เผยโฉมสุดยอดไอเดียจาก Hackathon ครั้งแรกของเอสซีจี เวทีสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ภายใต้แนวคิด “Passion for Open Innovation”

0
61

เพราะโลกหมุนเร็วกว่าที่คิด องคาพยพธุรกิจจึงต้องตั้งรับปรับตัวให้ทันคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้เช่นเดียวกับเอสซีจีที่เล็งเห็นความสำคัญของการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ได้มาร่วมพัฒนานวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า ในกิจกรรมสุดท้าทายอย่างการแข่งขันHackathon”ภายใต้แนวคิด “Passion for Open Innovation” ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 900,000 บาท พร้อมโอกาสต่อยอดไอเดียร่วมกับเอสซีจี

จากการแข่งขันด้านไอที สู่การประชันไอเดียธุรกิจที่สร้างสรรค์

กิจกรรม “Hackathon”มาจากการรวมคำว่า Hack กับMarathon โดยมีจุดเริ่มต้นจากคนแวดวงไอทีที่รวมตัวกันเพื่อ Hack หรือเขียนโปรแกรมอย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลาที่กำหนดเหมือนการแข่งขันมาราธอน แต่ปัจจุบัน Hackathon ได้รับการยกระดับไปเป็นการแข่งขันเชิงธุรกิจมากยิ่งขึ้นด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมอะไรก็ได้ภายใต้โจทย์ที่กำหนดทำให้งานนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลกทั้งฝั่งของผู้จัดการแข่งขันและผู้เข้าแข่งขัน

     

     

โจทย์สุดท้าทายจากเอสซีจีเพื่อตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเปิดรับความร่วมมือเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ลูกค้าทั้งกลุ่มธรกิจและผู้บริโภคอย่างเอสซีจี จึงตั้งใจที่จะจัดการแข่งขัน “Hackathon” ครั้งแรกนี้ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้คนหลากหลายอาชีพแบบไม่จำกัดอายุ ทั้งBusiness planner หรือผู้มีใจรักในการเขียนแผนธุรกิจหรือคิดกลยุทธ์การตลาด รวมถึง User experience และ User Interface (UX/UI) Designer หรือผู้มีใจรักในการออกแบบสินค้าและบริการให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานและตรงตามความต้องการของลูกค้า ตลอดจน Developer หรือผู้มีใจรักในการเขียนโค้ดและสร้างแอปพลิเคชัน ได้มาร่วมกันระดมสมองพัฒนาไอเดียภายใต้โจทย์สามหัวข้อ คือ

1.) การนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างการเติบโตให้เอสซีจีและคู่ธุรกิจ ด้วยธุรกิจ B2B รูปแบบใหม่ๆ(Growing business with our partners through technology)

2.) การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและพัฒนาความยั่งยืนในอุตสาหกรรม(Developing industrial sustainability)

3.) การยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้บริโภค (Revolutionizing living)

 

     

เปิดบ้านปลุกPassion เตรียมพร้อมก่อนวันแข่งขันจริง

หลังปิดรับสมัครและคัดเลือกผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ครบ 100 คน ซึ่งประกอบด้วยบุคคลทั่วไปที่สนใจ รวมทั้งบุคลากรของเอสซีจีด้วย เอสซีจีจึงเปิดบ้าน ณ สำนักงานใหญ่ บางซื่อ จัดกิจกรรม “Open House”เพื่อแนะนำโจทย์ ตลอดจนความต้องการและโอกาสของแต่ละกลุ่มธุรกิจให้ผู้เข้าแข่งขันได้เห็นภาพที่ชัดเจน และพร้อมสำหรับการแข่งขันในอีกสัปดาห์ถัดจากนั้น

คุณยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การบริหารกลาง เอสซีจี กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า แม้เอสซีจีจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีอายุมากว่า 105 ปี แต่ด้วยความมุ่งมั่นในการคิดค้นและพัฒนาองค์กรมาอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดนิ่ง จึงอยากจัดงาน Hackathon ครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนและสร้างความร่วมมือแบบเปิดกว้างกับบุคคลภายนอกในการพัฒนาก้าวต่อไปของเอสซีจีร่วมกันซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในการจัดงานครั้งนี้นั่นก็คือ“Passion for Open Innovation”

งานวัน Open House ยังได้รับเกียรติจากคุณสุรวัฒน์ พรหมโยธิน CEO จาก Stylhuntและ Executive Director จาก Bangkok Venture Club ผู้ผลักดันผู้ประกอบการหน้าใหม่ในวงการสตาร์ทอัพไทย มาร่วมจัดเวิร์กช็อปให้ความรู้เกี่ยวกับวิถีของ Lean Startup ซึ่งว่าด้วยการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพที่มุ่งแก้ปัญหา (pain point) ให้ผู้คน ที่ยิ่งแก้ปัญหาได้เยอะเท่าไร ก็จะยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จมากเท่านั้น

