เคมีโก้ ฉลองครบรอบ 25 ปี เทงบ 350 ล้านบาท เปิดตัวศูนย์สุขภาพและความงามระดับสากลแห่งที่ 2 ของไทย เตรียมลุยสาขาประเทศแถบแอฟริกา หวังดันรายได้โต 15%

0
1099

นายประสพ พลากรกิตติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคมีโก้ อินเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้นำเข้าและจำหน่ายวัตถุดิบในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามเปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท เคมีโก้ เป็นผู้แทนจำหน่ายชั้นนำในการจำหน่ายวัตถุดิบที่มีคุณภาพดี และเชื่อถือได้จากทั่วโลกครอบคลุมในกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งประกอบธุรกิจด้านเครื่องสำอางผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์อาหาร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องมือเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม โดยมุ่งเน้นและคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ จากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

“บริษัทเรามุ่งเน้นในวัตถุดิบที่มีคุณภาพจากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้เรายังเน้นการจัดส่งที่รวดเร็ว พร้อมทั้งการให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิต พนักงานขาย และพนักงานห้องปฏิบัติการ” นายประสพ กล่าว

สำหรับปีนี้บริษัทครบรอบ 25 ปี จึงถือโอกาสนี้เปิดตัวศูนย์สุขภาพและความงามระดับสากลแห่งที่ 2 ซึ่งประกอบด้วยอาคารสำนักงาน จำนวน 2 อาคาร และอาคารห้องปฏิบัติการ 2 อาคาร  มูลค่าประมาณ 350 ล้านบาท และรองรับพนักงานประมาณ 200 คน บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศไทย  และอีก 9 สาขา ใน 8 ประเทศ  เพื่อให้การบริการที่ครอบคลุมในทุกภูมิภาค คือ ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เมียนมาร์, อินเดีย, รัสเซีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โดยที่บริษัทในประเทศไทยและอินโดนีเซีย ได้รับ ISO 9001 ในปี 2551 และปี 2559โดยมีพนักงานทั้งหมดมากกว่า 400 คน ในจำนวนนี้กว่า 170 คน มีพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์

อย่างไรก็ตามปีนี้บริษัทมีแผนที่จะขยายตลาดให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยใช้จุดแข็งของ กลุ่มบริษัทเคมีโก้ คือ ศูนย์ปฏิบัติการวิจัย และพัฒนาสูตร Chemico Asia Health and Beauty Center (CAHB)  เพื่อช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R &D) ของลูกค้าทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์โดยมีแผนขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น ได้แก่ ประเทศในแถบทวีปแอฟริกา ซึ่งปีนี้บริษัทมีการขยายสาขาเพิ่มที่ New Delhi ประเทศอินเดีย จากเดิมที่มีสาขาอยู่ที่ Mumbaiและเตรียมขยายสาขาเพิ่มประเทศในแถบทวีปแอฟริกา

นอกจากนี้จะเน้นตลาดออนไลน์มากขึ้นทั้ง E- commerce , social media และให้บริการลูกค้าขนาดย่อม เช่น SME โดยคาดว่าผลประกอบการปีนี้จะเติบโตขึ้นประมาณ 10-15% เติบโตเท่าปีที่แล้วที่เติบโต 10-15% เช่นกัน ซึ่งเติบโตใกล้เคียงกับตลาดรวมเคมีภัณฑ์ที่มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ  เฉลี่ยเติบโต 9-10%ต่อปี

กลุ่มบริษัทเคมีโก้มีการขยายธุรกิจไปทั้งในและนอกประเทศ นอกจากสำนักงานและคลังสินค้า บริษัทยังให้ความสำคัญกับห้องปฏิบัติการด้านเครื่องสำอางและอาหาร โดยมีพันธกิจคือ การลงทุนห้องปฏิบัติการในแต่ละประเทศที่มีสำนักงานตั้งอยู่ให้มีรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้บริการในด้านเครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์อาหาร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยก่อตั้ง Chemico Asia Health and Beauty Center(CAHB) และDaito Chemico Asia Color Cosmetics Center(DCAC)เพื่อให้การสนับสนุนและบริการลูกค้าเชิงวิชาการและเทคโนโลยีทางผลิตภัณฑ์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและความช่วยเหลือในเรื่องผลิตภัณฑ์และการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ที่ตรงต่อความต้องการของตลาด ตลอดจนแนวโน้มของผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการแก้ไขปัญหาแบบครบวงจร

CAHB และ DCACให้บริการหลักคือการจัดสัมมนา การจัดฝึกอบรมทางวิชาการห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาพร้อมเครื่องมือทันสมัยสำหรับพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอาหารมีการทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์ มีห้องปฎิบัติการจุลชีววิทยาเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของสารกันเสียในสูตร ช่วยสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งช่วยการขยายการผลิตโดยใช้เครื่องจักรต้นแบบ

ศูนย์สุขภาพและความงามทำให้ลูกค้าได้รับการบริการแบบครบวงจรทั้งด้านการวิจัยพัฒนาและการตลาด CAHB และ DCAC จึงเป็นศูนย์กลางด้านความงามและสุขภาพเต็มรูปแบบแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และขยายการบริการไปในระดับสากล

ในส่วนของตลาดต่างประเทศ นายประสพกล่าวว่า บริษัทฯ จะเน้นลุยการตลาด ในประเทศเมียนมา อินเดีย รัสเซีย ดูไบ เพราะเข้าไปลงทุนใหม่ต้องทำการตลาดแบบเข้มข้น ส่วนประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์  มาเลเซีย ยังขยายตัวดีมาก โดยเฉพาะตลาดประเทศอินโดนีเซียจากปัจจัยบวกประชาชกร และธุรกิจเครื่องสำอางค์ยังขยายตัว      อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังวางแผนที่จะบุกตลาดทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ ทั้งด้านการลงทุนบริษัทให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศแถบแอฟริกาใต้ ไม่ว่าจะเป็น เคนย่า คาดว่าภายใน 5 ปี จะมีการลงทุนภายใต้งบประมาณ 200 ล้านบาท สาเหตุที่เลือกลงทุนเพราะเคนย่าเป็นประเทศที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจที่ใหญ่เหมาะแก่การลงทุน

“ปัจจุบัน ตลาดเคมีภัณฑ์ เพื่อผลิตเครื่องสำอางค์ ในไทยมีมูลค่าตลาดรวม6หมื่นล้านบาท บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ20%  แนวโน้มมีอัตราการเติบโตสูงขึ้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายกลาง และรายเล็ก ที่มาปรึกษา และซื้อเคมี ในการผลิตเครื่องสำอางค์ โดยแบ่งสัดส่วนลูกค้าได้ คือ กลุ่มเครื่องสำอางค์ ประมาณ 80% ที่เหลืออีก 20 % จะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์อาหาร  และอาหารเสริม โดยจุดแข็งของบริษัท คือ คุณภาพ ของสินค้า และการเป็นผู้ให้คำปรึกษากับลูกค้าในการผสมสูตรต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทจะพัฒนาสูตรใหม่ๆ ประมาณปีละ 1พันสูตร เพื่อรองรับลูกค้าใหม่ๆ และพฤติกรรมของ ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย โดยในปีนี้คาดว่าธุรกิจจะเติบโต ประมาณ 10-15%  หรือมีรายได้ 2.2-2.3 พันล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ในประเทศ 50% และอีก 50% มาจากต่างประเทศ และจับกลุ่มลูกค้าตั้งแต่ตลาดระดับล่าง-บน”กรรมการผู้จัดการ บริษัทเคมีโก้ อินเตอร์ คอร์ปอเรชั่นกล่าวทิ้งท้าย