พาณิชย์เกาะติดสถานการณ์สหรัฐฯ – จีน

0
458
นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพรผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวถึง สถานการณ์ที่จีนระงับการลดหย่อนภาษีนำเข้าและประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ 128 รายการ โดยมีผลบังคับใช้ทันที ว่าจีนมีเป้าหมายเพื่อตอบโต้การตั้งกำแพงภาษีเหล็กและอลูมิเนียมตามมาตรา 232 ของสหรัฐฯ ที่มีผลเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าของจีน แต่คงจะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อไทย
มูลค่าการส่งออกในสินค้า 128 รายการ คิดเป็นการส่งออกไปจีนประมาณร้อยละ 11.18 ของมูลค่าที่สหรัฐฯ ส่งออกสินค้าดังกล่าวไปโลก โดยมีสินค้าสำคัญ 5 อันดับแรกที่สหรัฐฯมีการพึ่งพาตลาดจีนค่อนข้างมาก ได้แก่ อลูมิเนียมรีไซเคิล องุ่นอื่นๆ โสมสหรัฐฯ เครื่องในแช่แข็ง และผลไม้และถั่วอบแห้ง
สนค. มองว่า มาตรการของจีนในครั้งนี้ เป็นเพียงการตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯและจีนเท่านั้น ถึงแม้คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อไทยแต่คงจะหลีกเลี่ยงการกระเทือนต่อเสถียรภาพทางการค้าโลกไม่ได้ จากการวิเคราะห์พบว่า “ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อไทยแต่จำเป็นต้องเฝ้าระวัง” หากทั้งสองประเทศมีมาตรการสินค้าอื่นๆที่ไทยเป็นห่วงโซ่อุปทาน ซึ่ง สนค. มีข้อสังเกตว่า ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างพยายามใช้มาตรการกับสินค้าที่เป็นจุดแข็งหรือฐานเสียงของอีกฝ่าย เช่น อุตสาหกรรมเหล็กและเทคโนโลยีของจีน และสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งหากมีแรงกดดันจากในประเทศ ก็อาจจะทำให้ทั้งสองฝ่ายเริ่มกระบวนการเจรจากันเร็วขึ้นก็ได้
ทั้งนี้ สนค. จะติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวของทางการสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดก่อนถึงกำหนดที่สหรัฐฯ จะประกาศความชัดเจนกำหนดรายการสินค้าที่จะขึ้นภาษีตามมาตรา 301 ในวันที่ 13 เมษายน (กำหนดการเบื้องต้น) ต่อไป