มูลนิธิเอสซีจี ชวนสัมผัสพลังมหัศจรรย์หนังสือภาพ ในโครงการ “นำหนังสือดีสู่เด็กไทย ปีที่ 11”

0
524

การพัฒนาเด็ก คือ การลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศมูลนิธิเอสซีจีจึงได้รณรงค์ส่งเสริมให้คุณพ่อคุณแม่ หันมาใช้หนังสือเป็นเครื่องมือในการเลี้ยงลูก ด้วยเชื่อว่า หนังสือ โดยเฉพาะหนังสือภาพเหมาะกับการเสริมสร้างพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สติปัญญา และการเข้าสังคมซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างความพร้อม และการเติบโตให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต

มูลนิธิฯร่วมกับกองบรรณาธิการผู้ทรงคุณวุฒิและนักประพันธ์หนังสือภาพชื่อดังระดับประเทศซึ่งมีความเชี่ยวชาญและเชื่อมั่นในการใช้หนังสือภาพเช่นครูชีวัน วิสาสะนักประพันธ์และบรรณาธิการหนังสือภาพสำหรับเด็กคุณพรอนงค์ นิยมค้าเลขาธิการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กนักเขียนและนักแปลคุณอัจฉรา ประดิษฐ์ประธานหลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็ก ศูนย์การศึกษาระดับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและคุณวิภาวี ฉกาจทรงศักดิ์ นักประพันธ์และบรรณาธิการหนังสือภาพสำหรับเด็ก มาร่วมคัดสรรหนังสือภาพชั้นนำระดับโลก (World Class Picture Books)สำหรับนำมาแปลและจัดจำหน่ายในราคาย่อมเยาเพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถเข้าถึงและใช้หนังสือภาพพัฒนาศักยภาพของลูก

คุณสุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี เล่าถึงที่มาของโครงการว่า “เพราะต้นทางความรู้ที่ดีที่สุดคือการอ่านมูลนิธิเอสซีจีจึงได้เริ่มจัดทำหนังสือภาพสำหรับเด็กผ่านโครงการนำหนังสือดีสู่เด็กไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 โดยมุ่งหวังให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยซึ่งหมายถึงเด็กที่มีอายุแรกเกิด – 6 ขวบ ได้นำหนังสือภาพไปใช้พัฒนาเด็กอย่างเป็นประจำและต่อเนื่อง การเล่านิทาน อ่านหนังสือ โดยใช้หนังสือภาพนี้ นอกจากจะเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีรอบด้านแล้ว ยังเป็นการเชื่อมสายใยรักและสร้างความอบอุ่นของครอบครัวให้แนบแน่นอีกด้วย แม้ทุกวันนี้โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลรวมทั้งสถานการณ์สื่อสิ่งพิมพ์กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลง แต่มูลนิธิฯ ยังคงเชื่อมั่นในพลังมหัศจรรย์ของหนังสือภาพจึงยังคงดำเนินโครงการฯ มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 โดยในปีนี้ได้คัดเลือกหนังสือภาพชั้นดีจากต่างประเทศมาแปลเป็นภาษาไทย 3 เรื่อง ประกอบด้วยเรื่อง ‘บ้านบนต้นไม้’  ‘พระจันทร์ฝันดี’ ‘วันนี้วันดี’ และหนังสือภาพฝีมือคนไทย เรื่อง ‘บา บา’  พร้อมทั้งแปลหนังสือภาพคุณภาพระดับโลกเรื่อง ‘กอด’และจัดทำเป็นพิเศษสำหรับเด็กๆ ผู้บกพร่องทางการมองเห็น เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองใช้เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการพัฒนาลูก”

กระบวนการเล่านิทาน และการอ่านหนังสือให้ลูกฟังได้รับการยอมรับและยืนยันจากนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์คอลัมนิสต์และจิตแพทย์ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ว่าสามารถช่วยกระตุ้นและพัฒนาสมองของเด็กได้จริงโดยได้เคยให้สัมภาษณ์ และกล่าวถึงพลังของการใช้หนังสือภาพเพื่อช่วยในการเรียนรู้ของเด็กวัย0-3 ขวบไว้ว่า “เด็กทารกเกิดมาพร้อมกับเซลล์สมองเป็นแสนล้านเซลล์ ซึ่งแต่ละเซลล์มีแขนงมากมายเพื่อติดต่อกับเซลล์สมองอื่น ๆ เรียกว่า ซินแนปส์ (Synaps) โดยจะขยายตัวไปเรื่อย ๆ เมื่อเกิดการเรียนรู้ ในทางกลับกันเซลล์ที่ไม่ได้ถูกกระตุ้นจะค่อย ๆ หดหายไป เรียกว่าเซลล์สมองฝ่อ (Neuron Pruning) จากข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของซินแนปส์นั้น แสดงได้ว่าหากเด็กวัยทารกจนถึงก่อนเข้าเรียนได้รับการกระตุ้นผ่านการดู ‘หนังสือภาพ’ที่เหมาะสมอยู่บ่อยๆ ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ทั้งด้านภาษา อารมณ์ และสังคมให้เติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพต่อไป”

