ออมสิน สำรวจ“ค่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ Startup ไตรมาส 1 ปี 2561อยู่ในเกณฑ์ดี  

0
442

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า “ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจธุรกิจ    และเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสินได้ทำการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ Startup (SSI) เป็นครั้งแรกภายหลังจากที่ได้มีการจัดทำการประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย (GDP) และดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก (GSI)เนื่องด้วยธนาคารตระหนักถึงความสำคัญของผู้ประกอบการ Startup ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทย จึงมีความสนใจจะทำการศึกษาและติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการในธุรกิจ Startup และจะได้มานำเสนอผลการสำรวจอย่างต่อเนื่อง     

ทั้งนี้ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ Startup (SSI) ประจำไตรมาส 1 ปี 2561ที่ได้ดำเนินการสำรวจจากกกลุ่มผู้ประกอบการ Startup ทั่วประเทศจำนวน 423 ตัวอย่าง พบว่าดัชนีSSI ไตรมาส 1 ปี 2561อยู่ที่ระดับ 62.16ซึ่งสูงกว่าค่ากลางที่ระดับ 50 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการ Startup มีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ทางธุรกิจโดยรวมจากปัจจัยด้านผลประกอบการ ด้านการผลิต และด้านคำสั่งซื้อที่อยู่ในระดับดีโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจบริการ เช่น ธุรกิจการเงินการขนส่งและโลจิสติกส์ การศึกษา และการท่องเที่ยวเนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในด้านการตลาดและการให้บริการอย่างไรก็ตามผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนของธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับ SSI ในอนาคตอีก 3 เดือนข้างหน้าผู้ประกอบการ Startup มีมุมมองต่อภาวะธุรกิจStartup ในภาพรวมดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 67.75โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อที่ผู้ประกอบการคาดว่าจะมีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจการแพทย์/สาธารณสุข ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจการเงิน อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการยังคาดการณ์ว่าต้นทุนการประกอบการยังไม่น่าจะลดลงจากปัจจุบัน

เมื่อพิจารณาในแต่ละภาคธุรกิจได้แก่ อุตสาหกรรม การเกษตร การค้า และบริการ พบว่าผู้ประกอบการStartup ในภาคบริการมีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ธุรกิจอยู่ที่ระดับ 68.73ซึ่งสูงกว่าภาคธุรกิจอื่นที่อยู่ระดับ 57.9-60.5 อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการStartupยังคงมีข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะจากปัญหาการขาดสภาพคล่อง การเพิ่มขึ้นของต้นทุน และคู่แข่งขัน รวมถึงการขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือและทักษะเฉพาะทาง

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยฯ มองว่ายังมี ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง ติดตามคือปัจจัยทางด้านต้นทุนของผู้ประกอบการStartupที่สูงขึ้น ทั้งจากค่าแรง อุปกรณ์การผลิต ราคาน้ำมัน และค่าขนส่ง อีกทั้งยังมีอุปสรรคที่รอการแก้ไขในด้านกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้สั่งซื้อ นอกจากนี้ผู้ประกอบการStartupยังคงต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนในด้านเงินทุนหรือร่วมลงทุนเพื่อขยายธุรกิจและลงทุนเพิ่มเติมในด้านเครื่องจักร และอุปกรณ์อีกทั้งสนับสนุนด้านการหาตลาดและเพิ่มความรู้ด้านเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น”นายชาติชายฯ กล่าว