แพทย์แนะโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

0
442

สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ เตือนโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันอย่าละเลยเพราะอันตรายถึงชีวิต หากมีอาการควรรีบมาพบแพทย์ให้เร็วที่สุด ภายใน 4 – 6 ชั่วโมง ตั้งแต่เริ่มมีอาการ โอกาสรอดชีวิตมีสูง

นายแพทย์สมศักดิ์  อรรฆศิลป์  อธิบดีกรมการแพทย์เปิดเผยว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เป็นโรคที่เกิดจากลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจและมักเกิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่ก่อนแล้วนอกจากนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และผู้ที่สูบบุหรี่ จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบสูงกว่าคนปกติสำหรับอาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้แก่ เจ็บหน้าอกรุนแรง คล้ายมีอะไรมาบีบรัด โดยเจ็บที่ใต้กระดูกด้านซ้ายอาจร้าวไปถึงขากรรไกรและแขนซ้าย เจ็บนาน 15 – 30 นาที เหงื่อแตก คลื่นไส้ หายใจลำบาก หน้ามืด และอาจหมดสติ จึงต้องรีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ภายใน 4 – 6 ชั่วโมง ตั้งแต่เริ่มมีอาการ เพราะหากมาพบแพทย์เร็วเท่าใด โอกาสรอดชีวิตจะมีมากขึ้นเท่านั้นกรณีที่แย่ที่สุดคือ อาการหัวใจหยุดเต้น ผู้ป่วยมักจะเสียชีวิตก่อนไปถึงโรงพยาบาลดังนั้นผู้ป่วยควรจะบอกแก่ญาติหรือผู้ใกล้ชิด หากมีอาการดังกล่าวให้รีบนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

แพทย์หญิงวิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มักพบในผู้สูงอายุชายอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป และหญิง อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป โดยผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคดังกล่าวมากกว่าผู้หญิง 3 – 5 เท่า ในการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันแพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือดเข้าทางเส้นเลือดหรือขยายหลอดเลือดทางสายสวน โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพของตนเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รับประทานอาหารประเภทผักให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารไขมัน หรืออาหารที่มีคอเลสเทอรอลสูง เช่น น้ำมันสัตว์ ไข่แดง งดสูบบุหรี่พักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายสม่ำเสมอหากปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ลดการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้