วิเคราะห์ศูนย์กลางการคมนาคมทุกระบบ เชื่อมเมือง…เชื่อมการใช้ชีวิตครบถ้วน

0
346

ถนนวิภาวดีรังสิต หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31 สายดินแดง-บรรจบทางหลวงหมายเลข 1 (อนุสรณ์สถานแห่งชาติ)โดยมีแนวเส้นทางเริ่มต้นที่บริเวณสามแยกดินแดง(จุดบรรจบถ.ดินแดงเชื่อมต่อทางพิเศษเฉลิมมหานคร) แล้วตัดผ่านสี่แยกสุทธิสาร ห้าแยกลาดพร้าว สี่แยกบางเขน สี่แยกหลักสี่ ไปสิ้นสุดที่ทางแยกต่างระดับอนุสรณ์สถาน จุดบรรจบถ.พหลโยธิน ระยะทางรวม 23.5 กิโลเมตรถนนสายดังกล่าวมีลักษณะเป็นทางหลวงพิเศษหรือsuperhighwayแบ่งช่องทางการเดินรถเป็นทางด่วนหรือทางหลัก (main road) และทางคู่ขนาน (frontage road) ยกเว้นช่วงที่ผ่านหน้าท่าอากาศยานดอนเมืองจะไม่แบ่งเป็นช่องทางด่วนและทางคู่ขนาน เนื่องจากมีพื้นที่จำกัดเพราะถูกขนาบด้วยสนามบินและทางรถไฟ  

จากแนวเส้นทางที่พาดผ่านพื้นที่ตั้งแต่เขตพญาไท-จตุจักร-หลักสี่-ดอนเมืองของกรุงเทพฯ และ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตัดผ่านถนนสายหลักทั้งดินแดงสุทธิสารงามวงศ์วาน(ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 302)แจ้งวัฒนะ(ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304)และถ.พหลโยธิน(ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1) นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อกับทางด่วนเฉลิมมหานคร และเส้นทางรถไฟสายเหนือ-สายตะวันออกเฉียงเหนือที่คู่ขนานไปกับถนนด้วย  โดยมีสถานีให้บริการทั้งสถานีบางซื่อ, สถานีบางเขน และสถานีดอนเมืองตลอดจนทางยกระดับอุตราภิมุข หรือดอนเมือง-โทลล์เวย์ เป็นทางด่วนพิเศษยกระดับเก็บค่าผ่านทาง อยู่เหนือถ.วิภาวดีรังสิตอีกด้วย

ขณะเดียวกันตลอดสองฟากฝั่งของถนนสายนี้  ยังเต็มไปด้วยสถานที่ราชการ, ศูนย์การค้าขนาดใหญ่,สถานพยาบาล, สถานศึกษาชั้นนำ  และอาคารสำนักงานของบริษัทต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ห้างเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว,ไอทีสแควร์ หลักสี่, รพ.ทหารผ่านศึก,รพ.วิภาวดีรังสิต,รพ.จุฬาภรณ์, โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี,โรงเรียนหอวัง, โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนาถ, มหาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย,มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) และสนามบินดอนเมือง

ที่สำคัญใกล้กับตลาดนัดจตุจักรแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างดีมีสินค้าทั้งต้นไม้ประเภทไม้ดอก-ไม้ประดับ, ของตกแต่งบ้านและสวน, เสื้อผ้า-ของใช้, สินค้าโอท็อป-งานฝีมือ หรือโซนสัตว์เลี้ยงตลอดจนยังมีสวนสาธารณะใจกลางเมืองอย่างสวนจตุจักร, สวนรถไฟ และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่สามารถมาออกกำลังกายและพักผ่อนได้ในทุกๆวันเลยทีเดียว

เปิดเมกะโปรเจ็กต์ใหญ่

ศูนย์คมนาคมพหลโยธิน-ส่วนต่อรถไฟฟ้าใหม่

ย่านวิภาวดีรังสิตในปัจจุบัน  กำลังจะมีโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายคมนาคมที่สำคัญ  อันจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของศักยภาพพื้นที่อย่างมากถึง 2 โครงการ  คือแผนพัฒนาศูนย์คมนาคมพหลโยธินหรือสถานีกลางบางซื่อ ให้กลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมแห่งใหม่ ที่เป็นทั้งศูนย์กลางการขนส่งหลายรูปแบบและศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมต่อไปยังทุกภาคของประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงไปยังลาว จีน มาเลเซียตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟบางซื่อเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 2,300 ไร่ ซึ่งมีเป้าหมายจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Transportation Hub) โดยใช้สถานีรถไฟบางซื่อให้เป็นสถานีกลางบางซื่อ เป็นศูนย์กลางระบบรางแห่งใหม่แทนสถานีรถไฟหัวลำโพง และเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางทุกระบบทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน,รถไฟฟ้า BTS, รถไฟทางไกล, รถไฟชานเมือง, รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ท่าอากาศยานดอนเมือง  และรถไฟความเร็วสูง

