เปิดใจ CEO เลือดใหม่ “ณพวิทย์ สัตย์เพริศพราย” นำ “แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม” สู่การเป็นขายตรงน้ำดียุค 4.0

0
2033

นับเป็นเวลา 19 ปีที่ “แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม” บริษัทขายตรงน้ำดีได้ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ ยุติธรรม บนพื้นฐานของคำว่า “ธุรกิจเครือข่ายสีขาว” ด้วยหลักการใช้สินค้านำธุรกิจ ทำให้ แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม ในวันนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นจำนวนสมาชิก จำนวนนักธุรกิจ และยอดขาย วันนี้เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปจากกระแสความเจริญด้านเทคโนโลยียุคดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น ก็ถึงเวลาที่ผู้บริหารเลือดใหม่นาม “ณพวิทย์ สัตย์เพริศพราย” มาทำหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่ที่จะช่วยผลักดันในคนรุ่นใหม่ได้รู้จักความสวยงามของธุรกิจนี้ และพร้อมที่เติบโตไปด้วยกันกับ “แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม”

หากจะเอ่ยถึงผู้บริหารหนุ่มผู้มีหัวใจมุ่งมั่นและตั้งใจจะทำให้คนรุ่นใหม่ยุคดิจิทัลได้รู้จักกับธุรกิจเครือข่าย และเห็นความพิเศษของธุรกิจนี้ “ณพวิทย์” หรือ “คุณแม็กซ์” จึงรับหน้าที่ดูแลเรื่องการตลาดของบริษัทในตำแหน่ง Chief Marketing Offif icer (CMO) และ CEO MAXIMA จากชายหนุ่มนักกีฬาเทนนิสผู้มีอนาคตไกล แล้วเหตุใดเขาจึงปรับเปลี่ยนแนวคิดที่จะหันมาสานต่อธุรกิจของครอบครัวด้วยการมากุมบังเหียนดูแลบริหารบริษัท

“ผมเริ่มต้นจากการเป็นนักกีฬาเทนนิส เริ่มเล่นกีฬาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาถือว่าเล่นกีฬาเทนนิสเป็นอาชีพมาโดยตลอด ตอนอายุ 14 ปี อยู่อันดับที่ 14 ของประเทศและได้อันดับ 3 ประเภทคู่ ในการชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งเล่นคู่กับน้องชายคือ “คุณมิกซ์” ต้องเดินทางฝึกซ้อมและไม่ค่อยมีเวลาดูแลงานของบริษัทเท่าไรนัก จนกระทั่งมีโอกาสได้ไปซ้อมและแข่งขันที่อเมริกา พร้อมทั้งเรียนไฮสคูลที่นั่นด้วยโดยเรียนจบจากที่นั่น 2 ปี จากนั้นก็แยกกันกับน้องไปฝรั่งเศส 3 ปี ซึ่งก็ไปซ้อมไปแข่งเทนนิสเพียงอย่างเดียว จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนที่ได้กลับมาที่ประเทศไทย ซึ่งตลอดเวลา 19 ปี ไม่เคยทำงานหาเงินใช้เองเลย จึงมีความคิดที่อยากจะหาเงินใช้เอง จึงไปเป็นโค้ชสอนเทนนิสที่โรงเรียนนานาชาติ ไอเอสบี แถวแจ้งวัฒนะ ทำได้ 3 เดือน รู้สึกไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเรา จึงคิดที่จะมาเรียนรู้ธุรกิจของที่บ้าน เริ่มต้นจากการหาเครือข่ายเอง จึงค้นพบว่าธุรกิจนี้มีความน่าสนใจและมีความสวยงาม ช่วงแรกที่ทำงานมีเพียงผู้บริโภคเท่านั้นและยังไม่มีทีมงาน แต่มีรายได้อาทิตย์ละ 10,000 บาท ทำให้จุดประสงค์เปลี่ยน กลายเป็นเราทำงานเพื่อรู้ปัญหาของสมาชิก จากทีมงานที่มีเพื่อนเพียง 1 คน ขณะนี้มีทีมงานร่วม 200 คน ในระยะเวลา 34 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคทั้งหมด”

