สมาคมยาสูบเปิดผลโพล ชี้โชห่วย 81% ค้านขึ้นภาษีบุหรี่ ร้านค้า-ชาวไร่ยาสูบร้องพรรคการเมืองช่วยชะลอขึ้นภาษีก่อนเลือกตั้ง

0
161

สมาคมการค้ายาสูบไทยเผยผลสำรวจนิด้าโพล ระบุร้านค้าปลีกทั่วประเทศยังได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีบุหรี่เดือนกันยายน 60ค้านรัฐบาลขึ้นภาษีอีกรอบในเดือนตุลาคมนี้ ชี้รัฐควรชะลอการขึ้นภาษี 40% ออกไปก่อน เพราะ “ต้นน้ำ-ปลายน้ำ” อุตสาหกรรมยังเดือดร้อน พร้อมผนึกกำลังภาคีชาวไร่ยาสูบ ชี้แจงความเดือดร้อน หวังโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งได้ตัวแทนพรรคการเมืองเป็นปากเสียงช่วยเหลืออุตสาหกรรม

สมาคมการค้ายาสูบไทยร่วมกับนิด้าโพลจัดทำผลสำรวจความคิดเห็นของร้านค้าปลีก 1,056รายทั่วประเทศเกี่ยวกับผลกระทบจากการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ พบว่า 81% ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นภาษีบุหรี่ในเดือนตุลาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสินค้าเถื่อนระบาดเป็นจำนวนมาก โดย 81% ระบุว่าการขึ้นภาษีบุหรี่จะทำให้บุหรี่เถื่อนระบาดหนักขึ้น สำหรับความคิดเห็นเกี่ยวกับการขึ้นภาษี ร้านค้า 91% คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่

นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวว่าสมาคมฯ ได้รับเชิญจากเครือข่ายภาคีชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทยให้นำเสนอข้อมูลความเดือนร้อนสมาชิกร้านค้ากว่า 700 รายทั่วประเทศจากผลกระทบของการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบเมื่อเดือนกันยายน 2560 ว่า “ผลสำรวจชี้ว่าร้านค้าทั่วประเทศคัดค้านการขึ้นภาษีบุหรี่เป็น 40% ในเดือนตุลาคมนี้ เพราะยังได้รับความเดือนร้อนจากผลกระทบการขึ้นภาษีครั้งล่าสุดคือตั้งแต่เดือนกันยายน 60 ร้านค้าเองก็ยังต้องเผชิญกับสภาพการค้าขายที่ยังฝืดเคือง ตลาดบุหรี่หดตัวลงประมาณ 22% และยังต้องค้าขายแข่งกับบุหรี่เถื่อนและยาเส้นมวนเองที่มีราคาแตกต่างกันมาก หากเดือนตุลาคมนี้รัฐบาลจะยังดึงดันขึ้นภาษีบุหรี่เป็น 40% ตามกำหนดเดิมที่วางไว้ ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของร้านค้า” “ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลขึ้นภาษีบุหรี่ติดๆ กันมาตลอด โดยหวังว่าจะช่วยลดจำนวนผู้สูบได้ แต่จริงๆ ผู้สูบบุหรี่ก็ไม่ได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลย แต่เปลี่ยนไปซื้อสินค้าที่ถูกกว่าอย่างยาเส้นหรือบุหรี่เถื่อนแทนต่างหาก เราอยากให้พรรคการเมืองที่มารับฟังความเดือดร้อนของอุตสาหกรรมยาสูบวันนี้นำเสียงเรียกร้องของร้านค้าโชห่วยกว่า 5 แสนร้านค้าทั่วประเทศเข้าสู่ที่ประชุมพรรคเพื่อหาแนวทางช่วยเหลืออุตสาหกรรมยาสูบ” นางวราภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ ยาสูบเบอร์เลย์จังหวัดเพชรบูรณ์  และตัวแทนภาคีชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทยกล่าวระหว่างการประชุมนำเสนอความเดือดร้อนในอุตสาหกรรมยาสูบจากอัตราภาษีสรรพสามิต ที่มีตัวแทนพรรคการเมือง 6 พรรค จากพรรคเพื่อไทย, ประชาธิปัตย์, ภูมิใจไทย, ชาติไทยพัฒนา,เสรีรวมไทย, พลังท้องถิ่นไทย เข้าร่วมประชุม ว่า “พวกเราเป็นตัวแทนชาวไร่ยาสูบจากภาคอีสาน-เหนือ-กลางตอนบน ประมาณ 5 หมื่นครอบครัว หรือประมาณ 2 แสนคนทั่วประเทศที่กำลังเดือดร้อนและความวิตกกังวลอาชีพของพวกเราชาวไร่ยาสูบ เพราะภาษียาสูบขึ้นทุกๆ ปีจนเป็นสาเหตุให้เราโดนลดโควตารับซื้อและอาจต้องเลิกปลูกยาสูบได้ พวกเราได้ยื่นหนังสือผ่านหลายหน่วยงานเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศเลื่อนการขึ้นภาษีบุหรี่ร้อยละ 40 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ออกไปก่อน แต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าใๆ ตอนนี้เหลืออีกเพียง 2 สัปดาห์ก็จะถึงการเลือกตั้งแล้ว หลายพรรคการเมืองมีนโยบายช่วยเหลือชาวนา ชาวสวนยาง หรือชาวประมง เราก็อยากให้พรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคที่หวังได้คะแนนเสียงในพื้นที่ปลูกใบยาสูบ 22 จังหวัดทั่วประเทศ รับทราบปัญหาของพวกเรา และมีนโยบายที่จะช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบบ้าง”

ตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้ารับฟังปัญหาของชาวไร่และอุตสาหกรรมพร้อมให้ความช่วยเหลือและจะช่วยสะท้อนปัญหาไปยังรัฐบาลซึ่งเป็นผู้มีอำนาจแก้ไปปัญหาในตอนนี้ โดยนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ตัวแทนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าชาวไร่ยาสูบเป็นเหมือนครอบครัวที่พรรคต้องดูแลพรรคมีนโยบายดูแลเกษตรกรทุกส่วนอยู่แล้ว

ด้านนามัลลิกา บุญมีตระกูลมหาสุข พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “ความเดือดร้อนของชาวไร่ยาสูบเป็นปัญหาเร่งด่วนที่พรรคอยากเข้าไปช่วยเป็นกระบอกเสียงเพื่อสะท้อนความเดือดร้อนไปยังผู้มีอำนาของรัฐบาลนี้ ส่วนตัวมาจากครอบครัวยาสูบทำให้เข้าใจถึงสภาพปัญหาของชาวไร่ได้ดี สิ่งที่จะพอช่วยเหลือชาวไร่ได้ในขณะนี้คือจะรับเอาปัญหาของชาวไร่ไปเสนอให้กับกระทรวงการคลังเพื่อขอให้ชะลอการขึ้นภาษีบุหรี่เดือนตุลาคมออกไปก่อน และจะเสนอความเดือนร้อนของร้านค้าให้กับพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการจัดการปัญหาบุหรี่เถื่อน ในระยาวคงต้องมาดูว่ากองทุนต่างๆ ที่เก็บภาษีจากบุหรี่มีความเหมาะสมแค่ไหน ในขณะเดียวกันพรรคจะหาทางแก้ไขปัญหาระยะยาวโดยการแนะนำปลูกพืชเสริม เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์