ฟอลคอนฯ เสริมทีมบริหารพร้อมเพิ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ เดินหน้าขยายช่องทางจำหน่าย เตรียมรับการเติบโตต่อเนื่องในปี 2561

0
343

นางโสภา กาญจนรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการจัดทัพองค์กรสำหรับปี 2561 ว่า “บริษัทฯ ได้ปรับทีมบริหารและเพิ่มทีมงานพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2561 ทั้งยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงต่างๆ นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ขยายการเข้าถึงประกันภัยในช่องทางใหม่ๆ ผ่านแผนโฆษณาประชาสัมพันธ์แบบบูรณาการโดยจะจัดทำในเชิงให้ความรู้แก่ผู้บริโภคผ่านสื่อที่เหมาะสม มุ่งหวังให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจในการเลือกซื้อประกันภัยให้ตรงกับความต้องการและอยู่ในงบประมาณ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้วางแผนพัฒนาระบบปฏิบัติการในส่วนของระบบงานขายและงานบริการหลังการขาย โดยบริษัทได้เปิดช่องทางการติดต่อไปยังลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยของบริษัทฯได้หลากหลายช่องทาง สำหรับงานบริการด้านสินไหม บริษัทฯได้ปรับรูปแบบและลดขั้นตอน ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาของการพิจารณาสินไหมทดแทนให้ทันสมัยและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบงานหลัก โดยเฉพาะงานด้านการรับประกันภัยรวมถึงงานบริการลูกค้าให้อยู่ในรูปแบบ Digital Platform เพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมรับกับ InsureTech อีกด้วย”

สำหรับการปรับทีมบริหาร โดยเฉพาะส่วนงานรับประกันภัยกลุ่มธุรกิจองค์กรซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก  บริษัทฯ ได้แต่งตั้งให้ นายเจิดศักดิ์ สุขะปุณพันธ์ เป็นผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจองค์กร ดูแลรับผิดชอบช่องทางการขายผ่านนายหน้าและตัวแทนสำหรับทุกผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งเสริมบุคลากรที่มีความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการรับประกันภัย เพื่อสนับสนุนความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจองค์กรที่ต้องการมีประกันภัยไว้เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯได้จัดตั้งทีมงานเพื่อให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงด้วยการมีประกันภัยที่เหมาะสมกับแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อลดโอกาสหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยที่อาจเกิดขึ้นในเบื้องต้น ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทฯ ให้บริการการประกันวินาศภัยทุกประเภท เช่น ประกันภัยทรัพย์สิน ประกันภัยรถยนต์ ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยวิศวกรรม ประกันภัยขนส่งทางทะเล ประกันภัยเบ็ดเตล็ด รวมถึงประกันความเสี่ยงภัยทางการเงินซึ่งได้ขยายความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทประกันภัยในเครือในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคให้คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Liability) อาทิ ประกันภัยความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่ (Directors & Officers Insurance) และประกันภัยความรับผิดทางวิชาชีพ (Professional Indemnity Insurance) เป็นต้น นอกจากการเสริมศักยภาพทีมรับประกันภัยแล้ว บริษัทฯ ยังได้พัฒนาทีมบริการสินไหมเพื่อให้สามารถดูแลและให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร ด้วยทีมงานมืออาชีพมากไปด้วยประสบการณ์ พร้อมตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มธุรกิจองค์กรได้ในทุกๆ ประเภทธุรกิจ หวังเป็น One-Stop-Service ของตลาดในงานกลุ่มนี้

ในส่วนของงานด้านเทเลมาร์เก็ตติ้งนั้น ปัจจุบันมี นางสาวพัชนี ศรีสุขวัฒนา เป็นผู้อำนวยการฝ่าย รับผิดชอบในส่วนของงานการตลาดทางโทรศัพท์เพื่อนำเสนอแผนประกันภัยให้กับลูกค้ารายเดี่ยว ผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่จำหน่ายในในปัจจุบันผ่านช่องทางนี้ อาทิ ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยสุขภาพ ประกันภัยจักรยาน เป็นต้น และในปีนี้ บริษัทฯ มีแผนนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่ๆ ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในหลากหลายรูปแบบ ด้วยราคาที่เหมาะสมและจับต้องได้ ให้เป็นทางเลือกแก่ผู้สนใจอีกด้วย

          สำหรับด้าน Affinity Business มีนางสาววิไล ธรรมถิวัช เป็นผู้อำนวยการฝ่าย รับผิดชอบงานในด้านการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) รวมถึงช่องทางใหม่ๆ ในกลุ่ม Event Marketing และ  Partnership Marketing สำหรับการตลาดในช่องทางเหล่านี้ บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ (Tailor made) โดยมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยกลุ่มนี้ต่อคู่ค้าที่มีความสนใจในลักษณะของการซื้อเพื่อเป็นบริการเสริมพิเศษให้แก่ลูกค้าของตน ซึ่งจะสามารถช่วยให้สินค้าหรือบริการมีคุณค่า (Value) มากยิ่งขึ้น

สำหรับเป้าหมายการเติบโตของปี 2561 นั้น บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าเติบโตประมาณ 10% หรือคิดเป็นเบี้ยประกันภัยรับประมาณ 1,900 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนเป็นเบี้ยประกันภัยจากกลุ่มธุรกิจองค์กรประมาณ 45% หรือประมาณ 850 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยจากลูกค้ารายย่อยประมาณ 55% หรือประมาณ 1,050 ล้านบาท

ในส่วนของผลการดำเนินงานในปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 1,749 ล้านบาท เติบโตสูงขึ้นกว่าปี 2559 เล็กน้อย โดยมีเบี้ยจากกลุ่มธุรกิจองค์กร 789 ล้านบาท คิดเป็น 45% จากกลุ่มผลิตภัณฑ์รายย่อย 960 ล้านบาท คิดเป็น 55%  ปัจจุบันบริษัทฯ มีอัตราส่วนเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย (CAR ratio) สูงกว่า 400% เมื่อเทียบกับ CAR ratio ที่กฎหมายกำหนดอยู่ที่ 140%  ถือว่ามีความพร้อมในทุกๆ ด้านที่จะสามารถรองรับการแข่งขัน และการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง อีกทั้งยังพร้อมเพิ่มความสามารถในการรับประกันภัยในโครงการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2561 นี้ ด้วยความเชี่ยวชาญจากทีมงานมืออาชีพและมาตรฐานการพิจารณารับประกันภัยในระดับสากล