สำหรับสถานีกลางบางซื่อตั้งอยู่บริเวณชุมทางบางซื่อ (ถนนเทิดดำริในปัจจุบัน) และเป็นสถานีต้นทางของโครงการระบบรถไฟชานเมือง(สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต รวมทั้งช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน  โดยตัวสถานีมีพื้นที่กว่า 400,000 ตารางเมตร แบ่งการใช้งานเพื่อรองรับการเดินรถไฟประเภทต่างๆ ได้แก่ รถไฟทางไกล, รถไฟชานเมือง, รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน และรถไฟขนาดทางมาตรฐานในอนาคต โดยแบ่งออกเป็นดังนี้

ชั้นใต้ดิน เป็นพื้นที่สำหรับจอดรถประมาณ 1,700 คัน โดยมีโถงเชื่อมต่อจากพื้นที่จอดรถขึ้นไปยังชั้นจำหน่ายตั๋ว และ
มีทางเชื่อมต่อกับสถานีบางซื่อของโครงการสายสีน้ำเงินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

ชั้นที่1พื้นที่จำหน่ายตั๋ว มีโถงพักคอยและรับผู้โดยสารให้บริการ รวมถึงพื้นที่พาณิชยกรรม ร้านค้า

ชั้นที่2ชานชาลารองรับรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) 4 ชานชาลา และรถไฟทางไกล 8 ชานชาลา โดยแบ่งเป็นแนวสายเหนือรวมกับสายอีสาน 4 ชานชาลา สายใต้และสายตะวันออกรวม 4 ชานชาลา

ชั้นที่ 3ชานชาลารองรับการจอดขบวนรถไฟขนาดราง 1.435 เมตร เชื่อมภูมิภาค 10 ชานชาลา โดยแบ่งเป็นสายใต้ 4 ชานชาลา สายเหนือและสายอีสานรวม 6 ชานชาลา และรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน 2 ชานชาลา

ปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้าไปกว่า 60% แล้ว  คาดว่าแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันภายในปี 2563

ขณะเดียวกันพื้นที่บริเวณโดยรอบศูนย์คมนาคมพหลโยธิน ซึ่งเป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ทั้งหมด ภาครัฐยังมีแผนจะพัฒนาให้เป็นต้นแบบของ TOD (Transit Oriented Development) ของประเทศไทย โดยใช้สถานีขนส่งสาธารณะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระดับอาเซียนและศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของมหานคร เพื่อรองรับด้านพาณิชยกรรม และที่พักอาศัยที่มีความหนาแน่นสูง โดยเบื้องต้นแบ่งการพัฒนาพื้นที่ออกเป็น 8 โซน โดยนำพื้นที่โซน A เนื้อที่ประมาณ 35 ไร่ ที่อยู่ห่างสถานีกลางบางซื่อ 50-100 เมตร ออกมาออกมาเปิดประมูล ในรูปแบบให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน ขณะนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 35 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ร่วมทุน พ.ศ.2556 เพื่อจัดทำร่างข้อตกลงเบื้องต้น (ทีโออาร์)

ขณะเดียวกันพื้นที่บริเวณโดยรอบศูนย์คมนาคมพหลโยธิน ซึ่งเป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ทั้งหมด ภาครัฐยังมีแผนจะพัฒนาให้เป็นต้นแบบของ TOD (Transit Oriented Development) ของประเทศไทย โดยใช้สถานีขนส่งสาธารณะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระดับอาเซียนและศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของมหานคร เพื่อรองรับด้านพาณิชยกรรม และที่พักอาศัยที่มีความหนาแน่นสูง โดยเบื้องต้นแบ่งการพัฒนาพื้นที่ออกเป็น 8 โซน โดยนำพื้นที่โซน A เนื้อที่ประมาณ 35 ไร่ ที่อยู่ห่างสถานีกลางบางซื่อ 50-100 เมตร ออกมาออกมาเปิดประมูล ในรูปแบบให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน ขณะนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 35 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ร่วมทุน พ.ศ.2556 เพื่อจัดทำร่างข้อตกลงเบื้องต้น (ทีโออาร์)

ขณะนี้งานก่อสร้างคืบหน้าไปมาก  มีกำหนดแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2563  โดยรถไฟฟ้าสายนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง  รวมทั้งรถไฟฟ้า MRT ซึ่งเมื่อเปิดให้บริการแล้วจะกลายเป็นเส้นทางเชื่อมโยงเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองโดยไม่ต้องเปลี่ยนสายนอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์(เชื่อมต่อระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ท่าอากาศยานดอนเมือง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โดยมีแนวเส้นทางตามเขตการรถไฟเดิม