เมื่อค้นพบความสวยงามของธุรกิจเครือข่ายและทำงานได้ 3-4 เดือน “คุณแม็กซ์” จึงเริ่มเรียนรู้งานทุกระบบ เริ่มตั้งแต่การเป็นพนักงานสโตร์เช็คและส่งสินค้า แล้วมาทำงานแผนกเทลเลอร์ บัญชี ตรวจสอบ จน ณ ขณะนี้ “คุณแม็กซ์” ก้าวสู่งานบริหารอย่างเต็มตัว โดยดูแลบริหารงานด้านการตลาด พร้อมทั้งคิดโครงการขยายเครือข่ายกับคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล

“ธุรกิจเครือข่ายไม่ได้แย่อย่างที่สังคมภายนอกคิด ซึ่งผมอยู่กับมันมาทั้งชีวิต จึงรู้ว่าเป็นธุรกิจที่มีเสน่ห์ในตัวเอง คุณแม่บอกเสมอว่า ธุรกิจเครือข่ายไม่ใช่โจร แต่คนต่างหากที่ทำให้เป็นโจร ผมต้องการให้คนรู้ว่าที่นี่คือบริษัทที่ทำธุรกิจเครือข่ายสีขาวอย่างแท้จริง ซึ่งเราจะเจอกับคน 2 ประเภท คือ คนที่ประสบความสำเร็จ กับ คนที่ประสบความล้มเหลว และวัยรุ่นทุกคนล้วนมีความฝันที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยมีสิ่งที่ต้องการ คือ การเงินที่ดี สุขภาพที่ดี และมีเวลา ผมต้องการสื่อให้วัยรุ่นทั้งประเทศได้รู้ว่าที่นี่สามารถตอบโจทย์ได้ ถ้ามีความตั้งใจจริง”

 “คุณแม็กซ์” เล่าว่าเดิมบริษัทได้วางระบบ System 4 เป็นระบบการบริหารการทำงานในสไตล์ของผู้ใหญ่ แต่ไม่ตรงใจคนรุ่นใหม่ ดังนั้น จึงตั้งชื่อกลุ่มขึ้นมาใหม่ว่า LaCleเป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า กุญแจสู่ความสำเร็จ เป็นการตั้งแกนนำวัยรุ่นในบริษัท โดยให้ทุกคนมีสิทธิเสนอความคิดได้อย่างเต็มที่ ด้วยจุดประสงค์อยากเป็นกุญแจให้กับคนรุ่นใหม่ ที่ชี้ช่องทาง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนวัยนี้ได้ บวกกับผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

“สมาชิก LaCle” ต้องเป็นคนกล้าทำ กล้าคิด กล้าแสดงออก เพราะความกล้าเป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้มายืนอยู่ ณ จุดนี้ ผมอยากจะถ่ายทอดประสบการณ์ความกล้า ขอให้คุณกล้าคิด กล้าทำ และจะรู้ว่าตัวคุณมีศักยภาพมากแค่ไหน เพราะคนรวยกับคนจนมีความแตกต่างกันอยู่ 2 อย่าง คือ ความกล้ากับความกลัว ตอนนี้เรามีสมาชิกในกลุ่ม “LaCle” แล้ว 25 คน  ในระยะเพียง 1 เดือนเท่านั้น คนรุ่นใหม่จะมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากคนรุ่นเก่า โดยคนรุ่นใหม่มีเรื่องออนไลน์เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งมีข้อดีในเรื่องการขยายตลาด แต่ก็เจอกับปัญหาการขายตัดราคา หรือโฆษณาสินค้าเกินจริง ที่ผ่านมาเราอาจจะยังไม่มีระบบออนไลน์รองรับ ซึ่งผมจะมาดูเรื่องการรองรับระบบออนไลน์ พร้อมเพิ่มมาตรการเข้มงวดป้องกันการขายตัดราคา และสอนการทำงานแก่คนรุ่นใหม่ผ่านออนไลน์ โดยจะเริ่มการสอนผ่านระบบออนไลน์ของบริษัทโดยตรง และผมจะเป็นส่วนหนึ่งของวิทยากร และมีวิทยากรที่จบมาทางด้านการตลาดออนไลน์โดยเฉพาะ ซึ่งตอนนี้เราอยู่ในระหว่างเตรียมการเพื่อรองรับ”

