รพ.จุฬาลงกรณ์ ร่วมกับกสิกรไทย และเมืองไทยประกันชีวิต พัฒนาCHULA CARE เทคโนโลยีสู่ความเป็นเลิศในการให้บริการทางการแพทย์ของภูมิภาค

0
87

รพ.จุฬาลงกรณ์ร่วมมือกับกสิกรไทยและเมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าโครงการ CHULA CARE พัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุนงานบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อบริการที่เป็นเลิศแก่ประชาชนทุกระดับประเดิมส่งโครงการCHULA CAREมาช่วยยกระดับการให้บริการผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย และบุคลากรของโรงพยาบาลหวังสร้างคุณภาพการบริการให้อยู่ในระดับแนวหน้าของภูมิภาค

.นพ. สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดเผยว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ระดับตติยภูมิที่ให้การรักษาผู้ป่วยโรคยากและซับซ้อน และรับผู้ป่วยส่งต่อจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นสถาบันต้นแบบทางการแพทย์ที่มีคุณธรรมด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับนานาชาติมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนโดยเน้นการให้บริการรักษาพยาบาล ฟื้นฟูสมรรถภาพ ป้องกันโรค สร้างเสริมสุขภาพที่เป็นเลิศ มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และการพยาบาลเพื่อรองรับการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์  (Excellence Center)สนับสนุนส่งเสริมการค้นคว้าวิจัยจัดทำนวัตกรรมและนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมด้วยบริการทางการแพทย์ตามมาตรฐานสากลอย่างครบวงจรเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขที่สำคัญประชาชนทุกชนชั้นสามารถเข้าถึงบริการได้

ปัจจุบันประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรอย่างรวดเร็ว สัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ความต้องการแพทย์ พยาบาลและบุคลากรด้านสาธารณสุข รวมไปถึงสถานพยาบาลก็มีความต้องการมากขึ้นทั้งจากผู้ใช้บริการภายในประเทศ และจากประเทศเพื่อนบ้านโดยแต่ละปีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมาก ในปี 2560 เป็นผู้ป่วยนอกจำนวนกว่า1.6 ล้านราย หรือกว่า 5,000 รายต่อวัน ซึ่งที่ผ่านมาโรงพยาบาลมีการพัฒนากระบวนการให้บริการต่าง ๆ มาโดยตลอด แต่ผู้ป่วยยังไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร จึงคิดว่าควรนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยให้มากขึ้น

ล่าสุด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์จึงร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย และเมืองไทยประกันชีวิตริเริ่มโครงการ CHULA CARE โดยนำเทคโนโลยีที่ทั้งสององค์กรมีความรู้และมีประสบการณ์เข้ามาช่วยยกระดับการให้บริการระบบการบริหารจัดการผู้ป่วย พัฒนาแผนที่และการนำทาง ส่งเสริมข้อมูลด้านสุขภาพและการสร้างเสริมสุขภาพ รวมถึงการรักษาทางไกล โดยการรักษาทางไกลนี้จะเริ่มให้บริการผู้ป่วยคลินิกระบบประสาท (Tele Neurology Clinic) ก่อนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงในระบบประสาท และไม่สะดวกเข้ามาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายในการนำผู้ป่วยเดินทางมาพบแพทย์ และลดระยะเวลาการรอคอยการพบแพทย์ที่โรงพยาบาล

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ความร่วมมือกันในครั้งนี้ ธนาคารฯ เข้ามาช่วยสนับสนุนการพัฒนาทั้งในส่วนของ Hardware และหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมพัฒนาระบบเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพในรูปแบบทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์ ได้แก่

การพัฒนาแอปพลิเคชันCHULA CAREที่จะช่วยให้โรงพยาบาลบริการผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาทิ การแจ้งเตือนวันและคิวพบแพทย์ การแจ้งผลการตรวจสอบสิทธิ์ในการรักษา (เช่น ประกันสังคม, ประกันสุขภาพถ้วนหน้า) การแจ้งสถานะใบนำทางการชำระเงินผ่านKPLUS และMobile Banking ของทุกธนาคารแผนที่และการนำทางแบบ Indoor Navigateนอกจากนี้ ยังสนับสนุนตู้ Self-service Kioskเพื่อความสะดวกในการชำระเงินแก่ผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนอีกด้วย