 รถไฟฟ้ามาราคาที่ดินพุ่ง คอนโดปักหมุด…รองรับศักยภาพพื้นที่

ในอดีตย่านนี้ถือเป็นแหล่งพักอาศัยแต่เมื่อมีรถไฟฟ้า BTS เข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2542ก็ได้มีการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์มากขึ้น ทั้งอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า เช่น อาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารทหารไทย,อาคารสำนักงานซันทาวเวอร์, อาคารสำนักงานใหญ่ ปตท.,อาคารเอ็นเนอยี่คอมเพล็กซ์,ยูเนี่ยนมอลล์หรือแม้กระทั่งห้างเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าวก็ยังมีการรีโนเวทปรับปรุงโฉมใหม่ ตลอดจนร้านค้า, อาคารพาณิชย์ต่างๆมากขึ้น

63244732 – bangkok, thailand – september 06, 2016 : traffic congestion on kamphaeng phet road 6 at don muang airport, bangkok,thailand on september 06, 2016

แน่นอนว่าย่อมส่งผลให้ราคาที่ดินโดยรอบขยับตัวตามปัจจุบันราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ รอบปี 2559-2562ถ.วิภาวดีรังสิต (ในเขตห้วยขวาง), พญาไท, ดินแดงอยู่ที่ 220,000 บาทต่อตารางวา, ถ.วิภาวดีรังสิต (ในเขตจตุจักร) อยู่ที่ 150,000-260,000 บาทต่อตารางวาและถ.วิภาวดีรังสิต ในเขตพื้นที่ดอนเมือง อยู่ที่ 120,000 บาทต่อตารางวาแต่ปัจจุบันราคาซื้อขายที่ดินติดถนนในทำเลพหลโยธิน-ลาดพร้าว-วิภาวดีรังสิตได้พุ่งไปมากกว่านั้นหลายเท่าและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อโครงการเมกะโปรเจ็กต์ดังกล่าวแล้วเสร็จ

เช่นเดียวกับแนวโน้มการพัฒนาที่ดินโดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูง   ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม High Rise และ Low Rise ที่เกิดขึ้นรองรับศักยภาพที่เปลี่ยนแปลงไป  ตั้งแต่บริเวณแนวถ.พหลโยธิน ช่วงหมอชิตเดิม, บริเวณห้าแยกลาดพร้าว และถ.วิภาวดีรังสิตเองก็ตาม ถึงแม้จะไม่มีรถไฟฟ้าพาดผ่านพื้นที่โดยตรง  หากแต่มีสถานีรถไฟฟ้าถึง 2 สายที่จะสามารถไปใช้บริการได้อย่างสะดวก ทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน (ที่สถานีพหลโยธิน และสถานีจตุจักร) และรถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิต จึงทำให้การเดินทางเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั้งเข้า-ออกเมือง มีความสะดวกและรวดเร็วขึ้น

ดังนั้น ศักยภาพของพื้นที่ย่านวิภาวดีรังสิตคาดว่าจะมีศักยภาพสูงขึ้น เนื่องมาจากโครงการศูนย์คมนาคมพหลโยธินจะกลายเป็นจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนทางรางขนาดใหญ่ ทั้งรถไฟธรรมดา, รถไฟฟ้า และรถไฟความเร็วสูง ที่เชื่อมโยงกรุงเทพฯ และปริมณฑล  ตลอดจนเชื่อมต่อในระดับภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ที่ดินส่วนใหญ่เป็นของการรถไฟฯ จึงเปิดโอกาสให้ที่ดินของเอกชนในย่านวิภาวดีรังสิต สามารถพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม, เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ หรืออาคารสำนักงาน เพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่ และกลายเป็นทำเลที่น่าจับตามองอีกแห่งหนึ่งในอนาคต

ด้วยศักยภาพอันโดดเด่น บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์จำกัด (มหาชน) (LPN)จึงเปิดคอนโดมิกซ์ยูสแห่งแรก ลุมพินี ทาวเวอร์ วิภาวดี จตุจักรและ ลุมพินีพาร์ค วิภาวดี-จตุจักรติดริมถนนใหญ่ บนถนนวิภาวดีรังสิตและออกแบบพื้นที่โครงการตอบโจทย์คนทำงานด้วยอาคารสำนักงานและอาคารชุดพักอาศัย เสริมชีวิตคนเมืองให้ง่ายขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์“Work&Life” ครบครันเพื่อวันทำงานและการใช้ชีวิต สำหรับพื้นที่ส่วนกลางเหมาะกับการชาร์จพลังชีวิตด้วย Pocket Garden และ Infinity Edge Pool ราคาเริ่มต้น 2.49 ลบ. ฟรีเฟอร์นิเจอร์และแอร์ เปิดขายครั้งแรก เสาร์ที่ 9 มิ.ย.นี้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center 02-689-6888 หรือ www.lpn.co.th