ไทยประกันชีวิต ต่อยอด Music Marketing สร้างปรากฏการณ์ใหม่ Interactive MusicVideo “The Last Call”

0
322

ไทยประกันชีวิต ต่อยอด Music Marketing สร้างปรากฏการณ์ใหม่ Interactive MusicVideo “The Last Call” มิวสิควิดีโอผสาน DRTVเรื่องแรกในธุรกิจประกันชีวิต ขยายตลาดแบบประกันเติมเงินยามป่วย สร้างอารมณ์ร่วม กระตุกให้ผู้ชมหยุดคิด เลือกวางแผนชีวิตเพื่อคนที่รักด้วยตนเอง

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตนับเป็นผู้นำด้านการสร้างแบรนด์โดยพัฒนาการสื่อสารแบรนด์ผ่านการใช้สื่อหลากหลายรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับสื่อของผู้บริโภค ตั้งแต่ปี 2559บริษัทฯ ได้จับมือพันธมิตรธุรกิจ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เพิ่มโอกาสในการสร้างแบรนด์และขยายตลาดผ่านดนตรีหรือMusic Marketingเพื่อให้แบรนด์ไทยประกันชีวิตเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงานผ่านการสร้างสรรค์บทเพลงพิเศษ 6 บทเพลง ภายใต้โปรเจ็กต์ “เพลงแห่งโอกาส” โดยใช้แนวคิดเพราะโอกาสมีอยู่ในทุกช่วงชีวิต หรือ Life is an Opportunity ที่ศิลปินของแกรมมี่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์โฆษณาของบริษัทฯ ซึ่งเป็นภาพยนตร์โฆษณาที่สร้างกระแส Talk of the Town และยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้ชม รวมถึงสนับสนุนมิวสิควีดิโอของ 6 ศิลปินคุณภาพ ในลักษณะการทำ Branded Content ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มียอดวิวในยูทูปถึง 100 ล้านวิว

ในปี 2561 บริษัทฯ ต่อยอด Music Marketingโดยนำบทเพลง “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องทำ” ซึ่งเป็นหนึ่งในบทเพลงจากโปรเจกต์ “เพลงแห่งโอกาส” และได้รับความนิยมอย่างสูงด้วยยอดวิวบน YouTubeกว่า 13 ล้านวิวมาถ่ายทอดในลักษณะมิวสิควิดีโอเพลงที่สื่อสารกับผู้ชมได้ หรือ Interactive Music Videoเรื่อง “The Last Call”โดยนักร้องเสียงคุณภาพ ลุลา – กันยารัตน์ ติยะพรไชย นับเป็นปรากฏการณ์มิวสิควิดีโอรูปแบบใหม่ ที่ผู้ชมสามารถเลือกตอนจบได้ด้วยตัวเอง และครั้งแรกของธุรกิจประกันชีวิตในการนำเสนอขายในลักษณะ DRTV (Direct Response TV) รูปแบบใหม่ โดยจะเผยแพร่ผ่านYouTube Thailife Channel และSocial Mediaของบริษัทฯตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

“The Last Call” นำเสนอภายใต้แนวคิด “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องทำ เพราะชีวิตจริง แก้ไขอดีตไม่ได้” โดยถ่ายทอดผ่านเรื่องราวผ่านตัวละคร 2 คน คือ “ใบหม่อน” และ “แทนไท” ที่ทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงาน เพื่อคนที่พวกเขารัก แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทำให้ความรักและความฝันพังทลายจึงเกิดคำถามว่า ถ้าเป็นผู้ชม ทุกคนจะทำให้เรื่องนี้จบลงอย่างไรเพื่อสร้างความรู้สึกร่วม (Emotional) และกระตุ้นให้ผู้ชมเกิดการฉุกคิดและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันอันนำไปสู่การตระหนักถึงการวางแผนชีวิต หรือเกิด Insurance Moment ขณะเดียวกันยังสร้างการจดจำแบรนด์ (Brand Awareness) และประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ (Brand Experience) อีกด้วย

ซึ่งInteractive Music Videoเรื่องนี้ ผสานการนำเสนอสิทธิประโยชน์ของแบบประกัน “ไทยประกันชีวิต เติมเงินยามป่วย” ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนวัยทำงาน ทั้งอาชีพอิสระและพนักงานออฟฟิศ เติมเงินชดเชยรายได้ เมื่อนอนโรงพยาบาล ไม่ว่าจากเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุสูงสุดถึงวันละ 3,000 บาทนานสูงสุด 365 วันเติมเงินกรณีผ่าตัดใหญ่สูงสุดถึงครั้งละ 60,000 บาท พร้อมเติมเงินปลอบขวัญเมื่อออกจากโรงพยาบาลสูงสุดครั้งละ 3,000 บาท และคุ้มครองชีวิตสูงสุด 600,000 บาท กรณีไม่เคลมสินไหมทดแทนทุกกรณีตลอดระยะเวลา5 ปี รับเบี้ยประกันภัยปีสุดท้ายคืน 100%

“The Last Call นำเสนอจากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับหลายครอบครัว ที่หัวหน้าครอบครัวมักทุ่มเทเพื่อคนรัก เพื่อความฝัน จนบางครั้งอาจลืมนึกถึงความจริงของชีวิต ว่าชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน ทั้งอุบัติเหตุการเจ็บป่วย หรือสิ่งไม่คาดฝัน หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับเราในอนาคต สิ่งที่ทุ่มเทไปทั้งหมดอาจสูญเปล่าและสุดท้ายคนที่ต้องลำบาก ก็คือคนที่เรารักนั่นเอง ดังนั้นInteractive Music Videoเรื่องนี้ จะกระตุ้นให้ทุกคนได้ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตและความรัก ด้วยการวางแผนทางการเงินและการวางแผนชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง” นายไชยกล่าว

ติดตามชมInteractive Music Video เรื่อง “The Last Call”ทาง YoutubeThailife Channelและ Social Media ของบริษัทฯได้แก่Facebook Fanpage : ไทยประกันชีวิต, LineOfficial Account : Thai Life Insurance, Twitter ไทยประกันชีวิต, Instagram ไทยประกันชีวิต