การสร้าง Data Hubพัฒนาระบบศูนย์รวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถให้โรงพยาบาลนำข้อมูลมาใช้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โดยธนาคารฯ จะจัดเตรียมระบบคลังข้อมูลพร้อมใช้ รวมทั้งเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูล ให้กับทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อนำไปวิเคราะห์ได้ตามความต้องการของโรงพยาบาล ทั้งนี้ ข้อมูลทุกอย่างยังเป็นสิทธิของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

การพัฒนาระบบ Tele Medicineเป็นการใช้ความก้าวหน้าทางการสื่อสารโทรคมนาคมมาประยุกต์ใช้กับการบริการทางการแพทย์ โดยส่งสัญญาณข้อมูลภาพและเสียงผ่านสื่อ ควบคู่กับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ช่วยให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถพูดคุยตอบโต้กันได้ทันทีซึ่งประกอบด้วยการแบ่งปันความรู้ในการรักษาระหว่างแพทย์หรือการหารือเคส (Tele Conference) การรักษาทางไกล (Tele Clinic) และการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Home Health Care)

การพัฒนาระบบงานด้านทรัพยากรบุคคล(HR)และ Staff Mobile Applicationเพื่อรองรับการดูแลบุคลากรของโรงพยาบาลให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีเชื่อมโยงการจ่ายค่าตอบแทน และการพัฒนาบุคลากร

นางสาวขัตติยากล่าวเพิ่มเติมว่า จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการในธุรกิจการเงินซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการให้บริการที่ดีที่สุดแก่ประชาชนเช่นเดียวกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ธนาคารกสิกรไทยจึงเชื่อมั่นว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้โรงพยาบาลสามารถให้บริการผู้ป่วยและญาติทุกคนได้รับการบริการที่มีประสิทธิภาพและสะดวกสบายมากขึ้น

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการให้บริการครั้งสำคัญของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย รวมถึงได้มีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมและสนับสนุนด้านการดูแลสุขภาพให้แก่ผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในยุคที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยได้พัฒนาเทคโนโลยีและการบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับบริการ3 ด้าน ประกอบด้วย

พัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในผู้สูงอายุ(Health Promotion and Prevention Program)ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้วยการติดตาม (Monitor) ข้อมูลด้านสุขภาพทั้งจากโรงพยาบาลและที่บ้าน เพื่อให้ทีมแพทย์พยาบาลนำมาวิเคราะห์และจัดโปรแกรมการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันอาการเจ็บป่วยให้อย่างเหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละคน

พัฒนาช่องทางการเข้าถึงสื่อการสอนและการสอบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ญาติ หรือที่ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) สามารถเข้าถึงสื่อการสอน และการสอบในหลักสูตรต่างๆ ได้อย่างสะดวก และได้รับความรู้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะอยู่ในระบบ Digital Platform ทั้งหมด เพื่อให้ข้อมูลความรู้ถูกนำมาใช้ได้ง่ายและเกิดประโยชน์สูงสุด

การขยายความคุ้มครองสำหรับผู้ที่มีประกันสุขภาพ ประเภทผู้ป่วยนอก (OPD) กับบริษัทฯ  ให้ครอบคลุมการรักษาผ่านTele Clinic  และสามารถดำเนินการเคลมออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน  CHULA CARE ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จากที่บ้านได้เลย

นอกจากนี้ ทางบมจ. เมืองไทยประกันชีวิต ยังให้การสนับสนุนประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุ สำหรับบุคลากรของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีกด้วย

ศ.นพ. สุทธิพงศ์ กล่าวในตอนท้ายว่า จากความร่วมมือนี้ เชื่อมั่นว่าจะทำให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นโรงพยาบาลต้นแบบเพื่อการรักษาผู้ป่วยให้ทั่วถึงและช่วยกระตุ้นให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น เจ็บป่วยน้อยลง เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของคนไทยและของประเทศ