เรียลแอสเสท เปิดแบบบ้านใหม่ “ วิรัณยา วงแหวน – อ่อนนุช” รุกตลาดไตรมาสสอง เปิดขายเฟสใหม่ชิงชิ้นเค้กย่านบางนา ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท

0
276

     

“เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์” เปิดตัวแบบบ้านใหม่ โครงการ “วิรัณยา วงแหวน – อ่อนนุช” กับแบบบ้าน LIVA ขนาดพื้นที่ใช้สอย 151 ตรม. และแบบบ้าน VITA ขนาดพื้นที่ใช้สอย 182 ตรม. พร้อมเปิดขายเฟสใหม่ลุยตลาดไตรมาสสอง ชิงชิ้นเค้กย่านบางนาต่อเนื่อง ในราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท ตอกย้ำจุดขายการพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด “บ้านที่มีหัวใจ” กับการออกแบบที่มีความหมายและแฝงข้อคิดดีๆในการดำเนินชีวิต ในทุกรายละเอียดที่ผสมผสานกับธรรมชาติอย่างลงตัว  ล่าสุดเตรียมจัดไม้เด็ด คัดแปลงสวยในราคาพิเศษเพียง 5.69 ล้านบาท มาสมนาคุณลูกค้า จำนวนจำกัด แค่ภายในวันงาน 2 3 มิถุนายน 2561 นี้เท่านั้น

นายวีระชัย หาญจริยากูล ผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์ธุรกิจบ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์  บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาโครงการ “ วิรัณยา วงแหวน – อ่อนนุช” ในปัจจุบันทางบริษัทฯ ได้ทำการเปิดขายเฟสใหม่จำนวน 34 ยูนิต พร้อมกับเปิดตัวแบบบ้านซีรีย์ใหม่ กับแบบบ้าน LIVA ขนาดพื้นที่ใช้สอย 151 ตารางเมตร  4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และแบบบ้าน VITA ขนาดพื้นที่ใช้สอย 182 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ทำให้ปัจจุบันโครงการ วิรัณยา วงแหวน – อ่อนนุช มีแบบบ้านให้ลูกค้าเลือกเป็น 5 แบบ ในราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท ทั้งนี้เหตุผลในการปรับแบบบ้านใหม่เพิ่มเติม มาจากกระแสการตอบรับและข้อเสนอแนะของลูกค้า ที่อยากได้แบบบ้านขนาดไซส์กลางที่มีห้องนอนด้านล่างเหมือนแบบบ้านขนาดไซส์ใหญ่บ้าง ทางบริษัทฯ จึงทำการปรับแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์และให้ครอบคลุมกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด   โดย ในวันที่ 2-3 มิถุนายนนี้ บริษัทฯ ได้จัดโปรโมชั่นคัดแปลงสวยในราคาพิเศษเพียง 5.69 ล้านบาทมาสมนาคุณลูกค้าในจำนวนจำกัด

สำหรับโครงการ “ วิรัณยา วงแหวน – อ่อนนุช” มีมูลค่าโครงการกว่า 1,100 ล้านบาท สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “บ้านที่มีหัวใจ” คือ บ้านที่ใส่ใจลึกซึ้งทุกความรู้สึก เข้าถึงทุกหัวใจของทุกคนในบ้าน  สู่แนวคิดโครงการที่ออกแบบตัวบ้านที่เน้นความ เท่ อบอุ่นและผ่อนคลาย เต็มอิ่มกับธรรมชาติภายนอกด้วยกระจกเข้ามุม พื้นที่ครัวปิดเป็นสัดส่วนและภายในบ้านถูกออกแบบให้มีพื้นที่เชื่อมต่อกันสำหรับผู้อยู่อาศัย แบบ Multi Generation Space ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ  บริเวณชั้น 2 มีพื้นที่พักผ่อนสำหรับครอบครัวสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามไลฟ์สไตล์และเปิดมุมมองกับสวนภายนอก รับแสงธรรมชาติเพื่อความปลอดโปร่งและช่วยระบายอากาศได้เป็นอย่างดี รองรับการสร้าง Silvan Experience & Outdoor  ในบรรยากาศร่มรื่นทั่วทั้งโครงการ อิ่มเอมในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วยคลับเฮ้าส์ ,ฟิตเนส ,สนามเด็กเล่น ,คิดส์คลับ และสระว่ายน้ำยกระดับเปิดโล่งสไตล์คอนโดบนชั้นสองของคลับเฮ้าส์ พร้อมศาลาสำหรับนั่งพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ รายล้อมด้วยสวนสาธารณะขนาดใหญ่ , ทะเลสาบ และจุดพักผ่อนรอบโครงการ ให้ชีวิตเต็มไปด้วยการพักผ่อนอย่างแท้จริง

ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนเลียบวงแหวนกาญจนาฯฝั่งตะวันออก ช่วงถนนบางนา-ตราดมุ่งหน้าถนนอ่อนนุช ใกล้ทางขึ้น-ลงทางด่วนบางนา-ชลบุรี และสนามบินสุวรรณภูมิ โดยนับได้ว่าเป็นทำเลที่มีความโดดเด่น เพราะ เชื่อมต่อทุกความสะดวกสบาย รองรับทุกเส้นทางสู่กิจกรรมของชีวิต ด้วยทำเลที่ใกล้ใจกลางเมืองถึง 2 เส้นทาง ทั้งจากวงแหวนพระราม 9 และ บางนา นอกจากนี้ยังใกล้ทางด่วนวงแหวนฝั่งใต้ ,ทางด่วนฉลองรัช , ทางด่วนบูรพาวิถี รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียนและห้างสรรพสินค้า อาทิ IKEA , เซ็นทรัล บางนา , พาราไดส์ พาร์ค และซีคอนสแควร์ เป็นต้น ปัจจุบันเฟส1มียอดขายแล้วกว่า40%

นายณัฏฐพร กลั่นเรืองแสง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์ธุรกิจ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยถึงศักยภาพของทำเลย่านบางนาและอ่อนนุชว่า ปัจจุบันทำเลที่ตั้งในย่านบางนา – อ่อนนุช ถือได้ว่าเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกที่เป็นทำเลทอง เพราะมีศักยภาพสูง มีสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นจำนวนมากทั้ง ศูนย์การค้า, โรงพยาบาล, และอื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นำมาสู่คำตอบที่ว่าทำไมโครงการที่อยู่อาศัยจึงเกิดขึ้นมากในทำเลย่านบางนา-อ่อนนุช ทั้งโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบ – แนวสูง ที่นักพัฒนาทั้งรายใหญ่และรายย่อยต่างกันมองหาที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในย่านนี้ และในปัจจุบันได้มีโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่ถือได้ว่าเป็นเมกะโปรเจคของย่านบางนา ได้แก่ แบงค๊อก มอลล์, ไบเทค เฟส 2, อาคารสำนักงานเกรด A ของกลุ่มภิรัชบุรีบริเวณไบเทค และเมกะซิตี้

“ศักยภาพของทำเลย่านบางงนา และอ่อนนุช นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มีอยุ่รอบๆ พื้นที่ ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการเดินทางที่สะดวกสบาย มีการเชื่อมต่อมาจากศูนย์กลางพัฒนาเศรษฐกิจแห่งใหม่ (NEW CBD) และสุขุมวิทตอนกลาง ที่มีเส้นทางคมนาคมหลากหลายเส้นทางในการเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวกสบาย ได้แก่ วงแหวนรอบนอก (เชื่อมต่อกรุงเทพ, นนทบุรี, สมุทรปราการ), มอเตอร์เวย์ (เชื่อมต่อกรุงเทพฯ, ปทุมธานี, ชลบุรี), ทางด่วนบางนา-ชลบุรี (เชื่อมต่อกรุงเทพฯ ไปสู่ภาคตะวันออก), โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มส่วนต่อขยายจากแบริ่งไปสมุทรปราการที่เริ่มเปิดใช้บริการในปี 2560, โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างภายใน 1-2 ปี, โครงการรถไฟฟ้าในอนาคตสายสีเขียว (บางนา-สุวรรณภูมิ) ที่ได้บรรจุลงไปในแผนพัฒนา ปี 2560 เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต” นายณัฏฐพร กล่าว