     

ด้านคุณโย สุทินันท์ ปูคะภาค คุณพ่อรุ่นใหม่ที่ได้สัมผัสพลังจากหนังสือภาพ เล่าถึงประสบการณ์และพัฒนาการที่ดีของลูกว่า “ผมและภรรยามีลูกชื่อน้องวายุ วัย 3ขวบ 7 เดือน เริ่มสนใจกระบวนการเล่านิทาน และอ่านหนังสือหลังจากได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณหมอประเสริฐที่พูดถึงการใช้หนังสือภาพเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีของลูก จึงลองหาซื้อหนังสือภาพมาเล่าให้น้องวายุฟังก่อนนอนทุกคืน วันละ 2-3 เรื่องทำเป็นกิจวัตรต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี ผมสามารถพูดได้เต็มปากว่าแต่เดิมน้องวายุเป็นคนนอนยาก แต่หลังจากลองเปลี่ยนมาใช้วิธีการเล่านิทานและอ่านหนังสือแล้วน้องนอนได้ง่ายขึ้น เนื่องจากระหว่างการฟังนิทานจะมีการสร้างคลื่นสมองช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้น้องมีความจำดีขึ้น และที่สำคัญยังช่วยให้น้องเป็นเด็กร่าเริง เข้าสังคมได้ดี ทุกวันนี้เมื่อไปร้านหนังสือ น้องสามารถเลือกหนังสือที่ตัวเองชอบได้ ผมเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดผลลัพธ์ที่มหัศจรรย์จึงอยากเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกให้ลองหันมาใช้กระบวนการเล่านิทาน อ่านหนังสือกับลูกอย่างน้อยวันละ10-15 นาที ก็จะสามารถช่วยเปิดโลกการเรียนรู้ เสริมสร้างสติปัญญาที่ดีให้ลูก และสร้างช่วงเวลาที่มีคุณภาพของครอบครัวได้อย่างน่าอัศจรรย์”

     

ผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อหนังสือภาพได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ซึ่งรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำเข้ากองทุนนำหนังสือดีสู่เด็กไทยเพื่อจัดพิมพ์หนังสือภาพและมอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลในชนบทที่ขาดแคลนต่อไปเช่นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในจังหวัดต่างๆโรงพยาบาลภูมิพล โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมาโรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น และโรงพยาบาลบางไผ่ กรุงเทพฯ เป็นต้นสำหรับหนังสือภาพเรื่อง “กอดมูลนิธิฯ ได้จัดพิมพ์ทั้งหมดจำนวน 500 เล่มเพื่อมอบให้โรงเรียนสอนคนตาบอดทั่วประเทศ และไม่มีวางจำหน่าย

     

นอกจากมูลนิธิฯ จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์หนังสือภาพให้ครอบครัวไทยได้นำไปใช้เพื่อสร้างพัฒนาการของลูกแล้ว มูลนิธิฯ ยังจัดงาน “เทศกาลนิทานในสวน”กิจกรรมสุดหรรษาสำหรับครอบครัวงานนี้พ่อแม่ไม่ควรพลาดที่จะพาลูกหลานมาอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ใหญ่ยามเย็น และเพลิดเพลินกับการชมตัวละครในโลกนิทานที่ออกมาโลดแล่นแต่งแต้มความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นจินตนาการของน้องๆ หนูๆ พร้อมฟังคำแนะนำเทคนิคการเล่านิทานจากผู้เชี่ยวชาญ และพูดคุยไขข้อข้องใจเรื่องการเลี้ยงลูกกับนักจิตวิทยาเด็ก ตลอดจนร่วมกิจกรรมแสนสนุกมากมายในบรรยากาศยามเย็น โดยเริ่มวันเสาร์ที่ 15 และ 22 ธันวาคม 2561 ณ สวนลุมพินี  และวันเสาร์ที่ 5  และ 12 มกราคม 2562ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไปติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.scgfoundation.org  หรือFacebook มหัศจรรย์หนังสือภาพ