“ออริจิ้น” 9 เดือนแรก กวาดยอดขายมากกว่า 20,000 ล้านบาท

0
232

 ออริจิ้น โชว์ผลประกอบการเยี่ยมต่อเนื่อง หลังขยายอาณาจักรครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ แบรนด์ใหม่ “พาร์ค ออริจิ้น” 2 โครงการ พญาไท และทองหล่อกวาดยอดขายทะลุเป้า โครงการสร้างเสร็จ พาร์ค 24 เฟส 2 ทยอยโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ก่อนกำหนดกว่า 2 ไตรมาส คาดชำระคืนเงินกู้ธนาคารหมดภายในสิ้นปีนี้ มั่นใจสิ้นปียอดขายทะลุ 2.4 หมื่นล้านบาทตามเป้า

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้นพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORIผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์พาร์คออริจิ้น (PARK ORIGIN) ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) นอตติ้งฮิลล์ (Notting Hill)เคนซิงตัน (Kensington) และโครงการแนวราบแบรนด์บริทาเนีย (Britania) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัท9 เดือนแรกของปีถือว่าเติบโตได้อย่างยอดเยี่ยม ปัจจุบัน มียอดขายแล้วกว่า2หมื่นล้านบาทเป็นผลจากโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ “พาร์ค ออริจิ้น” แบรนด์คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ สามารถสร้างยอดขายได้ทะลุเป้า เริ่มจากโครงการ “พาร์ค ออริจิ้น พญาไท” สามารถกวาดยอดขายไปได้แล้วกว่า 75% หรือมากกว่า 3,500 ล้านบาทโดยเพิ่งเริ่มเปิดขายอย่างเป็นทางการไปช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน โครงการแฟล็กชิพที่เพิ่งเปิดตัว “พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ” ก็สามารถกวาดยอดขายไปได้มากกว่า 40% หรือมากกว่า 5,000 ล้านบาท โดยที่ยังไม่ได้เปิดขายอย่างเป็นทางการ

“บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ระดับ 24,000 ล้านบาท โดย 9 เดือนแรกของปีบริษัทมียอดขายสะสมทะลุ 20,000 ล้านบาทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทที่สามารถนำเสนอโครงการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมั่นใจว่าผลประกอบทั้งปีจะเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้” นายพีระพงศ์ กล่าว

ในส่วนของโครงการ พาร์ค24 เฟส 1 มูลค่าโครงการประมาน 6,000 ล้านบาท ปัจจุบันโอนไปแล้วกว่า 75% และชำระคืนหนี้ธนาคารหมดแล้วและในส่วนของ เฟส 2 มูลค่าโครงการประมาน 11,100 ล้านบาท ที่สร้างเสร็จและโอนได้ก่อนกำหนด จากแผนเดิมที่จะเสร็จในไตรมาส 4  สามารถก่อสร้างได้เสร็จและเริ่มโอนได้ตั้งแต่มิถุนายนที่ผ่านมา ปัจจุบันโอนไปแล้วกว่า20%เหลือคืนหนี้ธนาคารเพียง 2,500 ล้านโดยคาดว่าจะสามารถโอนเพิ่มและชำระคืนหนี้ได้หมดภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้พาร์ค24 เฟส 2ยังคงมี Backlog รอโอนอีกกว่า4,700 ล้านบาทนอกจากนี้บริษัทยังมีสภาพคล่อง และกระแสเงินสดหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องเพียงพอกับการพัฒนาโครงการที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงการซื้อที่ดินเพื่อรองรับแผนการเติบโตของบริษัทในอนาคต

“ปีนี้เป็นปีที่เราขยายธุรกิจคอนโดมิเนียมจนครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ และเริ่มเดินหน้าประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งธุรกิจโครงการแนวราบธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียน เช่น โรงแรม คอมมูนิตี้มอลล์ โครงการมิกซ์ยูส ตามวิสัยทัศน์ในการสร้างอาณาจักรออริจิ้น หรือ The Empire of Origin และถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่การดำเนินการสามารถเป็นไปได้ตามเป้าหมาย สามารถสร้างผลประกอบการที่ยั่งยืนให้แก่บริษัท และเป็นแกนสำคัญที่ช่วยให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคครอบคลุมทุกกลุ่ม”

นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า บริษัทให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการในการดำเนินงานของบริษัท และมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างหลากหลายในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ จึงทำให้มั่นใจได้ว่า บริษัทสามารถเติบโตไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Project Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมมาแล้วประมาณ 54 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 82,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร