พาณิชย์’ จัดงาน “หัตถศิลป์ ถิ่นแพรไหม” สะท้อนเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย  ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด สร้างความเข้มแข็งอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยอย่างยั่งยืน วันที่ 12- 14 กรกฎาคม นี้ ณ ฮอลล์ 12 อิมแพค เมืองทองธานี

0
52

กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน “หัตถศิลป์ ถิ่นแพรไหม” สะท้อนเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย สร้างความเข้มแข็งอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าไหมสู่แหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ เน้นตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เอาใจลูกค้าทุกกลุ่ม พร้อมแล้ว!!! งานแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยที่สวยงามที่สุดงานหนึ่งของไทย วันที่ 12 – 14 กรกฎาคม นี้ ณ ฮอลล์ 12 อิมแพค เมืองทองธานี …บอกเลยว่า..พลาดแล้วจะเสียดาย!!

นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “จากการที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินโครงการ “ยกระดับการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าไหมสู่แหล่งท่องเที่ยว” โดยได้เดินสายนำผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ เช่น ดีไซน์เนอร์ นักการตลาด ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสินค้า/บรรจุภัณฑ์ และภาพลักษณ์ตราสินค้า ฯลฯ ลงพื้นที่ร่วมให้คำปรึกษาแนะนำในการปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อขยายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยให้มีความหลากหลายครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น มีการถ่ายทอดเทคนิคการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและลดต้นทุนการผลิต กระตุ้นให้ผู้ประกอบการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการพัฒนาผ้าไหมให้มีความทันสมัย ร่วมสมัย และดูแลรักษาง่าย ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ให้นำผ้าไหมไทยมาตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกาย หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนเพื่อพัฒนาเส้นทางสายไหมสู่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ ตามยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการผ้าไหมท้องถิ่น 3 ภูมิภาค ประกอบด้วย 1) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.อุดรธานี จ.กาฬสินธุ์ จ.ขอนแก่น2) ภาคใต้ ได้แก่ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช และ 3) ภาคเหนือ ได้แก่ จ.แพร่ จ.ลำพูน จ.เชียงใหม่”

“การดำเนินโครงการฯ ดังกล่าวประสบความสำเร็จด้วยดี โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการผ้าไหมท้องถิ่นทั้ง 3 ภูมิภาคในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย ตลอดจนเกิดการรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการผ้าไหมไทย และสามารถเชื่อมโยงไปยังผู้ผลิต ผู้จัดหา นักออกแบบ ผู้ซื้อ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ รวมถึง เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมผ้าไหมไทยอย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์แก่สายตานักท่องเที่ยว ผู้ที่ชื่นชอบผ้าไหมไทย และประชาชนทั่วไป ตลอดจนเป็นช่องทางในการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยที่ได้รับการพัฒนาโดยนำเอานวัตกรรมมาใส่ดีไซน์ที่ทันสมัยเข้าไปเพื่อตอบโจทย์ตลาดให้กว้างขวางมากขึ้น กรมฯ จึงได้จัดงานแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ภายใต้ชื่องาน “หัตถศิลป์ ถิ่นแพรไหม”

รองอธิบดีฯ กล่าวต่อว่า “กรมฯ กำหนดจัดงาน “หัตถศิลป์ ถิ่นแพรไหม” ในส่วนกลาง ระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคม 2562 ณ ฮอลล์ 12 อิมแพค เมืองทองธานีภายในงานฯ จะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่ได้รับการพัฒนา และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย เสื้อผ้าแฟชั่นดีไซน์ที่เหมาะกับผู้บริโภคทุกวัย เครื่องประดับ และของใช้ของตกแต่งบ้าน ฯลฯ โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมพัฒนาจากกรมฯ เข้าร่วมจัดงานแสดงฯ ผู้เข้าชมงานจะได้ชื่นชมกับความงดงามของผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมแต่ละจังหวัด แต่ละภูมิภาค ซึ่งมีลวดลายที่สวยงาม มีโครงสร้างผ้าและลักษณะการออกแบบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป รวมถึง สามารถเป็นเจ้าของผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมภายในงานฯ ได้ในราคาสมเหตุสมผล มีความคุ้มค่าคุ้มราคา และสามารถนำไปเป็นมรดกทางวัฒนธรรมด้านผ้าไหมแก่ลูกหลานในอนาคตได้อีกด้วย”

“ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กำหนดจัดงาน “หัตถศิลป์ ถิ่นแพรไหม” อีก 2 ครั้ง ระหว่างวันที่ 19 – 21 กรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล จังหวัดเชียงใหม่ และ ระหว่างวันที่ 26 – 28 กรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าระยอง จังหวัดระยอง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในภูมิภาคอื่นๆ ได้ชื่นชมผลงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยของผู้ประกอบการท้องถิ่นจากทั่วประเทศ” 

“จึงขอเชิญชวนแฟนพันธุ์แท้ผ้าไหมไทย และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงาน “หัตถศิลป์ถิ่นแพรไหม” ระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคม นี้ ณ ฮอลล์ 12 อิมแพค เมืองทองธานี นอกจากจะได้อุดหนุนผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยสวยๆ จากผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาคแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้อุตสาหกรรมผ้าไหมไทยมีความเข้มแข็ง เป็นการสืบสานอัตลักษณ์ผ้าไหมของแต่ละชุมชนให้คงอยู่คู่กับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ทรงคุณค่าผ่านเส้นไหมและลวดลายที่งดงาม สมกับคำที่ว่า“ผ้าไหมไทยสะท้อนเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย” รองอธิบดีฯ กล่าวทิ้งท้าย