ปลื้ม SME IDOL 2019 หนุนผู้ประกอบการไทยปักหมุดตลาดโลก ชี้คู่ค้าต่างชาติสุดว้าวสินค้าไทย สร้างยอดขายทะลุ 50 ล้านบาท

0
305

SME D Bank และหน่วยงานพันธมิตร สุดปลื้มโครงการ SME IDOL 2019 – OTOP All Stars เข้าเป้า ดันเอสเอ็มอีไทยโกอินเตอร์สำเร็จ แจ้งเกิดตลาดโลกผ่านมหกรรมแฟร์ยิ่งใหญ่ระดับสากล ณ ฮ่องกง สร้างยอดขายกว่า 50 ล้านบาท

นายพงชาญ สำเภาเงิน รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว). หรือ SME D Bank เผยว่า ระหว่างวันที่ 19-21 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา SME D Bank ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) และองค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) นำคณะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่มีศักยภาพในกลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือน ของแต่งบ้าน สปาเครื่องหอม และสุขภาพ จำนวน 20 รายที่ผ่านการคัดเลือกโครงการ SME IDOL 2019 – OTOP All Stars ร่วมออกบูธแสดงสินค้าในโซน Thailand Pavilion SME IDOL 2019 ภายในงาน “HKTDC Hong Kong Houseware Fair 2019” ซึ่งเป็นมหกรรมแสดงสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ครัวเรือนยิ่งใหญ่ระดับโลก ณ Hong Kong Convention and Exhibition Centre เขตปกครองพิเศษฮ่องกง

ทั้งนี้ การเข้าร่วมงานดังกล่าว สินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยได้รับความสนใจจากผู้ซื้อนานาชาติอย่างสูง เนื่องจากดีไซน์โดดเด่น ทันสมัย และบ่งบอกอัตลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างดี อีกทั้ง การผลิตได้มาตรฐานระดับสากล โดยมีผู้ซื้อจากนานาประเทศ เยี่ยมชมโซน Thailand Pavilion SME IDOL 2019 กว่า 1,700 ราย เกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจ จำนวน 128 ราย โดยมีการซื้อขายทันทีภายในงานกว่า 1 ล้านบาท และคาดจะซื้อขายภายใน 1 ปีมูลค่าอีกกว่า 50 ล้านบาท

สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับคำสั่งซื้อ และต้องการเงินทุนเพิ่มเพื่อใช้หมุนเวียนผลิตสินค้า หรือขยายธุรกิจ ธนาคารเตรียม “สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน” (Local Economy Loan) ไว้รองรับ คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนนานถึงสูงสุด 7 ปี บุคคลธรรมดา 3 ปีแรกเพียง 0.42% ต่อเดือน ปีที่ 4-7 อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี และหากเป็นนิติบุคคล อัตราดอกเบี้ยจะถูกลงไปอีก 3 ปีแรกเพียง 0.25% ต่อเดือน ปีที่ 4-7 อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี

นายพงชาญ กล่าวต่อว่า การได้รับคำสั่งซื้อของผู้ประกอบการที่ร่วมโครงการ SME IDOL 2019 นอกจากตัวของผู้ประกอบการจะมีรายได้เพิ่มแล้ว ยังส่งต่อประโยชน์ไปสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง ตัวอย่างเช่น หมอนยางพารา แบรนด์ “Naka Thai Plus” รับซื้อน้ำยางพาราธรรมชาติจากเกษตรกร ผู้ปลูกยางพาราโดยตรงช่วยแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ หรือชุดเด็กผ้าฝ้ายทอมือ แบรนด์ “ISANCULT” ผลิตโดยแรงงานฝีมือชาวบ้าน อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ กระจายสู่ชุมชน

ทั้งนี้ ธนาคารจะดำเนินกิจกรรมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยขยายตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่องในหลากหลายรูปแบบ เช่น การอบรมสัมมนาขยายตลาดออนไลน์ พาออกงานแสดงสินค้าในตลาดต่างประเทศที่มีกำลังซื้อสูง กิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าต่างชาติ และร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยเติบโตในเวทีโลก เป็นต้น

“SME D Bank มีนโยบายมอบ “3 เติม” ยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยสู่ความยั่งยืน เริ่มตั้งแต่ “เติมทักษะ” มอบความรู้พัฒนาธุรกิจตามด้วย “เติมทุน” ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และ “เติมคุณภาพชีวิต” ช่วยให้ธุรกิจมั่นคง นำไปสู่คุณภาพชีวิตดี สังคมอยู่เย็นเป็นสุข เมื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยเจริญเติบโต เท่ากับสร้างรากฐานให้เศรษฐกิจประเทศไทยประสบความสำเร็จไปด้วย” นายพงชาญ ทิ้งท้าย