คุณสุรวัฒน์ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของวงจรการสร้าง วัดผล และเรียนรู้(build, measure, learn) ที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ต้องทำให้เกิดขึ้นให้มากครั้งและรวดเร็ว เพื่อปรับปรุงผลงานให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้ใช้ งานวันนี้จึงถือเป็นการอุ่นเครื่องผู้เข้าร่วมงานให้พร้อมกับการแข่งขันจริงได้เป็นอย่างดี

 

ถึงเวลาลงมือสร้างทีม-บ่มเพาะไอเดีย-รับการเจียระไนโดยเมนทอร์มากประสบการณ์

ไม่กี่อึดใจการแข่งขันจริงก็มาถึงในเย็นวันศุกร์ที่ 26 ต.ค.61 เมื่อผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนเสร็จสิ้นภารกิจของตนก็ได้มาเข้าร่วมกิจกรรม Hackathon นี้กันต่อ ณ Big Co-Working Space ย่านพระราม 9 ที่เอสซีจีและทีมผู้จัดงานอย่าง Hubba เตรียมพร้อมการดูแลทั้งอาหารสถานที่ กิจกรรม และองค์ความรู้ที่เอื้อต่อการปลุกเซลล์สมองให้ทุกคนไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

ในคืนแรกของการแข่งขันเราได้กว่า 25 ไอเดียที่เข้าตากรรมการจากการนำเสนอของผู้เข้าแข่งขัน จากนั้นผู้แข่งขันคนอื่นๆ ก็ได้เลือกจับกลุ่มกับเจ้าของไอเดียที่มี Passion เดียวกัน เพื่อร่วมปั้นไอเดียเหล่านั้นให้เป็นรูปเป็นร่างภายใน2 วันต่อจากนั้นนั่นก็คือวันเสาร์ที่ 27และอาทิตย์ที่ 28 ต.ค.61

ตลอด 3 วัน 2 คืนผู้เข้าแข่งขันแต่ละกลุ่มต่างได้อภิปราย วางแผน และลงมือสร้างต้นแบบนวัตกรรมสินค้าหรือบริการใหม่ๆ เพื่อมุ่งตอบโจทย์ของงานกันอย่างขะมักเขม้น ควบคู่ไปกับการรับคำปรึกษาและเข้าร่วมเวิร์คช็อปกับเมนทอร์(Mentor)ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่งานนี้ได้รวมผู้ก่อตั้งและCEO ในวงการธุรกิจและสตาร์ทอัพชื่อดังมาอย่างคับคั่ง อาทิ Builk, QueQ, GetLinks, Grab, Priceza และอื่นๆ รวม12 บริษัท ตลอดจนมีพี่เลี้ยงซึ่งเป็นพนักงานมากความสามารถของเอสซีจีคอยให้ข้อมูลต่างๆ อยู่อย่างใกล้ชิดด้วย

3นาทีเปลี่ยนชีวิตร่วม Pitching ชิงเก้าอี้ 9 ทีมสุดท้าย

กระทั่งวันอาทิตย์ที่ 28 ต.ค.61 มาถึงทั้ง 25 ทีมจะต้องเสนอขายไอเดียรอบก่อนชิงชนะเลิศหรือ Semi-Final Pitchingให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเอสซีจีและผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจและสตาร์ทอัพ ได้เข้าใจนวัตกรรมสินค้าหรือบริการที่แต่ละทีมคิดค้นมาภายใน 3 นาทีเพื่อเป็นหนึ่งใน3 ทีมของทั้ง 3 โจทย์ที่ได้เข้ารอบFinal pitching9 ทีมสุดท้าย ไปชิงรางวัลมูลค่ารวมตลอดการแข่งขันกว่า 900,000 บาท

สุดยอดไอเดียเปี่ยมPassion มุ่งมั่นฝ่าฟันความท้าทาย

จากการเคี่ยวกรำอย่างเข้มข้นตลอด3 วัน ในที่สุดก็ได้ผู้ชนะจากทั้ง3 โจทย์ รับเงินรางวัลทีมละ 200,000 บาท พร้อมโอกาสร่วมงานหรือต่อยอดธุรกิจกับเอสซีจีต่อไป โดย

โจทย์ที่ 1 – การนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างการเติบโตให้เอสซีจีและคู่ธุรกิจ ด้วยธุรกิจ B2B รูปแบบใหม่ๆผู้ชนะได้แก่ทีม GET SURE”ผู้เห็นปัญหาของการใช้เครื่องจักรในการดำเนินธุรกิจที่ยังไม่ได้ประสิทธิภาพมากนัก จึงคิดค้นแพลตฟอร์มจับคู่เครื่องจักรและงานรับเหมาก่อสร้าง เพื่อสร้างโอกาสให้เจ้าของเครื่องจักรรับงานได้มากขึ้น ควบคุมต้นทุนได้ และมีกำไรมากกว่าเดิม