สำหรับระบบ System Four ของคนรุ่นใหม่ “คุณแม็กซ์” จะแบ่งออกเป็น 4 Station ได้แก่ Station 1 จะเป็นเรื่องของ OPP (Opportunity) หรือ Business Vision นำเสนอรายละเอียดจะเป็นรูปแบบใหม่ในบรรยากาศสนุกสนาน โดยจำกัดอายุผู้เข้าร่วมไม่เกิน 35 ปี มีการพูดถึง Business Trend  เรื่องของสินค้าที่บริษัทมี 15 ผลิตภัณฑ์ แต่นำมาเปิดตลาดวัยรุ่น 6 ผลิตภัณฑ์ Station 2  Business How To การสอนทำธุรกิจทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงการขายและสอนเทคนิคเพื่อสนับสนุนการขาย Station 3 จะเป็นเรื่องของ Millionaire My Set หรือการมีทัศนคติเชิงบวก ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักจิตวิทยา และ Station 4 VIP Party มีเนื้อหาการ Motivate มีคอนเสิร์ตเป็นงานสนุกสนานปราศจากแอลกอฮอล์ รวมทั้งมีรางวัลสนับสนุนความสำเร็จ

“ในวันที่ 10 มิถุนายน 2561 เราจะจัดงานครบรอบ 19 ปี ณ หอประชุมธรรมศาสตร์ ซึ่งบัตรจำนวน 5,000 ใบขายหมดในเวลาไม่ถึง 10 นาที จะเห็นว่าผลตอบรับดีมาก ดังนั้น ความตั้งใจของผมคือ อยากเห็นคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัทมากขึ้น เรียกว่ากลางปีนี้จะเห็นตัวเลขคนรุ่นใหม่ขึ้นหลักพันราย และสิ้นปีนี้ผมเชื่อว่าจะมีจำนวนสมาชิกขึ้นมากว่า 3,000 รายแน่นอน ในอีก 5 ปีข้างหน้า แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม จะต้องติด TOP 5 ของอุตสาหกรรม ด้วยจุดเด่นของสินค้า บวกกับระบบใหม่ที่เราจะนำเข้ามา ผมว่าเราไม่แพ้ที่ใดอย่างแน่นอน ตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา เรายึดมั่นในเรื่อง “คุณธรรม นำธุรกิจ” เป็นธุรกิจเครือข่ายสีขาว ที่สวยงาม เราต้องการสร้างคนธรรมดาให้เป็นนักธุรกิจมืออาชีพ และต้องการมอบโอกาสดีๆ ที่จะพัฒนาชีวิตคนไทย ความสำเร็จที่แท้จริงของผม คือ การที่รู้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ให้ชีวิตใหม่กับคนๆ หนึ่งได้ สามารถมอบโอกาสดีๆ ทำให้คุณภาพชีวิตของเขาเหล่านั้นดีขึ้น และความสุขที่แท้จริงของเราคือสิ่งที่เรากำลังทำให้กับคนไทย”

ติดตามช่องทางสื่อเพิ่มเติมได้ที่ หนังสือพิมพ์ Thai MLM News ฉบับที่ 54

ประจำวันที่ 1-31 พฤษภาคม 2561