ ประกอบด้วย การเติบโตสินเชื่อ 5-7% ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin) 3.2-3.35% การเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย 5% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายดําเนินงานต่อรายได้รวมที่ 40% หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non Performing Loan) ไม่เกิน 3% อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพไม่น้อยกว่า 130% และต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) 1.15-1.35

“โดยในปี 2561 ที่ผ่านมาธนาคารยังสามารถรักษาผลการดำเนินงานในระดับที่น่าพอใจ โดยมีการเติบโตสินเชื่อ 5.2% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 40,068 ล้านบาท ซึ่งกำไรที่ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2560 ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ธนาคารต้องการรองรับผลกระทบจากความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต จึงมีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 ของปี 2561 ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นปี 2561 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 147% เมื่อเทียบกับ 137% ในปีก่อน”

ด้าน นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ตามยุทธศาสตร์กลับหัวตีลังกา ผมตั้งใจผลักดันการเติบโตเพื่อมาทดแทนธุรกิจเดิม (New Normal of Growth) โดยธุรกิจแรกคือ การปล่อยกู้ผ่านช่องทาง digital (Digital Lending) ซึ่งจะต้องผลักดันให้ไทยพาณิชย์ เป็นธนาคารที่สร้างประสบการณ์การขอสินเชื่อที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่มในทุกรูปแบบความต้องการ ธุรกิจที่สองที่ต้องการผลักดันอย่างเต็มที่ก็คือ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง หรือ Wealth Management ในไม่ช้าธนาคารจะมีขีดความสามารถในการให้บริการเรื่องการลงทุนในต่างประเทศสำหรับลูกค้ากลุ่มลูกค้าบุคคลที่มีความมั่งคั่งระดับสูง (Ultra-High Networth) ผ่านบริษัทร่วมทุนกับ Julius Baer ส่วนในกลุ่มลูกค้าบุคคลที่มีความมั่งคั่งทั้งหมดนั้น ผมจะเร่งการพัฒนาความสามารถในการบริหารความมั่งคั่งให้แก่ลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามความต้องการรายบุคคลที่ถูกที่ถูกเวลา เพื่อประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องผสมผสานการใช้ AI / DATA และ ขีดความสามารถใหม่ๆ ทางเทคโนโลยีเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวให้เป็น The Most Admired Bank ให้ได้ในที่สุด”

ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ในการพัฒนาขีดความสามารถใหม่ๆ เพื่อรองรับการเติบโตในรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิมนั้น ธนาคารให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงสิ่งที่ได้สร้างในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า ผมตั้งใจที่จะผลักดัน 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1. Platform Banking ธนาคารต้องปรับรูปแบบการให้บริการเป็น Platform ให้ได้อย่างแท้จริงเพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต หรือในธุรกิจของลูกค้าให้ได้ 2. Partnership Banking การทำงานร่วมกับพันธมิตรในธุรกิจต่างๆ เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า และเติบโตไปพร้อมกัน 3. Predictive Banking การนำ Data มาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างถ่องแท้และทันต่อความต้องการ”

 

ขณะที่ นางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เน้นว่า “ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดในการผลักดันภารกิจ SCB Transformation ให้สมบูรณ์นั้น ก็คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ที่เปลี่ยนวิถีการทำงาน โดยเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมการทำงานให้พนักงานมีความกล้าที่จะเรียนรู้ให้เร็ว (learn faster)กล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ และลองผิดลองถูกให้เร็ว (fail faster) แก้ไขและปรับปรุงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการให้ Empowerment ในการตัดสินใจ และมี Risk Culture ซึ่งจะทำให้เกิดความรวดเร็วอย่างมาก ดิฉันจะเป็นผู้เร่งกระบวนการภายใน วิธีการทำงาน และการปลูกฝังวิธีคิดที่จะนำธนาคารไปสู่องค์กรแห่ง The New Normal of Customer Excellence”

 

โดย นายอรพงศ์ เทียนเงิน ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ ในอนาคตอันใกล้ คู่แข่งของธนาคารจะไม่อยู่ในรูปแบบของธนาคารดั้งเดิมอีกต่อไป แนวทางการทำธุรกิจจากคู่แข่งใหม่ๆ จะมีความยืดหยุ่นสูง ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เร็ว ใช้เทคโนโลยีระดับสูงมาดำเนินธุรกิจ ผมตั้งใจที่จะโฟกัสยุทธศาสตร์ระยะยาวทางด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ไทยพาณิชย์มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่ทัดเทียมกับคู่แข่งเหล่านั้น เราจึงจำเป็นต้องปรับตัวด้วยแนวทางเดียวกับองค์กรเหล่านั้น โดยมีคุณสมบัติหลัก ได้แก่ 1. ต้องรู้จักลูกค้าอย่างละเอียดรอบด้าน โดยใช้ Data ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 2. ต้อง Super Innovate เพราะในอนาคตเราจะสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วได้จากการมีนวัตกรรมที่ล้ำหน้า 3. ความสามารถในการดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ และต้นทุนที่ต่ำ และ 4. ความสามารถในการบริหารความเสี่ยงจากข้อมูล เพื่อสร้างต้นแบบธนาคารแห่งอนาคตที่จะอยู่รอดได้ท่ามกลางคู่แข่งระดับโลกใหม่ๆที่กำลังจะมาถึง”

นายอาทิตย์ ย้ำทิ้งท้ายว่า “ผมและคณะผู้จัดการใหญ่ มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานขององค์กร และผลักดันให้ธนาคารเติบโตผ่านกระบวนการ SCB Transformation ที่จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในปี 2020 เพื่อรับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมธนาคาร สร้างให้ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นองค์กรแห่งอนาคต (The Future Bank) ที่สามารถ