โจทย์ที่ 2 – การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและพัฒนาความยั่งยืนในอุตสาหกรรมรางวัลชนะเลิศตกเป็นของทีม SCG CARE”ที่คิดค้นแพลตฟอร์มเชื่อมคนที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้ชุมชนของตนได้มาระดมทุนต่อยอดไอเดียกันบนแพลตฟอร์มนี้ โดยเปิดโอกาสให้องค์กรที่มีงบประมาณ CSR เลือกสนับสนุนโครงการในแพลตฟอร์ม พร้อมชี้วัดผลความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณให้อีกด้วย

โจทย์ที่ 3 –การยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้บริโภค ผู้ชนะได้แก่ทีม Oldster”ซึ่งคิดค้นแพลตฟอร์มศูนย์รวมกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุ ตอบโจทย์ยุคที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย เพราะทีมนี้มองว่ายังมีผู้สูงอายุอีกมากที่ยังมีไฟในการทำกิจกรรมที่แปลกใหม่และก้าวทันเทคโนโลยี แพลตฟอร์มนี้จึงอยากเป็นตัวกลางให้ภาคส่วนต่างๆ เข้ามาสร้างและดำเนินกิจกรรมที่นี่ได้

ไม่เพียงเท่านั้นเอสซีจียังมีรางวัลที่แต่ละกลุ่มธุรกิจพิจารณามอบให้ทีมที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจได้ดีที่สุดอีกรางวัลละ 100,000 บาท ซึ่งธุรกิจเคมิคอลส์มอบให้แก่ทีม LEAN”ที่คิดค้นระบบแยกขยะด้วยการใช้ machine learningส่วนธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมอบรางวัลนี้ให้ทีม GET SURE”ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในโจทย์ที่ 1 และธุรกิจแพคเกจจิ้ง มอบรางวัลนี้ให้ทีม PAYPER”ผู้คิดค้นโมเดลธุรกิจพิมพ์โฆษณาลงบนกล่องบรรจุภัณฑ์อาหารFestซึ่งได้ประโยชน์ทั้งการดูแลสุขภาพให้ผู้บริโภค และการลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการด้วยการนำรายได้จากพื้นที่โฆษณามาทดแทนต้นทุน

เสียงสะท้อนแห่งความภาคภูมิใจ

ผู้ชนะจาก“ทีม GET SURE”ให้ความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่ากิจกรรม “Hackathon”ของเอสซีจีครั้งนี้เปิดโอกาสให้พวกเขาได้พบผู้คนจากหลายสายอาชีพที่มองเห็นปัญหาเดียวกันได้มาทำงานร่วมกัน แม้อุปสรรคในการทำงานจะเป็นเวลาที่จำกัด และการสื่อสารที่ต้องพยายามทำให้คนที่แตกต่างกันมีความเข้าใจตรงกัน แต่เชื่อว่าถ้าทุกคนตั้งใจและไม่ย่อท้อ ท้ายที่สุดท้ายก็จะประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกับพวกเขา

ส่วน “ทีม Oldster”ชี้ว่าการแข่งขันนี้ถือเป็นโอกาสซึ่งหาได้ยากที่แต่ละคนในทีมที่มีความถนัดไม่เหมือนกัน อย่างกลุ่มนี้ที่มีทั้งเจ้าของธุรกิจโปรแกรมเมอร์ และดีไซเนอร์ จะได้มาเจอกัน ได้แบ่งปันและร่วมกันแก้ไขปัญหาจากการมองในมุมที่ต่างกันไป

“เพื่อนๆ ที่เจอในงานนี้ ส่วนใหญ่ไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่เราต่างมาด้วยแพสชั่นที่อยากลองสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆและได้มาลงมือทำร่วมกันจริงๆ จึงเป็นประสบการณ์ที่อยากแนะนำให้คนอื่นได้ลองมาสัมผัสบ้าง” หนึ่งในสมาชิก“ทีม SCG CARE”กล่าวหลังได้รับรางวัล

นอกจากการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งตลอดหนึ่งศตวรรษ เอสซีจียังถือเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มีส่วนในการผลักดันและสร้างโอกาสใหม่ๆเพื่อร่วมเติบโตไปกับผู้คนที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ลูกค้า ผ่านการจัดกิจกรรมHackathon ครั้งนี้ ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้ไม่ได้รางวัลกลับไป แต่สิ่งสำคัญคือการได้ร่วมทำงานกับผู้คนเก่งๆ ตลอดจนได้ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีช่วยติดอาวุธทางปัญญาให้ได้เป็นอย่างดี